ชีวิตนี้ใครกำหนด?
มนุษย์เราดำรงชีวิตอยู่ในโลกแห่งวัตถุที่สัมผัสแตะต้องและมองเห็นได้ แต่จริงๆแล้วยังมีโลกฝ่ายวิญญาณที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เหล่าผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกฝ่ายจิตวิญญาณล้วนมีพลังอำนาจ สติปัญญา และความสามารถอยู่เหนือจินตนาการของมนุษย์เรา
พระเจ้าคือผู้สร้างและผู้ปกครองทั้งโลกแห่งวัตถุที่เราอาศัยอยู่นี้ และโลกฝ่ายจิตวิญญาณ รวมถึงทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น
เราทุกคนมีจิตวิญญาณซึ่งดำรงชีวิตสัมพันธ์อยู่กับโลกฝ่ายวิญญาณ และจิตวิญญาณเรานี้จะดำรงอยู่ตลอดกาล
พระเจ้าทรงสมบูรณ์แบบ และพระเจ้าเท่านั้นที่สมบูรณ์แบบ พระองค์ทรงเกลียดชังความบาป ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ความไม่สมบูรณ์แบบใดๆนั้นเป็นความบาป (ความสมบูรณ์แบบ คือปราศจากบาปโดยสิ้นเชิง)
เราไม่สามารถจินตนาการได้ว่าความสมบูรณ์แบบคืออะไร เพราะเราเคยชินกับความไม่สมบูรณ์แบบ มาตรฐานในการเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ คุณต้องสมบูรณ์แบบ 100% ในทุกความคิด คำพูด และการกระทำ
ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่ผิดไปจากมาตรฐานความสมบูรณ์แบบนี้คือ “ความบาป“
ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า
พระเจ้าทรงใช้โลกเป็นศูนย์บ่มเพาะ และโรงปฏิบัติงานเพื่อการเลี้ยงดูครอบครัวที่จะปกครองร่วมกับพระองค์ในอนาคต พระเจ้าทรงพอพระทัยในการทำสิ่งนี้
เราถูกสร้างขึ้นมาให้มีร่างกายและจิตวิญญาณ โดยพระเจ้าทรงเป็นผู้สร้าง ทรงเป็นเจ้าของและดูแลเรา ร่างกายของเราเป็นเพียงเปลือกนอกที่จิตวิญญาณของเราอาศัยอยู่ในขณะที่เราอยู่ในโลกนี้ เมื่อถึงวันที่เราตาย ร่างกายเราก็จะเสื่อมสลายไป แต่จิตวิญญาณเราจะยังคงอยู่ไปตลอดกาล
การใช้ชีวิตบนโลกนี้เป็นตัวกำหนดว่าจิตวิญญาณของเราจะไปที่ไหนเมื่อร่างกายเราตายไป ไม่ว่าจะสวรรค์ หรือ นรก ถ้าเราดำเนินชีวิตในทางที่พระองค์พอพระทัย พระเจ้าจะทรงทำให้เราสมบูรณ์แบบ (รับพระสิริ) และรับเราไปอยู่กับพระองค์ตลอดกาลในสวรรค์ หากการดำเนินชีวิตเราที่ไร้พระเจ้า เราจะถูกแยกออกจากพระเจ้า (อยู่ในนรกชั่วนิรันดร์)
วิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่พระเจ้าทรงพอพระทัย คือการที่เราได้ไคร่ครวญถึงชีวิตที่ถูกสร้างมาเพื่ออะไร และความหมายอย่างไร คือการที่เราได้เชื่อว่าพระองค์คือผู้ทรงสร้างทุกสิ่งสรรพสิ่งในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ รวมถึงทุกสรรพสิ่งในโลกแห่งวิญญาณที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งในโลกฝ่ายวิญญาณนั้นเต็มล้นไปด้วยฤทธิ์อำนาจที่ครอบงำชีวิตของมนุษย์บนโลก ในขณะที่โลกที่เราอาศัยอยู่นี้แสดงให้เห็นถึงพระเจ้าผู้สร้างนั้นมีอยู่จริง พระเจ้าทรงพอพระทัยเมื่อเรายอมรับว่าพระองค์ทรงมีฤทธิ์อำนาจสูงสุดในการปกครอง และทรงพอพระทัยในการที่เราคิดคำนึงถึงการเรียนรู้จักพระองค์และถวายเกียรติแด่พระองค์
แผนการของพระเจ้าสำหรับชีวิตเรา
ในอดีตกาล (อ้างอิงพระคำภีร์เดิม) พระเจ้าทรงใช้ผู้เผยพระวจนะ หรือผู้ทำนาย เป็นตัวแทนในการสื่อสารกับเรา ทรงเปิดเผยน้ำพระทัยของพระองค์(สิ่งที่พระองค์ทรงต้องการ)ผ่านผู้เผยพระวจนะ และผู้เผยพระวจนะจะบอกต่อผู้คนถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัส ในเวลานั้นผู้คนได้ทดสอบผู้เผยพระวจนะ เพื่อดูว่าเป็นจริงหรือไม่ พระเจ้าจะทรงเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตแก่ผู้เผยพระวจนะให้ถ่ายทอดข่าวนั้นแก่ผู้คน หากคำทำนายที่เกิดขึ้นจริงก็จะพิสูจน์ว่าผู้เผยพระวจนะคนนี้ได้พูดแทนพระเจ้า แต่ถ้าหากคำทำนายของผู้เผยพระวจนะนั้นผิดพลาด ผู้เผยพระวจนะผู้นั้นก็จะถูกฆ่า
พระเจ้าตรัสกับชายคนหนึ่งชื่ออับราฮัม ว่าพระเจ้าจะทรงสร้างชนชาติที่ยิ่งใหญ่ผ่านทางเชื้อสายของเขา ผู้เผยพระวจนะคนอื่นๆได้ทำนายว่าลูกหลานของอับราฮัมจะตกเป็นทาสในอียิปต์เป็นเวลา 400 ปี หลังจากนั้นจะอพยพหลบหนีจากการเป็นทาสเพื่อก่อตั้งดินแดนใหม่ของตนเอง และในที่สุดพระเจ้าจะส่งผู้นำที่ยิ่งใหญ่มาสู่คนในชนชาตินี้ ที่เรียกว่า พระเมสสิยาห์ (คือองค์พระเยซูคริสต์) ผู้ที่จะเอาชนะความชั่วร้าย สร้างความสมบูรณ์แบบ และนำสู่อาณาจักรนิรันดร์ ใครก็ตามที่เลือกที่จะยอมรับการปกครองของพระเจ้า และเข้าร่วมในครอบครัวของพระองค์ก็จะกลายเป็นพลเมืองของอาณาจักรนี้ และจะปกครองเคียงข้างพระองค์ (พระเยซูคริสต์)
ปฐมกาล 3:15; 9:27; 12:2-3; 49:8-12, กันดารวิถี 24:15-19, เฉลยธรรมบัญญัติ 18:15-18, 2 ซามูเอล 7:12, 13, 1 พงศาวดาร 17:11-14, 2 พงศาวดาร 21:7, โยบ 19:25-27, สดุดี 110:1-7 สุภาษิต 30:4 อิสยาห์ 53 เยเรมีย์ 31:31-34 เอเสเคียล 34:23 ดาเนียล 7:13.14 มีคาห์ 4:1-8 เศคาริยาห์ 2:10-13 เศคาริยาห์ 6:12.13 มาลาคี 4:2,3
สงครามระหว่างความดีกับความชั่ว
ความดีและความชั่วเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม เช่นเดียวกับแสงสว่างและความมืด ร้อนและเย็น แห้งและเปียก ในแต่ละกรณีต้องมีสิ่งที่ตรงกันข้ามกันเสมอเพื่อให้เราเข้าใจว่ามันคืออะไร พระเจ้าทรงอนุญาติให้ความชั่วร้ายคงอยู่จริง เพื่อเราจะได้เข้าใจว่ามันคืออะไร…การรู้จักว่ามันเป็นความชั่วร้ายทำให้เราได้คิดตระหนักและเกิดความเข้าใจได้ว่าควรจะเลือกความดี เนื่องจากพระเจ้าสามารถควบคุมเวลาและพื้นที่ทั้งหมดไว้ได้ เมื่อเวลาสิ้นสุดลงพระองค์จะทรงแก้ไขความอยุติธรรมทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น
แต่สำหรับตอนนี้ มีสงครามใหญ่ระหว่างกองกำลังฝ่ายดี (ฝ่ายพระเจ้า) กับความชั่วร้าย (ฝ่ายซาตาน) ซาตานเคยเป็นหนึ่งในทูตสวรรค์ของพระเจ้าที่ตัดสินใจปฏิเสธการปกครองของพระเจ้า ดังนั้นพระเจ้าจึงโยนซาตานและพรรคพวกของมันออกจากสวรรค์ สงครามครั้งใหญ่นี้มีอิทธิพลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกซึ่งซาตานปกครองอยู่ในปัจจุบัน เช่นเดียวกับซาตาน มนุษย์เราไม่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นในสงครามครั้งนี้ จึงเหมือนว่าเราอยู่ฝ่ายเดียวกับซาตาน *เว้นเสียแต่เราจะเลือกเข้าร่วมครอบครัวของพระเจ้า ซาตานต่อต้านพระเจ้าและต้องการให้เราไปอยู่กับมันในนรก และในนรกที่จะต้องถูกตัดขาดพระเจ้าเมื่อเวลาสิ้นสุดลง (คือเมื่อการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่วสิ้นสุดลง) พระเจ้าต้องการให้เราเลือกอยู่กับพระองค์ และปกครองร่วมกับพระองค์ไปตลอดกาลหลังจากที่พระองค์จะทรงชนะสงครามครั้งใหญ่นี้
บทบาทของเราในสงคราม และข้อเสนอเชิญของพระเมสสิยาห์ (พระเยซูคริสต์)
พระเจ้าส่งพระเยซูคริสต์มายังโลกด้วยสองภารกิจ 1.) เอาชนะซาตาน และ 2.) เชิญเราเข้าร่วมในครอบครัวของพระเจ้า พระเยซูสอนว่าเราทุกคนถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า และได้รับโอกาสในภารกิจต่อสู้เพื่อเอาชนะซาตาน พระเยซูสอนว่าเราไม่ใช่เจ้าของตัวเอง แต่เราอาจจะถูกปกครองโดยซาตาน หรือไม่ก็อยู่ในการปกครองของพระเจ้า ขึ้นอยู่กับการเลือกของเรา เมื่อเราเกิดมา..เราไม่สมบูรณ์แบบ (มีความบาป) และด้วยเหตุนี้เราจึงตกเป็นของซาตานผู้ปกครองโลก เมื่อเราตกเป็นของซาตาน เราจึงเหมือนตายแล้ว หมายความว่าเราถูกแยกออกจากพระเจ้า พระเยซูทรงสอนว่าเรามีความสามารถที่จะรับรู้ว่าเราไม่ได้เป็นเจ้าของตัวเราเอง และเราสามารถที่จะเลือกที่จะยอมรับข้อเสนอของพระเจ้าในการเข้าร่วมครอบครัวของพระองค์ การทำเช่นนี้หมายความว่าเราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตนเองอีกต่อไป แต่พยายามมีชีวิตอยู่เพื่อพันธกิจที่พระเจ้าประทานแก่เราเท่านั้น เราพยายามวางใจให้พระเจ้าดูแลเรา ยิ่งเราวางใจให้พระเจ้าดูแลเรามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเห็นถึงน้ำพระทัยของพระองค์ เราไม่ต้องสนใจว่าร่างกายของเราจะอยู่หรือตาย เพราะเรารู้ว่าเมื่อร่างกายตายไป จิตวิญญาณเราจะอยู่กับพระเจ้าตลอดกาลในสวรรค์
และนี่ก็คือสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เราทำ…สูญเสียความเป็นตัวเอง ละทิ้งความเชื่อผิดๆ ที่ว่าเรามีอำนาจเหนือชีวิตของเรา และดำเนินชีวิตเพื่อทำพันธกิจที่พระองค์ประทานให้แก่เรา เพราะสิ่งนี้ทำให้เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของพระองค์ พระองค์จะทรงอยู่กับเราและเราอยู่กับพระองค์ตลอดไป ทั้งในขณะที่เราอยู่ในร่างกายบนโลกนี้ และทั้งหลังความตาย
สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เรื่องทั้งหมดนี้ฟังดูไร้สาระ เพราะพวกเขาต้องการที่จะเชื่อว่าเราเป็นผู้ควบคุมชีวิตและโชคชะตาของเราเอง ภาพลวงตาของการควบคุมตนเองทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจ มีอำนาจ และมีความสำคัญ นั่นคือสิ่งที่ซาตานต้องการ ซาตานมีความเจ้าเล่ห์มาก ทำให้เรายุ่งจนเราไม่ใช้เวลาพิจารณาจุดประสงค์และความหมายที่แท้จริงของชีวิต และดึงดูดเราให้มีความเย่อหยิ่ง ถือตน เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเราออกจากความจริงแท้

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.