Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

รำพึงพระวาจากับคำสอนประจำวัน เสาร์ สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกา (ลก 18:9-14)                                                              

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสเล่าเรื่องอุปมานี้ให้บางคนที่ภูมิใจว่าตนเป็นผู้ชอบธรรมและดูหมิ่นผู้อื่นฟังว่า “มีชายสองคนขึ้นไปอธิษฐานภาวนาในพระวิหาร คนหนึ่งเป็นชาวฟาริสี อีกคนหนึ่งเป็นคนเก็บภาษี ชาวฟาริสียืนอธิษฐานภาวนาในใจว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพเจ้าไม่เป็นเหมือนมนุษย์คนอื่น ที่เป็นขโมย อยุติธรรม ล่วงประเวณี หรือเหมือนคนเก็บภาษีคนนี้ ข้าพเจ้าจำศีลอดอาหารสัปดาห์ละสองวัน และถวายหนึ่งในสิบของรายได้ทั้งหมดของข้าพเจ้า’ ส่วนคนเก็บภาษียืนอยู่ห่างออกไป ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ได้แต่ข้อนอก พูดว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด’ เราบอกท่านทั้งหลายว่าคนเก็บภาษีกลับไปบ้าน ได้รับความชอบธรรม แต่ชาวฟาริสีไม่ได้รับ เพราะว่าผู้ใดที่ยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดที่ถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น”


ลก 18:9-14  การอธิษฐานภาวนาเที่ยงแท้และมีประสิทธิภาพนั้นเรียกร้องให้มีท่าทีแห่งความสุภาพถ่อมตน ชาวฟาริสีในอุปมานี้ขอบคุณพระเจ้าสำหรับคุณความดีและความสำเร็จของตนเอง แต่กลับเปรียบเทียบคุณธรรมของเขากับบาปและข้อบกพร่องของคนเก็บภาษีอย่างเย่อหยิ่ง ดังนั้นเขาจึงวัดความดีของตนเองด้วยการตรวจสอบการกระทำภายนอก ความพึงพอใจของเขาที่เกิดขึ้นในพระวิหารนั้นไม่ได้เป็นการขอบคุณพระเจ้าอย่างแท้จริง แต่เป็นการสรรเสริญตนเองต่างหากเพราะเขาไม่ได้แสดงถึงความจำเป็นในการสำนึกผิดและการกลับใจแม้แต่น้อย ด้วยความสำนึกถึงความไม่ครบครันของตนต่อพระพักตร์พระเจ้า คนเก็บภาษีจึงแสวงหาเพียงพระเมตตาโดยไม่แสดงถึงการอวดอ้างใดๆ อุปมาเรื่องนี้ซึ่งเตือนใจมิให้ยกย่องตนเองทำให้นึกถึงบทเรียนแห่งความสุภาพถ่อมตนที่พระคริสตเจ้าทรงสอนในเรื่องการเลือกที่นั่งในงานเลี้ยง (เทียบ ลก 14: 7-11)

พระเยซูเจ้าและความเชื่อของอิสราเอลในพระเจ้าและพระผู้ไถ่กู้หนึ่งเดียว

CCC ข้อ 588 พระเยซูเจ้าทรงทำให้ชาวฟาริสีไม่พอใจเมื่อเสวยร่วมโต๊ะกับคนเก็บภาษีและคนบาป อย่างคุ้นเคยเช่นเดียวกับเมื่อทรงร่วมโต๊ะกับพวกเขา พระเยซูเจ้าทรงยืนยันไม่เห็นด้วยกับ “ผู้ที่ภูมิใจว่าตนเป็นผู้ชอบธรรมและดูหมิ่นผู้อื่น” (ลก 18:9) ตรัสว่า “เราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่มาเพื่อเรียกคนบาปให้กลับใจ” (ลก 5:32) พระองค์ยังทรงก้าวไปไกลยิ่งกว่านั้นอีก เมื่อทรงประกาศอย่างเปิดเผยต่อหน้าชาวฟาริสีว่า ในเมื่อมนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป พวกเขาที่คิดว่าตนไม่ต้องการ การกอบกู้ย่อมทำตนเป็นคนตาบอด

การอธิษฐานภาวนาในฐานะของประทานจากพระเจ้า

CCC ข้อ 2559 “การอธิษฐานภาวนาเป็นการยกความคิดจิตใจขึ้นหาพระเจ้าหรือเป็นการวอนขอพระเจ้าประทานให้เราตามพระทัยพระองค์” เพื่ออธิษฐานภาวนาเราพูดจากอะไร จากความยิ่งใหญ่ของเราและจากความปรารถนาอันสูงส่งของเรา หรือ “จากเหวลึก” (สดด 130:1) ของจิตใจต่ำต้อยและเป็นทุกข์ ผู้ที่ถ่อมตนลงย่อมได้รับการยกย่อง ความสุภาพถ่อมตนเป็นรากฐานของการอธิษฐานภาวนา “เราไม่รู้ว่าจะต้องอธิษฐานภาวนาขอสิ่งใดที่เหมาะสม” (รม 8:26) ความสุภาพถ่อมตนเป็นการเตรียมตนเพื่อรับสิ่งที่เราวอนขอมาโดยไม่ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยน มนุษย์เป็นเหมือนขอทานเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า

พระเยซูเจ้าทรงสอนให้อธิษฐานภาวนา

CCC ข้อ 2613 นักบุญลูกาเล่าเรื่องอุปมาเกี่ยวกับการอธิษฐานภาวนาโดยเฉพาะไว้ให้เราสามเรื่อง    - เรื่องแรกคือ “เรื่องเพื่อนที่ไม่รู้จักกาละเทศะ” เชิญเราให้อธิษฐานภาวนาโดยไม่ลดละ “จงเคาะประตูเถิด แล้วเขาจะเปิดประตูรับท่าน” ดังนี้ พระบิดาผู้สถิตในสวรรค์จะประทานทุกสิ่งที่จำเป็นให้แก่ผู้ที่วอนขอ โดยเฉพาะพระจิตเจ้าที่ทรงรวมพระพรทุกอย่างไว้

- เรื่องที่สองคือ “เรื่องหญิงม่ายผู้รบเร้า” มีศูนย์กลางอยู่ที่ลักษณะประการหนึ่งของการอธิษฐานภาวนา คือ “จำเป็นต้องอธิษฐานภาวนาอยู่เสมอโดยไม่ท้อถอย” โดยพากเพียรในความเชื่อ “เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมา จะทรงพบความเชื่อในโลกนี้หรือ”

  - เรื่องที่สามคือ “เรื่องชาวฟาริสีและคนเก็บภาษี” ที่กล่าวถึงใจถ่อมตนของผู้อธิษฐานภาวนา “ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด” พระศาสนจักรไม่เคยหยุดยั้งเลยที่จะภาวนาว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดทรงเมตตาเทอญ” “Kyrie eleison”


ลก 18:13  คำภาวนาของคนเก็บภาษีเพื่อวอนขอพระเมตตายังเป็นบทภาวนาของพระศาสนจักรที่สะท้อนให้เราเห็นในบท กีรีเอ ในพิธีบูชาของพระคุณที่ว่า “ข้าแต่พระเจ้า ทรงเมตตาเทอญ ข้าแต่พระคริสตเจ้า ทรงเมตตาเทอญ ข้าแต่พระเจ้า ทรงเมตตาเทอญ” การวอนขอพระเมตตาของพระเจ้าควรเป็นมิติที่แฝงอยู่ในทุกคำภาวนาของเรา จิตใจที่สุภาพถ่อมตนและสำนึกผิดทำให้เรามีความไว้วางใจอย่างใหญ่หลวงในพระเจ้าและนำเราไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ในที่สุด รูปแบบหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ในคำวิงวอนของคนเก็บภาษีคือรูปแบบดั้งเดิมของทางตะวันออกที่เรียกว่า บทภาวนาของพระเยซูเจ้าว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้า  โปรดทรงเมตตาข้าพเจ้าผู้เป็นคนบาปด้วยเทอญ”

CCC ข้อ 2613 อ่านเพิ่มเติมด้านบน (ลก 18:9-14)

การอธิษฐานเพื่อวอนขอ

CCC ข้อ 2631 การวอนขออภัยบาป เป็นท่าทีแรกของการอธิษฐานวอนขอ (เช่น คนเก็บภาษีภาวนาว่า “ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด” ลก 18:13) การวอนขอนี้เป็นการนำไปสู่การอธิษฐานภาวนาที่ถูกต้องล้วนๆ ความถ่อมตนด้วยความหวังนำเรากลับมาสู่แสงสว่างของสัมพันธภาพกับพระบิดา กับพระเยซูคริสตเจ้า และกับมนุษย์ด้วยกัน ต่อจากนั้น “ถ้าเราวอนขอสิ่งใด เราย่อมจะได้รับสิ่งนั้นจากพระองค์” (1 ยน 3:22) เราจึงวอนขออภัยบาปก่อนพิธีกรรมขอบพระคุณและก่อนการอธิษฐานภาวนาส่วนตัวด้วย

การอธิษฐานภาวนาต่อพระเยซูเจ้า

CCC ข้อ 2667 การเรียกหาด้วยความเชื่อแบบซื่อๆ เช่นนี้ในธรรมประเพณีการอธิษฐานภาวนาได้พัฒนาขึ้นในหลายรูปแบบในพระศาสนจักรตะวันออกและตะวันตก สูตรที่พบบ่อยมากจากผลงานของบรรดาผู้เขียนงานด้านชีวิตจิตจากภูเขาซีนาย ซีเรีย และภูเขาอาโทสก็คือคำเรียกหาว่า “ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรพระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าทั้งหลายผู้เป็นคนบาปเทอญ” คำเรียกหาเช่นนี้รวมบทเพลงสรรเสริญพระคริสตเจ้าใน ฟป 2:6-11 กับการร้องหาของคนเก็บภาษีและการร้องขอแสงสว่างจากคนตาบอด โดยการร้องหาเช่นนี้ ใจย่อมสัมผัสกับความน่าสงสารของมนุษย์และกับความเมตตากรุณาของพระผู้ไถ่

“โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า”... 

CCC ข้อ 2839  เราเริ่มวอนขอพระบิดาของเราด้วยความมั่นใจอย่างกล้า (บ้าบิ่น) เมื่อวอนขอพระองค์ให้พระนามจงเป็นที่สักการะ เราได้วอนขอให้เราเองได้รับความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งๆ ขึ้นด้วยเสมอ แต่แม้ว่าเราได้สวมอาภรณ์ของศีลล้างบาปแล้ว เราก็ยังไม่เลิกทำบาปและหันเหไปจากพระเจ้า บัดนี้ ในคำวอนขอประการใหม่นี้ เรากลับมาหาพระองค์เหมือนกับลูกล้างผลาญ และยอมรับต่อพระองค์ว่าเราเป็นคนบาป เหมือนกับคนเก็บภาษี คำวอนขอของเราเริ่มด้วย “การสารภาพบาป” ที่เรากล่าวถึงความน่าสงสารของเราและกล่าวถึงพระกรุณาของพระองค์ ความหวังของเรามั่นคง เพราะในพระบุตรของพระองค์ “เราได้รับการไถ่กู้และได้รับการอภัยบาป” (คส 1:14) เราพบเครื่องหมายการอภัยบาปที่มีประสิทธิผลอย่างไม่ต้องสงสัยในศีลศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักรของพระองค์

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help