Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

รำพึงพระวาจาประจำวัน เสาร์ สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 6:60-69)           

เวลานั้น เมื่อศิษย์หลายคนได้ยินพระองค์ตรัสดังนี้ก็กล่าวว่า “ถ้อยคำนี้ขัดหูจริง ใครจะฟังได้” พระเยซูเจ้าทรงทราบด้วยพระองค์ว่าบรรดาศิษย์กำลังบ่นกันเรื่องนี้ จึงตรัสแก่เขาว่า “เรื่องนี้ทำให้ท่านเคลือบแคลงใจหรือ แล้วถ้าท่านจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์กลับขึ้นสู่สถานที่ที่เคยอยู่แต่ก่อนเล่า ท่านจะว่าอย่างไร พระจิตเจ้าทรงเป็นผู้ประทานชีวิต ลำพังมนุษย์ทำอะไรไม่ได้ วาจาที่เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายนั้นให้ชีวิตเพราะมาจากพระจิตเจ้า แต่บางท่านไม่เชื่อ” 

พระเยซูเจ้าทรงทราบตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้ใดไม่เชื่อ และผู้ใดจะทรยศต่อพระองค์ พระองค์ตรัสต่อไปว่า “ดังนั้น เราจึงบอกท่านทั้งหลายว่า ไม่มีผู้ใดมาหาเราได้ เว้นแต่ผู้ที่พระบิดาประทานให้เขามา” หลังจากนั้น ศิษย์หลายคนเปลี่ยนใจ ไม่ติดตามพระองค์อีกต่อไป

พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับอัครสาวกสิบสองคนว่า “ท่านทั้งหลายจะไปด้วยหรือ” ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า “พระเจ้าข้า พวกเราจะไปหาใครเล่า พระองค์มีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร พวกเราเชื่อและรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า” 


ยน 6:60-71  ประชาชนรวมทั้งศิษย์บางคนของพระคริสตเจ้าด้วยพบว่า คำสอนของพระองค์นั้นยากเกินไป จึงตัดสินใจออกจากกลุ่ม ดูเหมือนเป็นการละทิ้งของบรรดาผู้ติดตามพระองค์มากที่สุดในช่วงชีวิตสาธารณะของพระองค์ ซีโมนเปโตรกล่าวแทนบรรดาศิษย์ในการยืนยันถึงความซื่อสัตย์ของพวกเขาต่อพระคริสตเจ้าและถึงความเชื่อของพวกเขาต่ออัตลักษณ์แห่ง “ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า” ถึงแม้ว่าพวกเขายังไม่สามารถเข้าใจคำสอนของพระองค์ได้ทั้งหมดก็ตาม ในการประกาศเช่นนั้น ท่านได้วางรากฐานแห่งความเชื่อในพระคริสตเจ้าโดยกล่าวว่า พระองค์แต่ผู้เดียวมีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร    

พระคริสตเจ้า

CCC ข้อ 438 การที่พระเยซูเจ้าทรงรับเจิมเป็นพระเมสสิยาห์นี้แสดงให้เห็นพันธกิจที่ทรงได้รับจากพระเจ้า “ตามความหมายของพระนาม เพราะนาม ‘พระคริสต์’ หมายถึง ‘ผู้เจิม’ และ ‘ผู้รับเจิม’ รวมทั้งการเจิมที่ทรงรับด้วย ผู้ที่ทรงเจิมคือพระบิดา ผู้ทรงรับเจิมคือพระบุตร พระองค์ทรงรับเจิมในองค์พระจิตเจ้าซึ่งทรงเป็นการเจิม” การที่ทรงรับเจิมเป็นพระเมสสิยาห์ตั้งแต่นิรันดรนี้ถูกเปิดเผยในช่วงเวลาที่ทรงพระชนมชีพในโลกเมื่อทรงรับพิธีล้างจากยอห์น เมื่อ “พระเจ้าทรงเจิมพระองค์ด้วยพระอานุภาพเดชะพระจิตเจ้า” (กจ 10:38) “เพื่อทำให้พระองค์เป็นที่รู้จักแก่อิสราเอล” (ยน 1:31) ในฐานะพระเมสสิยาห์ของตน พระภารกิจและพระวาจาของพระองค์แสดงให้พระองค์เป็นที่รู้จักในฐานะ “พระผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า”     

CCC ข้อ 439 ชาวยิวจำนวนมาก และแม้แต่ชนต่างชาติบางคนที่ร่วมความหวังของชาวยิว ยอมรับคุณลักษณะพื้นฐานของพระเมสสิยาห์ในองค์พระเยซูเจ้า คือการที่ทรงเป็น “พระโอรสของกษัตริย์ดาวิด” ที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับอิสราเอล พระเยซูเจ้าทรงยอมรับตำแหน่งพระเมสสิยาห์ตามสิทธิที่ทรงมี แต่ก็ยังคงสงวนท่าที เพราะผู้ร่วมสมัยของพระองค์หลายคนเข้าใจตำแหน่งนี้ตามความเข้าใจแบบมนุษย์มากเกินไป คือเข้าใจตามความหมายทางการเมืองโดยเฉพาะ     

CCC ข้อ 440 พระเยซูเจ้าทรงรับการประกาศแสดงความเชื่อของเปโตรซึ่งยอมรับพระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ พร้อมกับทรงแจ้งถึงพระทรมานที่กำลังจะมาถึงของ “บุตรแห่งมนุษย์” พร้อมกันนั้นยังทรงเปิดเผยความหมายแท้จริงของการทรงเป็นกษัตริย์-พระเมสสิยาห์อีกด้วยว่าทรงเป็น “บุตรแห่งมนุษย์” โลกุตระผู้ซึ่ง “ลงมาจากสวรรค์” (ยน 3:13) และในพันธกิจการกอบกู้ยังทรงเป็นผู้รับใช้ผู้รับทรมาน “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย” (มธ 20:28) เพราะเหตุนี้ ความหมายแท้จริงของการเป็นกษัตริย์ของพระองค์จึงปรากฏชัดเจนเมื่อจะทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน หลังจากที่ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วเท่านั้นเปโตรจะประกาศให้ประชากรรู้ได้ว่าทรงเป็นกษัตริย์ “ขอให้เผ่าพันธุ์อิสราเอลทั้งมวลรู้แน่เถิดว่าพระเจ้าทรงแต่งตั้งพระเยซูผู้นี้ที่ท่านทั้งหลายนำไปตรึงบนไม้กางเขน ให้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระคริสตเจ้า” (กจ 2:36) 

เครื่องหมายขนมปังและเหล้าองุ่น

CCC ข้อ 1336 การที่ทรงประกาศล่วงหน้าถึงศีลมหาสนิททำให้บรรดาศิษย์แตกแยกกัน เช่นเดียวกับที่การตรัสล่วงหน้าถึงพระทรมานทำให้เขารู้สึกสะดุดใจ “ถ้อยคำนี้ขัดหูจริง ใครจะฟังได้” (ยน 6:60) ศีลมหาสนิทและพระทรมานเป็นเสมือนก้อนหินที่ทำให้สะดุดใจ พระธรรมล้ำลึกประการนี้ยังไม่เลิกเป็นโอกาสของการแตกแยก “ท่านทั้งหลายจะไปด้วยหรือ” (ยน 6:67) คำถามนี้ขององค์พระผู้เป็นเจ้ายังคงดังก้องตลอดมาทุกสมัย เป็นดังคำเชิญชวนให้ค้นหาความรักของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่ “มีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร” (ยน 6:68) และการรับศีลมหาสนิท ของประทานจากพระองค์ด้วยความเชื่อก็เป็นการรับพระองค์เอง  


ยน 6:63  พระจิตเจ้า... มนุษย์ : เหตุผลประสามนุษย์สามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ก็จริง แต่ก็ไม่สามารถซึมซาบและน้อมรับการเปิดเผยของพระเจ้าได้หากขาดความเชื่อ กิจการของพระจิตเจ้าจึงจำเป็นสำหรับการน้อมรับพระธรรมล้ำลึกแห่งความเชื่อ และเป็นพระจิตเจ้าองค์เดียวกันนี้เองผู้ทรงทำให้การอธิษฐานภาวนาของเราบังเกิดผล     

อารมณ์และศีลธรรมในชีวิต

CCC ข้อ 1769 ในชีวิตคริสตชน พระจิตเจ้าทรงทำงานโดยทรงขับเคลื่อนบุคลิกของเขาทั้งหมด รวมทั้งความยากลำบาก ความกลัวและความโศกเศร้าของเขา เช่นเดียวกับที่เราเห็นเมื่อพระคริสตเจ้าทรงเป็นทุกข์โศกเศร้าในสวนเกทเสมนี ในพระคริสตเจ้า อารมณ์ความรู้สึกประสามนุษย์บรรลุความบริบูรณ์ได้ในความรักและความสุขของพระเจ้า    

บท “ข้าแต่พระบิดา” (หรือ “บทภาวนาขององค์พระผู้เป็นเจ้า”)

CCC ข้อ 2766  แต่พระเยซูเจ้ามิได้ทรงทิ้งสูตรไว้ให้เรากล่าวซ้ำแบบเครื่องจักร เช่นเดียวกับในบทภาวนาโดยเปล่งเสียงทั้งหลาย พระจิตเจ้าทรงสอนบรรดาบุตรของพระเจ้าโดยทางพระวจนาตถ์ของพระเจ้าให้อธิษฐานภาวนาต่อพระบิดา พระเยซูเจ้าประทานไม่เพียงแต่ถ้อยคำของบทภาวนาในฐานะบุตรให้แก่เราเท่านั้น พระองค์ยังประทานพระจิตเจ้าเพื่อให้บทภาวนานั้นเป็น “จิตและชีวิต” (ยน 6:63) ยิ่งกว่านั้น บทภาวนาของเรามีลักษณะเป็นคำภาวนาของบุตรและเป็นไปได้ก็เพราะพระบิดา “ทรงส่งพระจิตของพระบุตรลงมาในดวงใจของเรา พระจิตผู้ตรัสด้วยเสียงดังว่า ‘อับบา พระบิดาเจ้า’” (กท 4:6) เนื่องจากว่าบทภาวนาของเราอธิบายถึงความปรารถนาของเราเฉพาะพระพักตร์พระบิดา พระบิดา “ผู้ทรงสำรวจจิตใจของมนุษย์ ทรงทราบความปรารถนาของพระจิตเจ้า เพราะว่าพระจิตเจ้าทรงอธิษฐานเพื่อบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ตามพระประสงค์ของพระเจ้า” (รม 8:27) บทภาวนาต่อพระบิดาของเราจึงแทรกอยู่ในพันธกิจล้ำลึกของพระบุตรและพระจิตเจ้า 


ยน 6:66  ให้สังเกตว่า จากคำสอนของพระคริสตเจ้าในตอนนี้ พระองค์ไม่ทรงต้องการเรียบเรียงพระวาจาของพระองค์เสียใหม่เพื่อทำให้เป็นที่ยอมรับได้แก่ผู้ฟัง สิ่งนี้บ่งบอกให้เข้าใจว่าพระองค์มิได้ตรัสด้วยการเปรียบเทียบ แต่ทรงต้องการหมายความตามที่ได้ตรัสว่า พระกายและพระโลหิตของพระองค์คืออาหารและเครื่องดื่มแท้จริง พระองค์ตรัสไว้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับเมื่อครั้งทรงตั้งศีลมหาสนิทในอาหารค่ำมื้อสุดท้าย  

การตั้งศีลมหาสนิท   

CCC ข้อ 1339 พระเยซูเจ้าทรงเลือกเวลาฉลองปัสกาเพื่อทรงทำตามที่เคยแจ้งไว้ที่เมืองคาเปอร์นาอุมว่าจะประทานพระกายและพระโลหิตแก่บรรดาศิษย์ “ก่อนจะถึงเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อที่ต้องฆ่าลูกแกะปัสกา พระเยซูเจ้าตรัสใช้เปโตรและยอห์นว่า ‘จงไปจัดเตรียมการเลี้ยงปัสกาให้เราเถิด’ [...] ศิษย์ทั้งสองคนออกไป [...] เตรียมปัสกา เมื่อถึงเวลา พระเยซูเจ้าประทับที่โต๊ะพร้อมกับบรรดาอัครสาวก ตรัสกับเขาว่า ‘เราปรารถนาอย่างยิ่งจะกินปัสกาครั้งนี้ร่วมกับท่านก่อนจะรับทรมาน เราบอกท่านทั้งหลายว่าเราจะไม่กินปัสกาอีกจนกว่าปัสกานี้จะเป็นความจริงในพระอาณาจักรของพระเจ้า’ [...] พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงขอบพระคุณ ทรงบิขนมปังประทานให้บรรดาศิษย์ตรัสว่า ‘นี่เป็นกายของเราที่ถูกมอบเพื่อท่านทั้งหลาย จงทำดังนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด’ ในทำนองเดียวกัน เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว พระองค์ทรงหยิบถ้วย ตรัสว่า ‘ถ้วยนี้เป็นพันธสัญญาใหม่ในโลหิตของเราที่หลั่งเพื่อท่านทั้งหลาย’” (ลก 22:7-20) 

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)  

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help