.
Who is the Ruler of All Spirits?
“ผู้มีอำนาจเหนือวิญญาณทั้งปวง”
ไม่นานมานี้ผมได้ย้ายไปอยู่ประเทศไทย ผมพบว่าผู้คนต่างมีความเชื่อ และบูชาในหลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน ทั้งวัด และศาลเจ้าที่อุทิศให้กับเหล่าวิญญาณ หรือเทพเจ้า ที่คนตั้งชื่อเรียกต่างๆกันไป เช่นชื่อเรียกพระต่างๆ หรือเจ้าแม่ เป็นต้น
คำถาม
คุณเคยคิดหรือไม่ว่า…เหล่าบรรดาเทพเจ้า และวิญญาณต่างๆนั้นมีผู้ที่มีอำนาจสูงสุดปกครองอยู่คุณคิดว่าการที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นระบบ ระเบียบในโลกนั้นมีผู้สร้างและผู้จัดการอยู่เบื้องหลังหรือไม่โลกรอบตัวเราที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมพืชพันธุ์ธัญญาหาร สัตว์สายพันธุ์ต่างๆ และฤดูกาลที่ทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน แท้จริงแล้วมีผู้สร้าง และผู้จัดการของจักรวาลอยู่เบื้องหลัง *คือองค์พระเจ้า หนึ่งเดียวผู้ทรงพลังอำนาจเหนือเทพเจ้า และวิญญาณทั้งปวง และองค์พระเจ้าผู้ทรงอำนาจสูงสุดนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ในวิหาร หรือศาลเจ้าที่มนุษณ์ได้สร้างขึ้น มนุษย์ไม่สามารถนมัสการพระองค์ด้วยการสร้างบางสิ่งบางอย่าง หรือทำอะไรบางอย่างให้แก่พระองค์ เพราะพระองค์คือผู้ให้ชีวิต และทรงเฝ้าดูแลรักษาทุกสรรพสิ่ง เพื่อทุกๆสิ่งที่ดำรงค์ชีวิตอยู่ พระองค์ไม่ต้องการสิ่งใดๆ เพราะพระเจ้าคือผู้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างในจักวาล
ทุกชนชาติบนแผ่นดินโลกมาจากเพียงหนึ่งครอบครัวที่พระองค์ทรงสร้าง และพระองค์ทรงกำหนดจัดสรรเวลา และสถานที่สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างทั่วทั้งจักรวาล สิ่งต่างๆเหล่านี้ที่เกิดขึ้น เพื่อมนุษย์จะได้ระลึกถึงพระองค์ และแสวงหาพระองค์, หวังเพียงว่าจะได้พบกับพระองค์ แม้ว่าอันที่จริงแล้ว…พระองค์ทรงอยู่ใกล้ๆกับเราทุกคน
พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเรา เพราะพระองค์ได้ทรงประทานชีวิตให้กับเรา ให้เรามีชีวิตอยู่ และทรงเฝ้าดูการกระทำของเราในทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นการนมัสการพระองค์ด้วยงานประดิษฐ์ งานศิลปะที่ทำด้วยโลหะเงิน, ทองคำ หรือหินสลักสวยงามใดๆ จึงไม่เป็นการสมควรแก่พระองค์ เพราะมือของมนุษย์ไม่สามารถทำอะไรที่น่าอัศจรรย์เพียงพอที่จะเป็นตัวแทนของพระองค์ หรือเปรียบเทียบกับพระองค์ได้ และในความเป็นจริงแล้วการทำรูปเครพบูชาพระเจ้า เป็นการดูหมิ่นพระองค์ นอกจากนี้การนมัสการพระต่างๆ หรือ เทพเจ้า หรือวิญญาณใดๆนอกเหนือจากพระเจ้านั้น ยังเป็นการดูหมิ่นพระองค์ด้วยเช่นกัน *เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่ทรงประทานชีวิตให้กับเรา
ในอดีตกาล พวกเราได้ละเลยการดูถูกดูหมิ่นเหล่านี้ต่อพระองค์ เพราะเราอาจจะยังไม่รู้จักพระองค์มากนัก แต่ขณะนี้พระองค์ทรงสำแดงพระองค์แก่เราแล้ว เราต้องขอการอภัยโทษจากพระองค์ให้กับเรา สำหรับการที่เราเคยได้ดูถูกดูหมิ่นโดยการกระทำเหล่านี้ ดังที่กล่าวไปข้างต้น และรวมถึงความผิดบาปอื่นๆ ที่เราได้กระทำไปในอดีต เพราะท้ายที่สุดแล้วในวันหนึ่งเราจะถูกตัดสินลงโทษด้วยความผิดบาปทั้งหมดที่เราได้กระทำในโลกใบนี้
เรารู้ในสิ่งเหล่านี้ได้ เพราะพระเจ้าได้ทรงเสด็จลงมาเป็นมนุษย์ในโลกเพื่อสอนสิ่งเหล่านี้ให้แก่เรา เพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าในรูปลักษณ์ของมนุษย์ คือองค์พระเยซูคริสต์ และคำสอนของพระองค์ทรงเป็นความจริง “ทรงทำนายว่าพระองค์จะทรงถูกฆ่าโดยบรรดาข้าราชการในข้อหาที่พระองค์ไม่ได้ทรงกระทำ และหลังจากนั้นสามวันพระองค์จะกลับฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง และสิ่งที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงทำนายไว้ก็กลายเป็นจริง พระองค์ปล่อยให้ตัวเองถูกประหารชีวิต และหลังจากสามวันก็ทรงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง” แม้ว่าสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นนานแล้ว แต่ก็มีหลักฐานที่แสดงให้เราได้เห็นว่าเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นจริง และเพื่อให้เรารับรู้ได้ว่าพระเยซูคริสต์คือองค์พระเจ้า และคำสอนของพระองค์นั้นเป็นความจริง
พระเยซูยังทรงสอนอีกด้วยว่าในอนาคตพระองค์จะทรงพิพากษาคนทั้งปวงด้วยบาปของตน อย่างไรก็ตามพระองค์จะทรงอภัยให้แก่คนที่เชื่อวางใจในพระองค์ และเชื่อฟังคำสอนของพระองค์ และสารภาพบาปของตนต่อพระองค์ เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายของเราได้ตายจากโลกนี้ไป แต่จิตวิญญาณของเราจะออกจากร่างกายของเรา และไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ไปตลอดกาล และในขณะที่เรายังคงมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ พระองค์ไม่ทรงทอดทิ้งเรา ยังทรงนำทาง และปกป้องเรา อีกทั้งยังให้ความหวัง ความสุข และสันติสุขแก่เรา (อ้างอิง พระคัมภีร์กิจการ 17)
คริสโตเฟอร์ รูกาเบอร์
(ภาษาไทย : ธนมาส รูกาเบอร์)
.

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.