ตอนที่ 3 พระคัมภีร์คือเครื่องมือในการเรียนรู้เกี่ยวกับพระเจ้า และแผนงานของพระองค์

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

 

ตอนที่ 3 พระคัมภีร์คือเครื่องมือในการเรียนรู้เกี่ยวกับพระเจ้า และแผนงานของพระองค์

 

 “การเปิดเผยทั่วไป” ก่อนหน้านี้ผมได้พูดถึง การเปิดเผยทั่วไป คือการสังเกตุ หรือการให้เหตุผลทั่วไปตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นความคิดที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นมาในโลกนั้นบ่งชี้ไปที่การดำรงอยู่ของพระเจ้าคือพระผู้สร้างสรรพสิ่งเหล่านั้น

“การเปิดเผยพิเศษ” หมายถึงการรู้จักพระเจ้าโดยวิธีอื่นๆนอกเหนือจากการใช้การสังเกต หรือการให้เหตุผล เป็นเรื่องจำเพาะเจาะจงที่อยู่เหนือธรรมชาติ คริสเตียนเชื่อว่าการเปิดเผยพิเศษเป็นวิธีการของพระเจ้าในการให้ความรู้แก่เราเกี่ยวกับพระองค์ และพระประสงค์ของพระองค์ที่มีต่อชีวิตของเราผ่านข้อความในพระคัมภีร์ (หนังสือคัมภีร์ของคริสต์ศาสนา) รวมถึงปาฏิหาริย์ และคำสอนของพระเยซูคริสต์ ดังนั้นพระคัมภีร์ และคำสอนของพระเยซูที่บันทึกอยู่ในพระคัมภีร์จึงเป็นวิธีที่คริสเตียนส่วนใหญ่ใช้ในศึกษาเพื่อเข้าถึงการเปิดเผยพิเศษนี้

พระคัมภีร์ของคริสเตียน คือคัมภีร์ที่รวบรวมหนังสือจำนวน 66 เล่มมาเข้าด้วยกัน ถูกเขียนขึ้นโดยชาย 40 คน ในช่วงเวลาต่างๆกัน ในระยะเวลายาวนานถึงประมาณ 1,500 ปี ผู้เขียนมาจากภูมิหลังที่หลากหลาย และจากผู้คนทุกประเภท ทั้งคนเลี้ยงแกะ นักเทศน์(ผู้สอนศาสนา) ชาวประมง ทหาร แพทย์ กษัตริย์ เป็นต้น *แม้ว่าผู้เขียนคัมภีร์ไบเบิลนี้ส่วนใหญ่ไม่รู้จักซึ่งกันและกัน และอยู่คนละที่ แต่หนังสือทั้ง 66 เล่มนี้มีเนื้อเรื่องที่สอดคล้องกันอย่างกลมกลืน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพระเจ้า ที่เปิดเผยว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ใด และบอกถึงวิธีการที่เราจะมีความสัมพันธ์กับพระองค์ได้อย่างไร

คริสเตียนเชื่อว่าข้อความในพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า ซึ่งหมายความว่าพระเจ้าทรงชี้นำผู้เขียนแต่ละคนในการเขียนแต่ละคำ ทรงสร้างแรงบันดาลใจผู้เขียนให้เขียนข้อความของพระองค์1 มีหลักฐานว่าสิ่งที่พระคัมภีร์ (คัมภีร์ไบเบิล)กล่าวนั้นเป็นจริง เช่นการคาดการณ์(คำพยากรณ์) ที่เขียนโดยผู้เขียนคนก่อนหน้า และถูกบันทึกว่าเกิดขึ้นจริงโดยผู้เขียนคนต่อมาในภายหลัง

ตัวอย่างอื่นๆ ของหลักฐานที่แสดงว่าพระคัมภีร์เป็นความจริง คือการค้นพบทางโบราณคดี และงานเขียนสมัยโบราณโดยที่มีผู้เขียนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับนักเขียนพระคัมภีร์ที่เป็นชาวยิว หรือคริสเตียน แต่เขาก็เขียนเรื่องออกมาได้ตรงกันกับนักเขียนชาวยิว ซึ่งทำให้เป็นที่น่าทึ่งที่ผู้เขียนอยู่คนละทิศทาง ไม่เกี่ยวข้องหรือรู้จักกันเลย แต่มีงานเขียนเรื่องราวที่ออกมาตรงกัน ปะติดปะต่อเรื่องราวกัน ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก และหลักฐานที่น่าสนใจที่สุดคือที่ว่าพระคัมภีร์คือพระวจนะของพระเจ้า เปรียบเสมือนการเปิดเผยส่วนตัว คือเมื่อบุคคลใดก็ตามที่ได้ศึกษาพระคัมภีร์ต่างก็จะพบแนวความคิดที่เป็นแนวทางที่ให้ไว้สำหรับคนนั้นๆออกมาได้อย่างถูกต้องลงตัว และสร้างคุณค่า คือเมื่อผู้นั้นได้ศึกษาพระคัมภีร์แล้วมีความเข้าใจ และเมื่อนำไปใช้ แล้วเกิดผลดีต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเขา

ปรากฏการณ์แห่งการเปิดเผยส่วนตัวนี้นำไปสู่การที่เราอ้างถึงพระคัมภีร์ว่าเป็น “พระคำแห่งชีวิต” เพราะดูเหมือนว่าพระคัมภีร์นั้นมีชีวิต รู้ว่าปัญหาของเราคืออะไร แล้วยังมีคำแนะนำที่มีประโยชน์ต่อชีวิตเราอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

เนื่องจากพระคัมภีร์มีบทบาทสำคัญในศาสนาคริสต์ เราจึงต้องพิจารณาว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือจริงๆไหม หรือมีข้อผิดพลาดในพระคัมภีร์บ้างหรือไม่ ในฐานะที่ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ และผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่านี่เป็นประเด็นที่สำคัญมาก ถ้าหากผมจะเชื่อว่าพระคัมภีร์มีข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ผมก็ไม่สามารถเชื่อในสิ่งที่กล่าวในพระคัมภีร์ได้อีกเลย มันจะเป็นไปได้แค่ทางใดทางหนึ่งเท่านั้น คือ

1.) พระคัมภีร์คือพระคำของพระเจ้าที่สมบูรณ์แบบ หรือ ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเลย

2.) พระคัมภีร์คือแหล่งที่มาของความจริงที่แน่นอนที่ผมสามารถไว้วางใจไปตลอดในการมีชีวิตอยู่ของผม หรือ ว่าผมก็ไม่สามารถไว้วางใจในคัมภีร์เล่มนี้ได้เลย

3.) พระคัมภีร์คือความถูกต้อง100% หรือ เป็นเพียงหนังสือที่มีการสอนปรัชญาที่น่าสนใจเท่านั้น..

หนังสือศาตสนศาตร์ขั้นพื้นฐานของ Charles C. Ryrie มีหลายบทที่วิเคราะห์ในคำถามเหล่านี้ และสร้างการแบบจำลองข้อเท็จจริงที่น่าสนใจสำหรับความผิดพลาดในพระคัมภีร์(ความสมบูรณ์แบบ) แต่สำหรับผมแล้วคำถามนี้อาจตัดสินใจได้ด้วยความศรัทธาเท่านั้น

พระเยซูทรงสอนว่า เพื่อจะเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์เราต้องเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ2 ผมเชื่อว่านี่หมายความว่าคำถามที่ซับซ้อนนั้นเกินความสามารถของเด็กๆที่จะเข้าใจได้ ดังนั้นสิ่งที่พระคัมภีร์สอนเรานั้นเกินความสามารถในการวิจารณ์ และวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพได้ ดังนั้นผมเลือกที่จะเชื่อว่าพระคัมภีร์เป็นพระวจนะที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้า และสมบูรณ์แบบสำหรับผม และในการตัดสินใจครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงและพัฒนาชีวิตของผมเป็นอย่างมาก

 

ผู้เขียนใช้พระคัมภีร์อ้างอิงฉบับอมตธรรมร่วมสมัย(NIV)

 

2 ทิโมธี 3:16; 2 เปโตร 1:21; 1 โครินธ์ 2:13มัทธิว 18:3
The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help