Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

วันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ


ข่าวดี    ยอห์น 13:1-15
(1)ก่อนวันฉลองปัสกา พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าถึงเวลาแล้วที่จะทรงจากโลกนี้ไปเฝ้าพระบิดา พระองค์ทรงรักผู้ที่เป็นของพระองค์ซึ่งอยู่ในโลกนี้ พระองค์ทรงรักเขาจนถึงที่สุด (2)ระหว่างการเลี้ยงอาหารค่ำ ปีศาจดลใจยูดาส อิสคาริโอท บุตรของซีโมนให้ทรยศต่อพระองค์  (3)พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าพระบิดาประทานทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์แล้ว และทรงทราบว่าพระองค์ทรงมาจากพระเจ้า และกำลังเสด็จกลับไปหาพระเจ้า  (4)จึงทรงลุกขึ้นจากโต๊ะ ทรงถอดเสื้อคลุมออกวางไว้ ทรงใช้ผ้าเช็ดตัวคาดสะเอว  (5)แล้วทรงเทน้ำลงในอ่าง เริ่มล้างเท้าบรรดาศิษย์และใช้ผ้าที่คาดสะเอวเช็ดให้  (6)เมื่อเสด็จมาถึงซีโมนเปโตร เขาทูลพระองค์ว่า “พระเจ้าข้า พระองค์จะทรงล้างเท้าของข้าพเจ้าหรือ”  (7)พระเยซูเจ้าตรัสตอบเขาว่า “สิ่งที่เราทำอยู่ขณะนี้ ท่านยังไม่เข้าใจ แต่จะเข้าใจในภายหลัง”  (8)เปโตรทูลว่า “ข้าพเจ้าไม่ยอมให้พระองค์ล้างเท้าข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ถ้าท่านไม่ให้เราล้าง ท่านจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรา” ซีโมนเปโตรทูลว่า  (9)“พระเจ้าข้า อย่าล้างเฉพาะเท้าเท่านั้น แต่ล้างทั้งมือและศีรษะด้วย”  (10)พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ผู้ที่อาบน้ำแล้วก็ไม่จำเป็นต้องล้างอะไรอีกนอกจากเท้า เขาสะอาดทั้งตัวแล้ว ท่านทั้งหลายก็สะอาดอยู่แล้ว แต่ไม่ทุกคน”  (11)ทั้งนี้ทรงทราบว่าใครกำลังทรยศต่อพระองค์จึงตรัสว่า “ท่านทั้งหลายสะอาด แต่ไม่ทุกคน”  (12)เมื่อทรงล้างเท้าของบรรดาศิษย์เสร็จแล้ว พระเยซูเจ้าทรงสวมเสื้อคลุมอีกครั้งหนึ่ง เสด็จกลับไปที่โต๊ะ ตรัสว่า “ท่านเข้าใจไหมว่าเราทำอะไรให้ท่าน”  (13)ท่านทั้งหลายเรียกเราว่าอาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ถูกแล้ว เพราะเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ  (14)ในเมื่อเราซึ่งเป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและอาจารย์ยังล้างเท้าให้ท่าน ท่านก็ต้องล้างเท้าให้กันและกันด้วย  (15)เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว ท่านจะได้ทำเหมือนกับที่เราทำกับท่าน

*****************************


ถนนในปาเลสไตน์ไม่ได้ลาดด้วยยางหรือปูด้วยอิฐเหมือนในปัจจุบัน  ฤดูแล้งจึงมีฝุ่นหนาหลายนิ้ว ส่วนฤดูฝนก็เต็มไปด้วยโคลนตม  ผู้คนโดยทั่วไปสวมรองเท้าแตะคล้ายรองเท้าสาน ไม่มีสิ่งใดปกป้องเท้าจากฝุ่นหรือโคลน  หน้าบ้านของเจ้าภาพงานเลี้ยงจึงต้องมีโอ่งน้ำ พร้อมคนรับใช้ยืนถือคนโทและผ้าเช็ดตัว คอยล้างเท้าให้แขกก่อนเข้าบ้าน

แต่ใครล่ะคือเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำครั้งสุดท้าย ?

มาตรแม้นว่าพระเยซูเจ้าเองทรงเป็นเจ้าภาพ  พระองค์ก็ไม่มีคนรับใช้คอยติดสอยห้อยตามเลยแม้แต่คนเดียว
ด้วยเหตุนี้ พวกอัครสาวกจึงต้องผลัดกันล้างเท้ากันเอง !

ลูกาเล่าว่าระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำครั้งสุดท้าย “บรรดาศิษย์โต้เถียงกันว่า ในกลุ่มของตนผู้ใดควรได้รับการยกย่องว่ายิ่งใหญ่ที่สุด” (ลก 22:24) จึงเป็นไปได้ว่าก่อนเริ่มงานเลี้ยง พวกอัครสาวกต่างแย่งกันเป็นใหญ่ และไม่มีผู้ใดยอมก้มหัวให้แก่กันด้วยการทำหน้าที่อันต่ำต้อยโดยเฉพาะการล้างเท้าให้คู่แข่งอย่างนี้
พระเยซูเจ้าจึงทรงล้างเท้าพวกเขาพร้อมกับสอนว่า “ท่านทั้งหลายเรียกเราว่าอาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ถูกแล้ว เพราะเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ  ในเมื่อเราซึ่งเป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและอาจารย์ยังล้างเท้าให้ท่าน ท่านก็ต้องล้างเท้าให้กันและกันด้วย  เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว ท่านจะได้ทำเหมือนกับที่เราทำกับท่าน” (ข้อ 13-15)

“แบบอย่าง” ที่พระองค์ทรงวางไว้ให้เราทุกคน คือ
1. ความรักทำได้ทุกสิ่ง

ยอห์นเล่าว่า “ก่อนวันฉลองปัสกา พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าถึงเวลาแล้วที่จะทรงจากโลกนี้ไปเฝ้าพระบิดา” (ยน 13:1)จริงอยู่ พระองค์กำลังจะจากโลกนี้ไป  แต่เป็นการจากไปเพื่อ “เฝ้าพระบิดา” ของพระองค์การกลับไป “เฝ้าพระบิดา” ถือเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่สูงสุด !ในห้วงเวลาเช่นนี้ ความรู้สึกของพระองค์น่าจะเต็มไปด้วยความปลื้มปีติยินดีและภูมิใจสุด ๆ  แต่พระองค์กลับแสดงออกด้วยความสุภาพถ่อมตนแบบสุด ๆทรงล้างเท้า !ปกติการล้างเท้าเป็นหน้าที่ของทาสหรือคนรับใช้อีกทั้งเท้าที่ล้างก็ไม่ใช่ของผู้มีอำนาจวาสนา แต่เป็นเท้าของบรรดาศิษย์ซึ่งไม่อยู่เหนืออาจารย์พระองค์ทรงทำหน้าที่อันต่ำต้อยเช่นนี้ได้เพราะ “พระองค์ทรงรักเขาจนถึงที่สุด” (ยน 13:1)เมื่อคนที่เรารักเกิดเจ็บป่วย เราสามารถอดทนรับใช้เขาได้แม้จะต้องทำงานเสมือนทาส  นั่นเป็นเพราะ “ความรักทำให้สิ่งที่ยากกลายเป็นง่าย” และทำให้สิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เกิดขึ้นได้ส่วนผู้ที่ “ไม่มีความรักอยู่ในหัวใจ” ย่อมไม่อาจรักผู้อื่นได้  เขาทำได้ดีที่สุดเพียงรักตัวเอง หรือจะพูดให้ถูกต้องกว่าคือหลงตัวเอง เห็นตัวเองดีกว่า เด่นกว่า และสำคัญกว่าคนอื่นคนพวกนี้ไม่มีทางถ่อมตนลงมาทำแบบพระเยซูเจ้าได้เลย !!


2. ชีวิตสนิทกับพระเจ้าคือบ่อเกิดของการรับใช้

ยอห์นระบุว่า “พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าพระบิดาประทานทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์แล้ว และทรงทราบว่าพระองค์ทรงมาจากพระเจ้า และกำลังเสด็จกลับไปหาพระเจ้า” (ยน 13:3)สิ่งที่พระองค์ทรงทราบเป็นอย่างดีคือ “พระองค์ทรงมาจากพระเจ้า และกำลังเสด็จกลับไปหาพระเจ้า”ไม่มีครั้งใดอีกแล้วที่พระองค์จะรู้สึกสนิทชิดใกล้กับพระเจ้าเท่าโอกาสนี้ !แต่แทนที่จะรู้สึกฮึกเหิมและดูหมิ่นเหยียดหยามมนุษย์ผู้ต่ำต้อย  พระองค์กลับถ่อมตนลงมารับใช้มนุษย์อย่างสุด ๆแปลว่าแบบอย่างที่พระองค์ทรงวางไว้ให้เป็น “หลักการ” สำหรับชีวิตของเราคือ “ยิ่งใกล้ชิดพระเจ้ามากเท่าใด ยิ่งรับใช้ผู้อื่นได้มากเท่านั้น” !ด้วยว่า “เพื่อนตาย” คือ เพื่อนที่พร้อมรับใช้ พร้อมช่วยเหลือ และไม่ทอดทิ้งเพื่อนด้วยกันเอง  เราจึงสรุปตามหลักการที่กล่าวมาได้ว่า “เพื่อนตายที่ดีที่สุดคือเพื่อนที่อยู่ใกล้ชิดพระเจ้ามากที่สุด”วันนี้ เราน่าจะตอบคำถามตัวเองได้แล้วว่า “เราเป็นเพื่อนตายของใครบ้างแล้วหรือยัง ?”

 

3. ต้องรักแม้แต่ศัตรู

พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าใครกำลังทรยศต่อพระองค์ จึงตรัสว่า “ท่านทั้งหลายสะอาด แต่ไม่ทุกคน” (ยน 13:11)ยูดาส อิสคาริโอท คือผู้ที่กำลังจะทรยศพระองค์  และผลของการทรยศครั้งนี้รุนแรงถึงกับต้องสังเวยด้วยชีวิตของพระองค์เองหากคนที่ถูกทรยศเป็นเรา  เราคงรู้สึกขมขื่น เจ็บปวด โกรธแค้น เกลียดชัง และพร้อมจะระเบิดความรู้สึกเหล่านี้ออกมาทุกเมื่อแต่พระองค์กลับ เผชิญหน้ากับผู้ทรยศด้วยความสุภาพถ่อมตน และทรงรักเขาแบบสุด ๆพระองค์ทรงล้างเท้าให้ผู้ที่กำลังจะทรยศพระองค์ !


4. ศีลล้างบาปมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

พระเยซูเจ้าตรัสกับเปโตรว่า “สิ่งที่เราทำอยู่ขณะนี้ ท่านยังไม่เข้าใจ แต่จะเข้าใจในภายหลัง” (ยน 13:7)สิ่งที่เปโตรและเราเข้าใจในภายหลังคือ “ศีลล้างบาป”ครั้งแรกเปโตรไม่ยอมให้พระองค์ล้างเท้า พระองค์จึงตรัสว่า “ถ้าท่านไม่ให้เราล้าง ท่านจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรา”  สิ่งที่เข้าใจได้ในภายหลังก็คือ “ถ้าท่านไม่รับศีลล้างบาป ท่านจะไม่มีส่วนในพระศาสนจักรของเรา”ด้วยเกรงว่าจะถูกตัดขาดจากพระเยซูเจ้า เปโตรจึงทูลว่า “พระเจ้าข้า อย่าล้างเฉพาะเท้าเท่านั้น แต่ล้างทั้งมือและศีรษะด้วย” (ยน 13:9)พระองค์ตรัสตอบว่า “ผู้ที่อาบน้ำแล้วก็ไม่จำเป็นต้องล้างอะไรอีกนอกจากเท้า” (ยน 13:10)ปกติ ชาวยิวนิยมอาบน้ำก่อนออกจากบ้านไปร่วมงานเลี้ยง  เขาจึงไม่ต้องอาบน้ำที่บ้านของเจ้าภาพอีก สิ่งเดียวที่จำเป็นต้องทำคือ “พิธีล้างเท้าก่อนเข้าบ้าน”เพราะฉะนั้นเมื่อพระองค์ตรัสว่า “ผู้ที่อาบน้ำแล้วก็ไม่จำเป็นต้องล้างอะไรอีกนอกจากเท้า” พระองค์ต้องการหมายความว่า “ท่านอาบน้ำเองที่บ้านก็ได้ แต่สิ่งที่ท่านต้องให้เราทำให้คือ ‘พิธีล้างเพื่อเข้าสู่พระศาสนจักร’  ถ้าท่านไม่ยอมให้เราล้าง ก็แสดงว่าท่านหยิ่งจองหองเกินกว่าจะยอมเข้าพระศาสนจักร โดยผ่านทางศีลล้างบาป”ผู้ใดไม่ยอมรับศีลล้างบาปเพราะความหยิ่งจองหองของตนเอง  ความหยิ่งจองหองนั้นจะทำให้เขาถูกตัดขาดจากสังคมของผู้มีความเชื่อโดยสิ้นเชิง !นี่คือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต !!!

 

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help