Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

รำพึงพระวาจากับคำสอนประจำวันจันทร์ สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลธรรมดา

พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 19:25-34)                                          

เวลานั้น พระมารดาของพระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ข้างไม้กางเขนของพระองค์พร้อมกับน้องสาวของพระนาง มารีย์ภรรยาของเคลโอปัส และมารีย์ชาวมักดาลา เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเห็นพระมารดาและศิษย์ที่รักยืนอยู่ใกล้ๆ จึงตรัสกับพระมารดาว่า “แม่ นี่คือลูกของแม่” แล้วตรัสกับศิษย์ผู้นั้นว่า “นี่คือแม่ของท่าน” ตั้งแต่เวลานั้น ศิษย์ผู้นั้นก็รับพระนางเป็นมารดาของตน

หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว จึงตรัสว่า “เรากระหาย” พระคัมภีร์ตอนนี้จึงเป็นจริงด้วย ที่นั่นมีภาชนะใบหนึ่งบรรจุน้ำองุ่นเปรี้ยวจนเต็มวางอยู่ ทหารจึงใช้ฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายกิ่งหุสบยื่นถึงพระโอษฐ์ พระเยซูเจ้าทรงจิบน้ำองุ่นเปรี้ยวแล้ว ตรัสว่า “สำเร็จบริบูรณ์แล้ว” พระองค์ทรงเอนพระเศียร สิ้นพระชนม์

วันนั้นเป็นวันเตรียมฉลอง ชาวยิวไม่ต้องการให้ศพค้างอยู่บนไม้กางเขนในวันสับบาโต เพราะวันสับบาโตวันนั้นเป็นวันฉลองยิ่งใหญ่ เขาจึงขออนุญาตปีลาตให้ทุบขาผู้ที่ถูกตรึงและนำศพไป บรรดาทหารทุบขาคนทั้งสองคนซึ่งถูกตรึงพร้อมกับพระองค์ เมื่อทหารมาถึงพระเยซูเจ้าและเห็นว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว จึงมิได้ทุบขาของพระองค์ แต่ทหารคนหนึ่งใช้หอกแทงด้านข้างพระวรกาย โลหิตและน้ำก็ไหลออกมาทันที 


ยน 19:25-27  หญิงเอ๋ย : ในงานมงคลสมรสที่เมืองคานา พระคริสตเจ้าทรงเรียกพระมารดาของพระองค์ด้วยคำว่า “สตรี” เป็นคำที่ชวนให้ระลึกถึง เอวา “สตรี” แห่งสวนเอเดน ความนอบน้อมเชื่อฟังของพระนางมารีย์ต่อพระเจ้าได้พลิกกลับบาปที่เอวาได้ทำ ด้วยเหตุนี้ พระศาสนจักรจึงได้ยกย่องพระนางมารีย์เป็น เอวาใหม่  นี่คือแม่ของท่าน : เป็นคำตรัสที่มอบความไว้วางใจต่อศิษย์สุดที่รักให้ดูแลมารดาของพระองค์ และมอบศิษย์ให้แด่มารดาของพระองค์ พระคริสตเจ้าทรงแต่งตั้งพระนางมารีย์ให้เป็นมารดาของพระศาสนจักร พระนางจึงทรงเป็นมารดาฝ่ายจิตของบรรดาคริสตชนผู้มีความเชื่อ คำว่า ศิษย์ “ที่พระเยซูเจ้าทรงรัก” มักเป็นคำที่ใช้หมายถึง ร่างกายทั้งครบของพระศาสนจักร ในบทวันทามารีย์ เราวอนขอพระมารดา “โปรดภาวนาเพื่อลูกทั้งหลายผู้เป็นคนบาป บัดนี้และเมื่อจะตาย” เพื่อวอนขอให้พระนางประทับกับเราในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ดังที่พระนางได้ทรงอยู่แทบเชิงไม้กางเขนของพระคริสตเจ้า  

พระนางมารีย์ทรงเป็นพระมารดาของพระเจ้า

CCC ข้อ 495 พระนางมารีย์ ซึ่งในพระวรสารได้รับพระนามว่า “พระมารดาของพระเยซูเจ้า” (ยน 2:1; 19:25) แม้ก่อนจะประสูติพระบุตร นางเอลีซาเบธก็ได้รับการดลใจจากพระจิตเจ้าประกาศว่าพระนางทรงเป็น “พระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (ลก 1:43) แล้ว พระองค์ที่พระนางได้ปฏิสนธิเป็นมนุษย์เดชะพระจิตเจ้า และทรงรับสภาพมนุษย์มาเป็นพระบุตรของพระนางนี้ก็มิใช่ผู้ใดอื่นจากพระบุตรนิรันดรของพระบิดา พระบุคคลที่สองของพระตรีเอกภาพ พระศาสนจักรประกาศว่าพระนางมารีย์ทรงเป็นพระมารดาของพระเจ้า (Theotokos) โดยแท้จริง

พระนางมารีย์ “ผู้ทรงเป็นพรหมจารีเสมอ”

CCC ข้อ 501 พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระนางมารีย์ แต่ความเป็นพระมารดาฝ่ายจิตของพระนางมารีย์แผ่ขยายครอบคลุมมนุษย์ทุกคนที่พระองค์เสด็จมาทรงกอบกู้ “พระนางประสูติพระบุตรซึ่งพระเจ้าทรงกำหนดให้เป็นบุตรคนแรกในบรรดาพี่น้องจำนวนมาก (เทียบรม 8:29) ซึ่งหมายถึงผู้มีความเชื่อที่พระนางทรงร่วมมือให้กำเนิดและอบรมสั่งสอนด้วยความรักเยี่ยงมารดา”

“วันทา ท่านผู้เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน”

CCC ข้อ 726 พระพันธกิจนี้ของพระจิตเจ้าจบลงเมื่อพระนางมารีย์ทรงเป็น “หญิง” เป็นเหมือนกับ “นางเอวาคนใหม่” ซึ่งเป็น “มารดาของผู้มีชีวิตทั้งหลาย” พระนางทรงเป็นพระมารดา “ของพระคริสตเจ้าทั้งองค์” (totius Christi) เมื่อเป็นเช่นนี้ พระคัมภีร์จึงกล่าวถึงพระนางว่าทรง “ร่วมภาวนาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” พร้อมกับศิษย์ทั้งสิบสองคน (กจ 1:14) ในช่วงเริ่มแรกของ “ยุคสุดท้าย” ตอนเช้าของวันเปนเตกอสเตเมื่อพระศาสนจักรแสดงตนแก่มวลมนุษย์

พระนางมารีย์ – พระมารดาของพระคริสตเจ้า พระมารดาของพระศาสนจักร

CCC ข้อ 963 หลังจากที่เราได้กล่าวถึงบทบาทของพระนางพรหมจารีในพระธรรมล้ำลึกเรื่องพระคริสตเจ้าและพระจิตเจ้าแล้ว บัดนี้เราต้องพิจารณาว่าพระนางทรงอยู่ที่ไหนในพระธรรมล้ำลึกของพระศาสนจักรด้วย “พระนางพรหมจารีมารีย์ […] ทรงเป็นที่ยอมรับและได้รับเกียรติเป็นพระมารดาของพระเจ้า และพระผู้ไถ่โดยแท้จริง […] ยิ่งกว่านั้น พระนางยังเป็นมารดาอย่างสมบูรณ์ของส่วนต่าง ๆ ของพระวรกาย (ของพระคริสตเจ้า)... เพราะพระนางทรงร่วมงานไถ่กู้นี้ด้วยความรักเพื่อให้บรรดาผู้มีความเชื่อได้เกิดในพระ ศาสนจักร เป็นเสมือนส่วนต่าง ๆ ของ (พระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็น) ศีรษะ” “พระนางมารีย์พระมารดาของพระคริสตเจ้าจึงทรงเป็นพระมารดาของพระศาสนจักรอีกด้วย”

พระนางทรงเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์กับพระบุตรของพระนาง

CCC ข้อ 964 บทบาทของพระนางมารีย์ต่อพระศาสนจักรนั้นแยกไม่ออกจากความสัมพันธ์ของพระนาง กับพระคริสตเจ้า และยังสืบเนื่องมาจากความสัมพันธ์นี้ด้วย “ความสัมพันธ์นี้ของพระนางมารีย์กับพระบุตรในงานไถ่กู้เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่เวลาที่พระคริสตเจ้าทรงปฏิสนธิจากพระนางพรหมจารีจนถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์” ความสัมพันธ์นี้เห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษในเวลาที่ทรงรับทรมาน “พระนางพรหมจารียังทรงก้าวหน้าอยู่เสมอในวิถีทางแห่งความเชื่อ และทรงรักษาความสัมพันธ์ของพระนางกับพระบุตรไว้อย่างมั่นคงจนถึงไม้กางเขนที่ซึ่งพระนางทรงยืนอยู่ด้วยตามแผนการที่พระเจ้าทรงจัดไว้ (เทียบ ยน 19:25) ทรงร่วมทุกข์อย่างแสนสาหัสกับพระบุตรแต่องค์เดียวของพระนางและร่วมถวายตนด้วยจิตใจเยี่ยงมารดาเป็นบูชาร่วมกับพระบุตร เต็มพระทัยยอมถวายพระบุตรที่ทรงบังเกิดจากพระนางเป็นเครื่องบูชาด้วยความรัก และในที่สุดพระนางยังทรงรับเป็นมารดาของศิษย์ที่พระเยซูเจ้าซึ่งกำลังจะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนทรงมอบให้ด้วยพระวาจาที่ตรัสว่า “แม่ นี่คือลูกของแม่” (เทียบ ยน 19:26-27)

ในความสัมพันธ์กับพระมารดาของพระเจ้า

CCC ข้อ 2677 “สันตะมารีย์ พระมารดาพระเจ้า โปรดภาวนาเพื่อลูกทั้งหลาย...” เรารู้สึกแปลกใจเหมือนนางเอลีซาเบธ “ทำไมพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า” (ลก 1:43) เพราะเหตุที่พระนางมารีย์ทรงให้พระเยซูพระบุตรของพระนางแก่เรา พระนางจึงเป็นพระมารดาพระเจ้าและพระมารดาของเรา เราจึงอาจฝากตัวเรา ความกังวลและความต้องการทุกอย่างของเราไว้กับพระนางและวอนขอได้ พระนางทรงวอนขอเพื่อเราเช่นเดียวกับเพื่อพระนางเอง “ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” (ลก 1:38) เราฝากตัวไว้กับคำวอนขอของพระนาง เรามอบตัวเราพร้อมกับพระนางไว้กับพระประสงค์ของพระเจ้า “พระประสงค์จงสำเร็จไปเถิด” “โปรดภาวนาเพื่อลูกทั้งหลายผู้เป็นคนบาป บัดนี้และเมื่อจะตายเทอญ” เมื่อวอนขอให้พระนางมารีย์ภาวนาเพื่อเรา เรายอมรับว่าเป็นคนบาปน่าสงสารและหันมาหา “พระมารดาผู้ทรงเมตตากรุณา” มาหาพระนางผู้ศักดิ์สิทธิ์อย่างสมบูรณ์ เราฝากตัวเราไว้กับพระนาง “บัดนี้” ในวันนี้ชีวิตของเรา ความวางใจของเรายังขยายออกไปอีกเพื่อมอบ “เวลาที่เราจะสิ้นใจ” แก่พระนาง ณ บัดนี้ด้วย ขอให้พระนางอยู่กับเราในเวลานั้นเหมือนกับที่ได้ทรงอยู่กับพระบุตรเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และขอให้พระนางทรงรับเราเหมือนกับเป็นมารดาของเรา และนำเราไปพบพระบุตรของพระนางในสวรรค์ด้วย

CCC ข้อ 2678 ความศรัทธาของคริสตชน พระศาสนจักรตะวันตกในสมัยกลางได้พัฒนาการสวดสายประคำขึ้นเป็นการทดแทนพิธีทำวัตรแบบชาวบ้าน ส่วนในพระศาสนจักรตะวันออก การภาวนาที่มีรูปแบบการตอบรับซํ้าๆ กันเช่น Akathistos และ Parklesis ยังคงเป็นรูปแบบการอธิษฐานภาวนาคล้ายกับการขับร้องทำวัตรในพระศาสนจักรต่างๆ ของจารีตไบแซนไทน์ ขณะที่ธรรมประเพณีของพระศาสนจักรอาร์เมเนีย ค็อปต์ และซีเรียคชอบบทเพลงสรรเสริญแบบชาวบ้านต่อพระมารดาพระเจ้ามากกว่า แต่บท “วันทามารีย์” บท Theotokia เพลงสรรเสริญของนักบุญเอเฟรมหรือเกรโกรีแห่งนาเร็ก ต่างยังรักษาธรรมประเพณีการอธิษฐานภาวนาที่มีรากฐานเดียวกัน

CCC ข้อ 2679 พระนางมารีย์เป็นผู้อธิษฐานภาวนาที่สมบูรณ์ เป็นรูปแบบของพระศาสนจักร เมื่อเราอธิษฐานภาวนาต่อพระนาง เราก็ใกล้ชิดกับแผนการของพระบิดาผู้ทรงส่งพระบุตรมาเพื่อช่วยมนุษย์ทุกคนให้รอดพ้น เรารับพระนางมาเป็นมารดาของเรา พระมารดาของพระเยซูเจ้ากลับมาเป็นพระมารดาของทุกคนผู้มีชีวิต เราอาจอธิษฐานภาวนากับพระนางและอธิษฐานภาวนาตอ่ พระนางได้ การอธิษฐานภาวนาของพระศาสนจักรคล้ายกับว่าได้รับการอุดหนุนจากการอธิษฐานภาวนาของพระนางมารีย์ การอธิษฐานภาวนาเช่นนี้เป็นความสัมพันธ์กับพระองค์ในความหวัง


ยน 19:28  เรากระหาย : พระคริสตเจ้าทรงรู้สึกความกระหายแบบมนุษย์ แต่ในที่นี้มีอีกนัยหนึ่งคือพระองค์ทรงกระหายที่จะกระทำตามพระประสงค์ของพระบิดา จากประโยคที่ว่า “ดื่มจากถ้วยที่พระบิดาประทานให้เรา” (ยน 18:11) ซึ่งยังหมายถึงความกระหายของพระองค์สำหรับความรอดพ้นของวิญญาณทั้งหลาย เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงแสดงต่อหญิงชาวสะมาเรีย (เทียบ ยน 4:7)

การแจ้งข่าวเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้า

CCC ข้อ 544 พระอาณาจักรนี้เป็นอาณาจักรของคนยากจนและต่ำต้อย นั่นคือเป็นของคนเหล่านั้นที่รับพระอาณาจักรด้วยจิตใจถ่อมตน พระเจ้าทรงส่งพระเยซูเจ้ามา “ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน” (ลก 4:18) พระองค์ทรงประกาศว่าคนเหล่านี้ย่อมเป็นสุข “เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา” (มธ 5:3) พระบิดาทรงโปรดที่จะเปิดเผยเรื่องที่ถูกปิดบังไว้จากผู้มีปรีชาและรอบรู้ให้แก่ “บรรดาผู้ต่ำต้อย” เหล่านี้ พระเยซูเจ้าทรงร่วมชีวิตของผู้ยากจนนับตั้งแต่ทรงสมภพในรางหญ้าจนถึงไม้กางเขน ทรงมีประสบการณ์ความหิวโหย ความกระหาย และความขัดสน ยิ่งกว่านั้น พระองค์ยังทรงกระทำพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกับคนยากจนทุกชนิดและทรงกำหนดให้ความรักต่อคนเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่ผู้หนึ่งจะเข้าในพระอาณาจักรของพระองค์ได้

พระชนมชีพทั้งหมดของพระคริสตเจ้าเป็นของถวายแด่พระบิดา

CCC ข้อ 607 ความปรารถนาจะรับแผนการไถ่กู้เพราะความรักของพระบิดานี้เป็นพลังบันดาลใจตลอดพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า เพราะพระทรมานเพื่อไถ่กู้มนุษยชาติก็คือเหตุผลที่ทรงรับสภาพมนุษย์ “ข้าแต่พระบิดาเจ้า โปรดช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากเวลานี้เถิด แต่ข้าพเจ้ามาก็เพื่อเวลานี้” (ยน 12:27) “เราจะไม่ดื่มจากถ้วยที่พระบิดาประทานให้เราหรือ” (ยน 18:11) และบนไม้กางเขน ก่อนที่จะตรัสว่า “สำเร็จบริบูรณ์แล้ว” (ยน 19:30) พระองค์ตรัสว่า “เรากระหาย” (ยน 19:28)

การอธิษฐานภาวนาในฐานะของประทานจากพระเจ้า

CCC ข้อ 2561 “ท่านคงกลับเป็นผู้ขอ และผู้นั้นจะให้น้ำที่ให้ชีวิตแก่ท่าน” (ยน 4:10) ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ คำภาวนาวอนขอของเรากลับเป็นคำตอบ เป็นคำตอบต่อคำวอนขอของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต “เขาได้ละทิ้งเราซึ่งเป็นพุน้ำไหล แล้วไปสกัดหินเป็นที่ขังน้ำสำหรับตน เป็นที่ขังน้ำรั่วซึ่งเก็บน้ำไว้ไม่ได้” (ยรม 2:13) เป็นคำตอบของความเชื่อต่อพระสัญญาที่จะประทานความรอดพ้นให้เปล่าๆ เป็นคำตอบของความรักต่อความกระหายของพระบุตรเพียงพระองค์เดียว


ยน 19:29  กิ่งหุสบ : กิ่งไม้ที่ใช้ปะพรมในพิธีกรรม ชาวยิวได้ใช้กิ่งของต้นไม้นี้เพื่อทาเลือดของลูกแกะบูชายัญที่ประตูบ้านและที่แท่นในบ้านของพวกเขาในวันปัสกาดั้งเดิม


ยน 19:30  สำเร็จบริบูรณ์แล้ว : โดยการทำให้ “ถ้วย” ที่ได้รับสมบูรณ์ พระคริสตเจ้าทรงจำเป็นต้องดื่ม และทำให้แผนการของพระบิดาสำเร็จไป พระองค์จึงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน

CCC ข้อ 607 อ่านเพิ่มเติมด้านบน (ยน 19:28)

พระเยซูคริสตเจ้าทรงถูกฝังไว้

CCC ข้อ 624 “อาศัยพระหรรษทานของพระเจ้า พระองค์ทรงลิ้มรสความตายเพื่อมนุษย์ทุกคน” (ฮบ 2:9) พระเจ้าทรงจัดไว้ในแผนการความรอดพ้นให้พระบุตรของพระองค์ไม่เพียงแต่ “สิ้นพระชนม์เพื่อบาปของเรา” (1 คร 15:3) เท่านั้น แต่เพื่อทรง “ลิ้มรสความตาย” ด้วย ซึ่งหมายความว่าเพื่อทรงรู้จักสภาวะของความตาย คือสภาวะที่พระวิญญาณแยกจากพระกายในช่วงเวลาที่ทรงสิ้นพระชนม์กับเวลาที่จะทรงกลับคืนพระชนมชีพ สภาพของพระคริสตเจ้าที่สิ้นพระชนม์นี้เป็นธรรมล้ำลึกของพระคูหาและการเสด็จลงไปในแดนผู้ตาย เป็นธรรมล้ำลึกของวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อพระคริสตเจ้าทรงถูกฝังอยู่ในพระคูหา ทรงแสดงถึงการพักผ่อนยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในวันสะบาโต หลังจากที่การประทานความรอดพ้นแก่มนุษย์เสร็จบริบูรณ์แล้วความรอดพ้นนี้นำสันติมาให้ทุกสิ่งในจักรวาล

พระเยซูคริสตเจ้า

CCC ข้อ 730 ในที่สุดเวลาของพระเยซูเจ้าก็มาถึง ซึ่งหมายถึงเวลาที่พระเยซูเจ้าทรงมอบจิตของพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระบิดา และเวลาที่จะทรงพิชิตความตายโดยการสิ้นพระชนม์ เพื่อ “จะทรงกลับคืนพระชนมชีพ […] เดชะพระสิริรุ่งโรจน์ของพระบิดา” (รม 6:4) และต่อมาไม่ช้าจะประทานพระจิตเจ้า “โดยทรงเป่าลม” เหนือบรรดาศิษย์ นับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป พระพันธกิจของพระคริสตเจ้าและของพระจิตเจ้าก็กลับเป็นพันธกิจของพระศาสนจักร “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น” (ยน 20:22)


ยน 19:31-42 ทั้งโยเซฟชาวอาริมาเทียและนิโคเดมัสเป็นสมาชิกของสภาซันเฮดริน เป็นเพื่อนที่จริงใจต่อพระคริสตเจ้า ได้มาขอพระศพของพระคริสตเจ้าเพื่อนำไปทำพิธีฝังอย่างเหมาะสม ความกล้าหาญของพวกเขาคือแบบอย่างแท้จริงของคุณธรรมความกล้าหาญ ซึ่งสวนทางกับความลับที่พวกเขายอมรับคำสอนของพระคริสตเจ้าเพราะกลัวการตำหนิจากผู้มีอำนาจของชาวยิว

การแสดงองค์ของพระเยซูเจ้าหลังจากทรงคืนพระชนมชีพ

CCC ข้อ 641 มารีย์ชาวมักดาลาและบรรดาสตรีผู้ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งใจมาที่พระคูหาเพื่อชโลมพระศพของพระเยซูเจ้า ที่ถูกฝังอย่างเร่งรีบเพราะวันสับบาโตเริ่มแล้วตั้งแต่เย็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์เป็นคนกลุ่มแรกที่พบพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว ดังนี้ บรรดาสตรีเหล่านี้จึงเป็นคนแรกที่บอกข่าวการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้าแก่บรรดาอัครสาวกเอง หลังจากนั้นพระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์ ก่อนอื่นแก่เปโตร แล้วจึงทรงแสดงพระองค์แก่อัครสาวกสิบสองคน ดังนั้นเปโตรที่พระคริสตเจ้าทรงเรียกมาให้เสริมความเชื่อของบรรดาพี่น้องจึงเห็นพระองค์ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพก่อนพี่น้องคนอื่น และบรรดาศิษย์ก็ประกาศตามคำยืนยันของเขาว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วจริงๆ และทรงสำแดงพระองค์แก่ซีโมน” (ลก 24:34)

ยน 19:33 บางครั้งพวกทหารได้หักขาของผู้ถูกตรึงกางเขน เพื่อเร่งให้เขาเสียชีวิตเร็วขึ้น

 

ยน 19:34  โลหิตและน้ำก็ไหลออกมาทันที : โลหิตและน้ำเป็นเครื่องหมายถึงศีลล้างบาปและพิธีบูชาขอบพระคุณ ซึ่งเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตใหม่ เอวาได้ถูกสร้างมาจากสีข้างของอาดัมฉันใด พระศาสนจักรก็ถูกสร้างมาจากสีข้างของพระคริสตเจ้าฉันนั้น น้ำยังหมายถึงพระจิตเจ้าที่หลั่งมายังโลกนี้โดยพระคริสตเจ้า เป็น “น้ำแห่งชีวิต” ที่พระองค์ทรงกล่าวแก่หญิงชาวสะมาเรียที่บ่อน้ำ (เทียบ ยน 4:10)

พระหทัยของพระวจนาตถ์ผู้ทรงรับสภาพมนุษย์

CCC ข้อ 478 พระเยซูเจ้าทรงรู้จักและรักเราทุกคน แต่ละคนในพระชนมชีพของพระองค์ ในขณะที่ทรงเป็นทุกข์ในสวนมะกอกเทศ และเมื่อทรงรับทรมาน พระองค์ยังทรงมอบพระองค์เพื่อพวกเราแต่ละคนด้วย พระบุตรของพระเจ้า “ทรงรักข้าพเจ้าและทรงมอบพระองค์เพื่อข้าพเจ้า” (กท 2:20) พระองค์ทรงรักเราทุกคนด้วยพระหทัยมนุษย์ เพราะเหตุนี้ พระหทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าซึ่งถูกแทงเพราะบาปของเราและเพื่อช่วยเราให้รอดพ้น “จึงนับได้ว่าเป็นเครื่องบ่งชี้และเป็นสัญลักษณ์ [...] ของความรักที่พระผู้ไถ่ทรงรักพระบิดานิรันดรและมวลมนุษย์อยู่ตลอดเวลา”

สัญลักษณ์ของพระจิตเจ้า

CCC ข้อ 694 “น้ำ” เป็นสัญลักษณ์ซึ่งหมายถึงการกระทำของพระจิตเจ้าในศีลล้างบาป เนื่องจากว่าหลังจากการเรียกขานพระจิตเจ้าแล้ว น้ำกลายเป็นเครื่องหมายศีลศักดิ์สิทธิ์ของการเกิดใหม่ การเกิดครั้งแรกของเราเกิดขึ้นในน้ำภายในครรภ์มารดาฉันใด อันที่จริงน้ำศีลล้างบาปก็หมายความว่าเราได้เกิดมารับชีวิตของพระเจ้าเดชะพระจิตเจ้าฉันนั้น แต่ “เดชะพระจิตเจ้าพระองค์เดียว เราทุกคนได้รับการล้างมารวมกัน […] เราทุกคนต่างได้รับพระจิตเจ้าพระองค์เดียวกัน” (1 คร 12:13) พระจิตเจ้าเองจึงทรงเป็นน้ำทรงชีวิตที่เกิดจากพระคริสตเจ้าผู้ทรงถูกตรึงกางเขนประหนึ่งจากพุน้ำซึ่งไหลรินในตัวเราเพื่อชีวิตนิรันดร

พระศาสนจักร – พระเยซูคริสตเจ้าทรงสถาปนาขึ้น

CCC ข้อ 766 แต่ก่อนอื่นหมด พระศาสนจักรเกิดจากการที่พระคริสตเจ้าทรงมอบพระองค์ทั้งหมดเพื่อความรอดพ้นของเรา พระองค์ทรงแสดงล่วงหน้าให้เห็นการมอบนี้แล้วในการทรงตั้งศีลมหาสนิท และทรงทำให้การมอบพระองค์นี้สำเร็จเป็นจริงบนไม้กางเขน “พระโลหิตและน้ำที่ไหลออกมาจากด้านข้างพระวรกายของพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์หมายถึงจุดเริ่มต้นและการเจริญเติบโต (ของพระศาสนจักร)” “เพราะศีลศักดิ์สิทธิ์น่าพิศวงของพระศาสนจักรทั้งหมดเกิดจากด้านข้างพระวรกายของพระคริสตเจ้าผู้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน” นางเอวาถูกสร้างขึ้นจากสีข้างของอาดัมฉันใด พระศาสนจักรก็เกิดมาจากพระหทัยที่ถูกแทงของพระคริสตเจ้าผู้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน”

พิธีล้างของพระคริสตเจ้า

CCC ข้อ 1225 ในการฉลองปัสกาของพระองค์ พระคริสตเจ้าทรงเปิดธารแห่งศีลล้างบาปแก่มนุษย์ทุกคน อันที่จริง ก่อนที่จะทรงรับทรมานที่กรุงเยรูซาเล็มแล้ว พระองค์ทรงกล่าวถึงพระทรมานนี้ว่าเป็น “พิธีล้าง” ที่จะทรงรับในไม่ช้า พระโลหิตและน้ำที่ออกมาจากด้านข้างพระวรกายที่เปิดอยู่ของพระเยซูเจ้าผู้ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขนก็เป็นรูปแบบของศีลล้างบาปและศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์ที่ประทานชีวิตใหม่ให้เรา หลังจากนี้มนุษย์จึงอาจบังเกิด “จากน้ำและพระจิตเจ้า” เพื่อเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าได้ (ยน 3:5)

“เมื่อท่านรับศีลล้างบาป จงดูเถิดว่าศีลล้างบาปนี้มาจากไหนถ้าไม่ใช่จากไม้กางเขนของพระคริสตเจ้า จากการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า พระธรรมล้ำลึกทั้งหมดอยู่ที่นั่น เพราะพระองค์ทรงรับทรมานเพื่อท่าน ท่านได้รับการไถ่กู้ในพระองค์ ท่านได้รับความรอดพ้นในพระองค์”

การอธิษฐานภาวนาต่อพระเยซูเจ้า

CCC ข้อ 2669 การอธิษฐานภาวนาของพระศาสนจักรถวายพระเกียรติและเคารพนับถือดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า เช่นเดียวกับที่เรียกขานพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ กราบนมัสการพระวจนาตถ์ผู้ทรงรับพระธรรมชาติมนุษย์และดวงพระทัยของพระองค์ที่ทรงยอมให้ถูกแทงเพราะความรักต่อมนุษย์และเพราะบาปของเรา การอธิษฐานภาวนาของคริสตชนยังชอบเดินตามทางไม้กางเขน สถานที่ต่างๆ จากจวนผู้ว่าราชการถึงเนินกลโกธา ไปจนถึงพระคูหาเป็นการเดินตามหนทางของพระเยซูเจ้าผู้ทรงไถ่โลกด้วยไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)  

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help