บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมัทธิว (มธ 18:15 – 20 )
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า“ถ้าพี่น้องของท่านทำผิด จงไปตักเตือนเขาตามลำพัง ถ้าเขาเชื่อฟัง ท่านจะได้พี่น้องกลับคืนมา ถ้าเขาไม่เชื่อฟัง จงพาอีกคนหนึ่งหรือสองคนไปด้วย คำพูดของพยานสองคนหรือสามคนจะได้จัดเรื่องราวให้เรียบร้อย ถ้าเขาไม่ยอมฟังพยาน จงแจ้งให้หมู่คณะทราบ ถ้าเขาไม่ยอมฟังหมู่คณะอีก จงปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาเป็นคนต่างศาสนา หรือคนเก็บภาษีเถิด” “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดิน จะผูกไว้ในสวรรค์ และทุกสิ่งที่ท่านจะแก้บนแผ่นดิน ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย” “เราบอกความจริงแก่ท่านอีกว่า ถ้าท่านสองคนบนแผ่นดินพร้อมใจกันอ้อนวอนขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์จะประทานให้ เพราะว่า ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา”
มธ 18:15 – 20 ผู้มีความเชื่อถูกเรียกให้เข้าไปมีบทบาทหรือรู้จักตักเตือนกันฉันท์พี่น้องแก่บรรดาผู้มีความเชื่อด้วยกันที่ละเมิดกฎเกณฑ์ด้านศีลธรรม สิ่งนี้เป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่แห่งความรักในการช่วยผู้ที่หลงทางไปจากความจริง ทั้งในเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อหรือศีลธรรมก็ตาม โดยต้องกระทำด้วยความรอบคอบและความเมตตาอยู่เสมอ จงปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาเป็นคนต่างศาสนาหรือคนเก็บภาษีสำหรับท่านเถิด : ผลลัพธ์สุดท้ายของผู้ที่ปฏิเสธการนอบน้อมเชื่อฟัง ก็คือ การถูกแยกตัวออกไปจากพระศาสนจักร
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก CCC ข้อ 817 โดยแท้จริง “ในพระศาสนจักรหนึ่งเดียวนี้ของพระเจ้า ก็เคยเกิดมีความแตกแยกกันแล้วนับตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งนักบุญเปาโลอัครสาวกก็เคยกล่าวตำหนิอย่างรุนแรง ในศตวรรษต่อๆ มาก็ได้เกิดมีความแตกแยกกันอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น และกลุ่มคริสตชนไม่เล็กหลายกลุ่มก็ได้แยกตัวออกไปจากความสัมพันธ์อย่างสมบูรณ์กับพระศาสนจักรคาทอลิก และหลายครั้งมนุษย์ของทั้งสองฝ่ายก็ใช่ว่าจะไม่มีความผิดด้วย” รอยร้าวที่ทำให้เอกภาพของพระวรกายของพระคริสตเจ้าต้องเป็นบาดแผลนี้ (ซึ่งแยกได้เป็น มิจฉาทิฐิ การปฏิเสธละทิ้งความเชื่อ และศาสนเภท) ซึ่งล้วนเกิดจากความผิดของมนุษย์ทั้งสิ้น “ที่ใดมีบาป ที่ใดมีผู้คนจำนวนมาก ที่นั่นก็มีการแตกแยก ที่นั่นก็มีมิจฉาทิฐิ ที่นั่นก็มีความเห็นแตกต่างกัน แต่ที่ใดมีคุณธรรม ที่นั่นก็มีความสามัคคีปรองดอง มีเอกภาพ ที่รวมทุกคนผู้มีความเชื่อให้เป็นใจเดียวจิตเดียวกัน”
CCC ข้อ 822 “พระศาสนจักรทั้งหมด ทั้งผู้มีความเชื่อและผู้อภิบาลจำเป็นต้องสาละวนเอาใจใส่ในการรื้อฟื้นเอกภาพนี้” แต่เราก็ต้องมีความสำนึกด้วยว่า “ความตั้งใจศักดิ์สิทธิ์ที่จะรวบรวมคริสตชนทุกคนเข้ามาอยู่ในเอกภาพเดียวและพระศาสนจักรเดียวนี้เป็นภารกิจที่เกินกำลังและความสามารถของมนุษย์” ดังนั้น เราจึงตั้งความหวังทั้งหมดของเราไว้ “ในคำอธิษฐานภาวนาของพระคริสตเจ้าสำหรับพระศาสนจักร ในความรักของพระบิดาเจ้าต่อเรา และในพลังของพระจิตเจ้า”
มธ 18:18 เปโตรคือผู้ได้รับอำนาจที่จะผูกและแก้อำนาจนี้ได้ถูกส่งต่อไปยังบรรดาอัครสาวกทุกคนผู้ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับท่าน (มธ 16:18-19) ทุกวันนี้เราการนำอำนาจนี้ไปใช้ในเบื้องต้นในศีลแห่งการคืนดีหรือศีลอภัยบาป รวมทั้งในด้านกฎหมายและระเบียบการปกครองของพระศาสนจักรด้วย
CCC ข้อ 553 พระเยซูเจ้าทรงมอบอำนาจพิเศษแก่เปโตร “เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ท่าน ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย” (มธ 16:19) “อำนาจถือกุญแจ” หมายถึงอำนาจดูแลบ้านของพระเจ้า คือพระศาสนจักรพระเยซูเจ้า “ผู้เลี้ยงแกะที่ดี” (ยน 10:11) ทรงยืนยันถึงบทบาทนี้หลังจากทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว “จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด” (ยน 21:15-17) อำนาจ “ผูกและแก้” จึงหมายถึงอำนาจที่จะอภัยบาป ที่จะตัดสินเรื่องคำสอนและระเบียบการปกครองในพระศาสนจักร พระเยซูเจ้าทรงมอบอำนาจนี้ให้แก่พระศาสนจักรผ่านทางการปฏิบัติงานของบรรดาอัครสาวก และโดยเฉพาะของเปโตร ซึ่งเป็นผู้เดียวที่ทรงเจาะจงมอบกุญแจพระอาณาจักรให้
CCC ข้อ 894 “บรรดาพระสังฆราชปกครองพระศาสนจักรท้องถิ่นที่เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลในฐานะผู้แทนและผู้ช่วยของพระคริสตเจ้า โดยคำแนะนำ คำตักเตือน แบบอย่าง และโดยอำนาจหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย” ซึ่งเขาต้องใช้อำนาจนี้เพื่อเสริมสร้างด้วยจิตใจการรับใช้ ซึ่งเป็นจิตใจของพระอาจารย์ของเขา
CCC ข้อ 895 “อำนาจนี้ที่เขาใช้ปฏิบัติหน้าที่ของตนส่วนตัวในพระนามของพระคริสตเจ้าเป็นอำนาจเฉพาะตามปกติของเขาโดยตรง แม้ว่าในที่สุดแล้วการใช้อำนาจนี้ต้องถูกควบคุมโดยอำนาจสูงสุดของพระศาสนจักร” แต่ก็ต้องไม่คิดว่าบรรดาพระสังฆราชเป็นเพียงผู้แทนของสมเด็จพระสันตะปาปาที่อำนาจสามัญโดยตรงของพระองค์เหนือทั่วพระศาสนจักรไม่ยกเลิกอำนาจปกครองของบรรดาพระสังฆราช แต่ตรงกันข้าม ยังส่งเสริมและปกป้องด้วย พระสังฆราชต้องใช้อำนาจนี้ของตนร่วมกับพระศาสนจักรทั้งหมดโดยมีพระสันตะปาปาทรงคอยแนะนำ
CCC ข้อ 896 ผู้เลี้ยงแกะที่ดีจะต้องเป็นตัวอย่างและ “รูปแบบ” ของหน้าที่อภิบาลของพระสังฆราช พระสังฆราชต้องสำนึกถึงความอ่อนแอของตน “รู้จักเห็นใจผู้ที่ไม่รู้และหลงผิด ดูแลผู้อยู่ใต้ปกครองเสมือนบุตร […] ต้องไม้ปฏิเสธที่จะรับฟัง […] บรรดาผู้มีความเชื่อก็ต้องมีความใกล้ชิดกับพระสังฆราชเช่นเดียวกับที่พระศาสนจักรชิดสนิทกับพระคริสตเจ้า และเหมือนกับที่พระคริสตเจ้าทรงชิดสนิทกับพระบิดา” “ท่านทุกคนจงเชื่อฟังพระสังฆราชเช่นเดียวกับที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงเชื่อฟังพระบิดา และจงเชื่อฟังคณะสงฆ์เหมือนกับเชื่อฟังบรรดาอัครสาวก ท่านจงเคารพบรรดาสังฆานุกรเหมือนกับพระบัญชาของพระเจ้า อย่าให้ผู้ใดทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับพระศาสนจักรโดยแยกจากพระสังฆราชเลย”
CCC ข้อ 1444 เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้บรรดาอัครสาวกมีส่วนในอำนาจอภัยบาปได้เช่นเดียวกับพระองค์ พระองค์ยังประทานให้เขามีอำนาจนำคนบาปเข้ามาคืนดีกับพระศาสนจักรได้ด้วย เหตุผลของบทบาทนี้ของเขาในพระศาสนจักรแสดงให้เห็นในพระวาจาที่พระคริสตเจ้าตรัสอย่างสง่าแก่ เปโตรว่า “เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ท่าน ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย” (มธ 16:19) “เห็นได้ชัดว่าอำนาจผูกและแก้ที่ทรงมอบแก่เปโตรนี้พระองค์ยังทรงมอบแก่คณะอัครสาวกที่รวมอยู่กับประมุขของตนด้วย” (มธ 18:18; 28:16-20)”
CCC ข้อ 1445 คำว่า ผูก และ แก้ หมายความว่า ผู้ที่ท่านกันออกไปจากความสัมพันธ์กับท่านก็จะถูกกันออกไปจากความสัมพันธ์กับพระเจ้า ผู้ที่ท่านจะรับเข้ามามีความสัมพันธ์กับท่านอีก พระเจ้าก็จะทรงรับเข้ามามีความสัมพันธ์กับพระองค์ด้วย การคืนดีกับพระศาสนจักรแยกกันไม่ออกจากการคืนดีกับพระเจ้า
มธ 18:20 พระคริสตเจ้าทรงปรากฏพระองค์เองแก่เราด้วยวิธีต่างๆ อย่างหลากหลาย รวมถึงในการชุมนุมกันของบรรดาผู้มีความเชื่อ คือในพิธีบูชาขอบพระคุณ ในการโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในศาสนบริกรของพระองค์บนพระแท่น ในพระวาจาของพระเจ้า และเมื่อใดก็ตามที่มีการชุมนุมกันของผู้มีความเชื่อเพื่อการสวดภาวนา พระองค์ทรงประทับอยู่ในรูปแบบที่พิเศษสุด ภายใต้รูปปรากฏของศีลมหาสนิท นี่คือศีลศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ซึ่งทำให้เราได้รับทั้งพระกาย พระโลหิต พระวิญญาณ และพระเทวภาพของพระคริสตเจ้า
CCC ข้อ 832 “พระศาสนจักรของพระคริสตเจ้าอยู่จริงในทุกกลุ่มผู้มีความเชื่อจากแต่ละท้องถิ่นที่มาชุมนุมกันอย่างถูกต้อง พันธสัญญาใหม่เรียกกลุ่มชนเหล่านี้ที่มีความสัมพันธ์กับผู้อภิบาลของตนว่า “พระศาสนจักร” [...] บรรดาผู้มีความเชื่อมาชุมนุมกันในกลุ่มเหล่านี้โดยการประกาศสอนพระวรสาร และมีการเฉลิมฉลองพระธรรมลํ้าลึกการเลี้ยงอาหารคํ่าขององค์พระผู้เป็นเจ้า [...]พระคริสตเจ้าประทับอยู่ในชุมชนเหล่านี้ แม้บ่อยๆ เป็นเพียงชุมชนเล็กๆ และยากจน หรือกระจายกันอยู่ในที่ต่างๆ พระศาสนจักรหนึ่งเดียว ศักดิ์สิทธิ์ และสากลรวมกันอยู่ได้เดชะพระอานุภาพของพระองค์”
CCC ข้อ 833 เมื่อกล่าวถึง “พระศาสนจักรท้องถิ่น” หรือ “พระศาสนจักรเฉพาะ” ที่หมายถึง “สังฆมณฑล”(dioecesis หรือ eparchia) เราก็เข้าใจว่าหมายถึงชุมชนผู้มีความเชื่อและศีลศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งพร้อมกับพระสังฆราชผู้ได้รับศีลบวชสืบตำแหน่งมาจากบรรดาอัครสาวก พระศาสนจักรท้องถิ่นเหล่านี้จัดตั้งขึ้น “ตามรูปแบบของพระศาสนจักรสากล พระศาสนจักรคาทอลิกหนึ่งเดียวและเป็นเอกลักษณ์ก็ดำรงอยู่ในพระศาสนจักรท้องถิ่นเหล่านี้”
CCC ข้อ 1088 “เพื่อทำให้งานยิ่งใหญ่นี้สำเร็จ พระคริสตเจ้าประทับอยู่เสมอในพระศาสนจักร โดยเฉพาะในการประกอบพิธีกรรม พระองค์ประทับในพิธีบูชามิสซา ทั้งในตัวของผู้ประกอบพิธี เพราะ“เป็นพระองค์เอง ซึ่งแต่ก่อนนั้นทรงถวายพระองค์บนไม้กางเขน บัดนี้ ยังทรงถวายพระองค์อาศัยศาสนบริการของพระสงฆ์” และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์ประทับอยู่ภายใต้รูปปรากฏของศีลมหาสนิท พระองค์ยังประทับอยู่ในศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ด้วยพระอานุภาพ จนกระทั่งเมื่อผู้ใดประกอบพิธีศีลล้างบาป พระคริสตเจ้า เองก็ทรงประกอบพิธีศีลล้างบาป พระองค์ประทับอยู่ในพระวาจา เพราะเป็นพระองค์ที่ตรัส เมื่อมีผู้อ่านพระคัมภีร์ในพระศาสนจักร ในที่สุดพระองค์ยังประทับอยู่เมื่อพระศาสนจักรอธิษฐานภาวนาและขับร้องเพลงสดุดี เพราะพระองค์ทรงสัญญาว่า “ที่ใดมีสองหรือสามคนประชุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา” (มธ18:20)”
CCC ข้อ 1373 “พระคริสตเยซู ผู้สิ้นพระชนม์ ทั้งยังทรงกลับคืนพระชนมชีพ ประทับอยู่เบื้องขวาของพระเจ้าทรงวอนขอแทนเราอีกด้วย” (รม 8:34) ประทับอยู่หลายแบบในพระศาสนจักรของพระองค์ พระองค์ยังตรัสอีกว่า พระองค์ประทับอยู่เมื่อพระศาสนจักรอธิษฐานภาวนา “ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา” (มธ 18:20) พระองค์ยังประทับอยู่ในผู้ยากจน คนเจ็บป่วย ผู้ถูกจองจำ ในศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ทรงเป็นผู้แต่งตั้ง ในพิธีบูชามิสซาและในบุคคลศาสนบริกร แต่ “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์ประทับอยู่ภายใต้รูปปรากฏของศีลมหาสนิท”
CCC ข้อ 2689 กลุ่มอธิษฐานภาวนา หรือ “สำนักการอธิษฐานภาวนา” ทุกวันนี้เป็นเครื่องหมายและเป็นวิธีการรื้อฟื้นการอธิษฐานภาวนาในพระศาสนจักรถ้าได้รับการหล่อเลี้ยงจากบ่อเกิดของการอธิษฐานภาวนาแบบคริสตชนที่แท้จริง ความสนใจต่อความสนิทสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นเครื่องหมายของการอธิษฐานภาวนาแท้จริงในพระศาสนจักร
(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.