อาทิตย์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ



วันอาทิตย์ที่ 5 เทศกาลปัสกา


ข่าวดี     ยน 15:1-8
1เราเป็นเถาองุ่นแท้ และพระบิดาของเราทรงเป็นชาวสวน  2กิ่งก้านใดในเราที่ไม่เกิดผล พระองค์จะทรงตัดทิ้งเสีย กิ่งก้านใดที่เกิดผล พระองค์จะทรงลิดเพื่อให้เกิดผลมากขึ้น 3ท่านทั้งหลายก็สะอาดอยู่แล้วเพราะวาจาที่เรากล่าวกับท่าน  4ท่านทั้งหลายจงดำรงอยู่ในเราเถิด ดังที่เราดำรงอยู่ในท่าน กิ่งองุ่นเกิดผลด้วยตนเองไม่ได้ถ้าไม่ติดอยู่กับเถาองุ่นฉันใด ท่านทั้งหลายก็จะเกิดผลไม่ได้ ถ้าไม่ดำรงอยู่ในเราฉันนั้น  5เราเป็นเถาองุ่น ท่านทั้งหลายเป็นกิ่งก้าน ผู้ที่ดำรงอยู่ในเรา และเราดำรงอยู่ในเขา ก็ย่อมเกิดผลมาก เพราะถ้าไม่มีเรา ท่านก็ทำอะไรไม่ได้เลย  6ถ้าผู้ใดไม่ดำรงอยู่ในเรา ก็จะถูกโยนทิ้งไปข้างนอกเหมือนกิ่งก้านและจะเหี่ยวแห้งไป กิ่งก้านเหล่านั้นจะถูกเก็บไปทิ้งในไฟและถูกเผา  7ถ้าท่านทั้งหลายดำรงอยู่ในเรา และวาจาของเราดำรงอยู่ในท่าน ท่านอยากได้สิ่งใด ก็จงขอเถิด และท่านจะได้รับ  8พระบิดาของเราจะทรงรับพระสิริรุ่งโรจน์เมื่อท่านเกิดผลมากและกลายเป็นศิษย์ของเรา

****************************

“เราเป็นเถาองุ่นแท้” (ยน 15:1)
ภาพและความนึกคิดเกี่ยวกับเถาองุ่นฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของชาวยิวเสมอมา  ในพระธรรมเก่าชาวยิวได้รับการเปรียบเทียบเป็นเถาองุ่นหรือสวนองุ่นหลายครั้งหลายคราว  ประกาศกอิสยาห์กล่าวว่า “สวนองุ่นของพระยาห์เวห์จอมจักรวาลคือพงศ์พันธุ์อิสราเอล” (อสย 5:1-7)  เอเสเคียลเปรียบอิสราเอลว่า “เป็นเสมือนเถาองุ่นในสวนองุ่น” (อสค 19:10) ส่วนเยเรมีย์กล่าวถึงคุณสมบัติของเถาองุ่นที่พระเจ้าทรงปลูกว่า “เป็นเถาองุ่นชนิดดี” (ยรม 2:21) และโฮเชยาเสริมว่า “อิสราเอลเป็นเหมือนเถาองุ่นเขียวชอุ่มที่มีผลมาก” (ฮชย 10:1)

น่าเสียดายที่พระเจ้าทรงใช้เถาองุ่นอย่างดี แต่ผลที่ได้กลับออกมาตรงกันข้าม  ทุกครั้งที่บรรดาประกาศกเปรียบเทียบชาวอิสราเอลกับเถาองุ่น มันกลับกลายเป็นเถาองุ่นป่าและเปรี้ยว จนอิสยาห์แปลกใจว่า “ไฉนสวนนั้นผลิตผลองุ่นเปรี้ยว” (อสย 5:2)
พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า ““เราเป็นเถาองุ่นแท้”  ไม่ใช่เถาองุ่นกลายพันธุ์หรือเถาองุ่นป่าและเปรี้ยว
ความหมายที่พระองค์ต้องการสื่อถึงชาวยิวคือ “พวกท่านคิดว่าชนชาติของท่านเป็นเถาองุ่นแท้ของพระเจ้า แต่เถาองุ่นนั้นได้กลายพันธุ์ไปแล้ว  บัดนี้เราเป็นเถาองุ่นแท้  การเกิดมาเป็นยิวไม่ช่วยให้ท่านรอด  หนทางรอดมีอยู่ทางเดียวคือดำเนินชีวิตสนิทสัมพันธ์กับเราเหมือนกิ่งก้านองุ่นที่ต้องติดอยู่กับเถาองุ่น”
เราจึงสรุปหลักการของพระเยซูเจ้าได้ว่า ไม่ใช่สายโลหิต แต่เป็น “ความเชื่อ” และ “ความสนิทสัมพันธ์” กับพระองค์ที่ช่วยให้ทุกคนรอด !

“กิ่งก้านใดในเราที่ไม่เกิดผล พระองค์จะทรงตัดทิ้งเสีย กิ่งก้านใดที่เกิดผล พระองค์จะทรงลิดเพื่อให้เกิดผลมากขึ้น” (ยน 15:2)
ปาเลสไตน์เป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยเถาองุ่นจวบจนทุกวันนี้  เคล็ดลับในการปลูกองุ่นให้ได้ผลอุดมอยู่ที่การดูแลดินให้สะอาดและการลิดกิ่ง  สามปีแรกต้องหมั่นตัดหรือลิดกิ่งอย่าให้เกิดผลเพื่อจะได้รักษาชีวิตและความแข็งแรงของเถาองุ่นเอาไว้  เมื่อเถาองุ่นโตเต็มที่แล้วต้องลิดกิ่งในช่วงเดือนธันวาคมและมกราคมของทุกปีเพื่อจะได้ผลอุดมในฤดูเก็บเกี่ยว และกิ่งก้านใดที่ไม่เกิดผลต้องตัดทิ้ง อย่าปล่อยให้มันดูดน้ำเลี้ยงและทำให้เถาองุ่นไม่แข็งแรง
พระเยซูเจ้าทรงทราบดีว่า เถาองุ่นจะบังเกิดผลโดยปราศจากการตัดและลิดกิ่งไม่ได้ !
กิ่งก้านใดถูกตัดทิ้งจะต้องเผชิญกับชะตากรรมเลวร้ายสุด ๆ  เพราะกิ่งองุ่นเป็นไม้เนื้ออ่อน ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย  แม้กฎหมายของโมเสสที่กำหนดให้ประชาชนนำไม้มาถวายที่พระวิหารเป็นครั้งคราวเพื่อใช้เผาเครื่องบูชา ยังห้ามนำไม้จากเถาองุ่นมาถวาย  สิ่งเดียวที่ทำได้กับกิ่งก้านองุ่นที่ถูกตัดหรือถูกลิดออกคือเผาไฟทิ้ง !
เมื่อพระองค์พูดถึงกิ่งองุ่นที่ไม่เกิดผลและต้องถูกตัดทิ้งในกองไฟ พระองค์กำลังคิดถึงคน 2 กลุ่มคือ
1.    ชาวยิว  พวกเขาเป็นกิ่งก้านของเถาองุ่นของพระเจ้า แต่กลับปฏิเสธที่จะฟังและยอมรับพระองค์  พวกเขาจึงกลายเป็นกิ่งก้านที่เหี่ยวแห้งและไม่เกิดผล
2.    คริสตชน ที่เข้าข่ายดังต่อไปนี้
2.1    พวกที่ไม่ยอมฟังพระองค์เลย
2.2    พวกที่ฟังและยอมรับพระองค์แต่ปากโดยไม่มีกิจกรรมหรือการปฏิบัติใดรองรับ เข้าตำรา “ดีแต่พูด”
2.3    พวกที่ฟังและยอมรับพระองค์ แต่เมื่อประสบความยากลำบากในชีวิตก็ทอดทิ้งและทรยศพระองค์ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยสัญญาว่าจะเชื่อ จะนบนอบ และจะรับใช้พระองค์
เราต้องไม่ลืมว่า “การไร้ประโยชน์คือหนทางสู่หายนะ”  อนาคตของกิ่งก้านที่ไม่เกิดผลจึงน่ากลัวยิ่งนัก !
เพื่อจะบังเกิดผลมาก เคล็ดลับแรกคือ “ทำดินให้สะอาด” ซึ่งพระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่านทั้งหลายก็สะอาดอยู่แล้วเพราะวาจาที่เรากล่าวกับท่าน” (ยน 15:3)
เคล็ดลับที่สองคือ “ลิดกิ่งที่ไม่เกิดผล” เช่นความเห็นแก่ตัว ความเกลียดชัง การอิจฉาริษยา ความมักใหญ่ใฝ่สูง ฯลฯ ซึ่งรังแต่จะแย่งน้ำเลี้ยงไปจากเรา และทำให้เราอ่อนแอ ไม่แข็งแรง
และเคล็ดลับสุดท้ายซึ่งเป็นสูตรเด็ดของพระเยซูเจ้านั้น อยู่ตรงพระวาจาที่ตรัสว่า “ผู้ที่ดำรงอยู่ในเรา และเราดำรงอยู่ในเขา ก็ย่อมเกิดผลมาก” (ยน 15:5)

“ผู้ที่ดำรงอยู่ในเรา และเราดำรงอยู่ในเขา ก็ย่อมเกิดผลมาก” (ยน 15:5)
เป็นที่ยอมรับกันว่า “การมีพระเยซูเจ้าอยู่ในตัวเรา และเราอยู่ในพระเยซูเจ้า” เป็นเรื่องของประสบการณ์ส่วนตัวกับพระองค์หรือเป็นการเข้าฌานชนิดหนึ่ง  แต่เนื่องจากคริสตชนส่วนใหญ่ไม่เคยมีประสบการณ์ของการเข้าฌาน เราจึงต้องอธิบายโดยอาศัยการเปรียบเทียบ
สมมุติว่ามีคนหนึ่งอ่อนแอมากทางด้านศีลธรรม และพ่ายแพ้การประจญอยู่เป็นประจำ บังเอิญเขามีเพื่อนคนหนึ่งเป็นคนดีและน่ารักมาก  เพื่อนคนนี้ช่วยฟื้นฟูและพยุงเขาให้รอดพ้นจากวิกฤติในชีวิตและกลับมาอยู่ในหนทางที่ถูกต้อง  เขาจึงต้องติดต่อสัมพันธ์กับเพื่อนคนนี้เป็นประจำ  เมื่อใดก็ตามที่เขาขาดการติดต่อกับเพื่อนคนนี้ ความอ่อนแอและการพ่ายแพ้ก็จะหวนกลับมาหาเขาอีก  ความรอดของเขาจึงขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งและพลังของเพื่อนคนนี้
เราทุกคนต่างเคยมีประสบการณ์ทำนองนี้มาแล้ว เช่นการได้กำลังใจเมื่อรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังจากพ่อแม่หรือจากคนรักของเรา  การได้พลังใจจากแม่พระหรือนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเราเมื่อถูกประจญล่อลวง  หรือบรรดาทหารที่ออกรบด้วยขวัญและกำลังใจดีเยี่ยมเมื่อมีธงชัยเฉลิมพลซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่ด้วย
การดำรงอยู่ในพระเยซูเจ้า และพระองค์ดำรงอยู่ในเรา ก็เปรียบได้กับการมีเพื่อนที่แสนดี  หรือการมีคนที่รักและห่วงใยเราอยู่กับเราฉันนั้น
เคล็ดลับความสำเร็จของพระเยซูเจ้าอยู่ที่การมีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระบิดาฉันใด  ความสำเร็จและความรอดของเราก็ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของเรากับพระองค์ฉันนั้น
พระองค์จึงตรัสว่า “ถ้าไม่มีเรา ท่านก็ทำอะไรไม่ได้เลย”
อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องระลึกอยู่เสมอคือ ความสนิทสัมพันธ์กับพระเยซูเจ้าจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากเราไม่ “เริ่มต้นก้าวไปหาพระองค์”
ก้าวแรก ขอให้เราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการ “สวดภาวนา” เพราะการสวดภาวนาเป็นเสมือนยาปฏิชีวนะที่ช่วยป้องกันเราจากอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่แฝงมาตลอดทั้งวัน
ก้าวต่อ ๆ ไป ขอให้เราจัดระเบียบชีวิตเพื่อให้มีเวลาสำหรับติดต่อกับพระองค์  อย่าเปิดโอกาสให้เราหลงลืมพระองค์แม้แต่ชั่วครู่เดียวหรือวันเดียวเป็นอันขาด !

“พระบิดาของเราจะทรงรับพระสิริรุ่งโรจน์เมื่อท่านเกิดผลมากและกลายเป็นศิษย์ของเรา” (ยน 15:8)
พระเยซูเจ้าทรงถือว่า การดำเนินชีวิตคริสตชนที่ดีก่อให้เกิดประโยชน์ 2 ต่อด้วยกันคือ
1.    ชีวิตของคริสตชนเองเจริญงอกงามและบังเกิดผลมากทั้งในโลกนี้และในโลกที่กำลังจะมาถึง
2.    เขาทำให้พระบิดาได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ เพราะเมื่อผู้อื่นมองเห็นความดีของเขาก็จะหวนคิดถึงพระบิดาเจ้าผู้โปรดให้เขาประพฤติดีเช่นนั้น

เกียรติยศยิ่งใหญ่สุดสำหรับเราคริสตชนเกิดขึ้นเมื่อชีวิตและความประพฤติของเราสามารถนำพระสิริรุ่งโรจน์มาสู่พระเจ้าได้ !!!!

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help