Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2015 สัปดาห์ที่สิบสาม เทศกาลธรรมดา

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

มธ 9:18-26….

18ขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังตรัสอยู่นั้น หัวหน้าคนหนึ่งเข้ามากราบพระบาท ทูลว่า “บุตรหญิงของข้าพเจ้าเพิ่งสิ้นใจ เชิญพระองค์เสด็จไปปกพระหัตถ์เหนือเขาเถิด เขาจะได้มีชีวิต” 19พระเยซูเจ้าทรงลุกขึ้นเสด็จตามเขาไปพร้อมกับบรรดาศิษย์
20ขณะนั้น หญิงคนหนึ่งตกเลือดเรื้อรังมาสิบสองปีแล้ว เข้ามาข้างหลังสัมผัสฉลองพระองค์ 21นางคิดว่า “ถ้าฉันเพียงสัมผัสฉลองพระองค์เท่านั้น ฉันก็จะหายจากโรค” 22พระเยซูเจ้าทรงหันมาเห็นเข้า จึงตรัสว่า “ลูกเอ๋ย ทำใจดีๆ ไว้ ความเชื่อของท่าน ช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว” หญิงนั้นก็หายจากโรคนับแต่เวลานั้น 23เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงบ้านของหัวหน้าคนนั้น ทรงเห็นคนเป่าขลุ่ย และผู้คนกำลังชุลมุนวุ่นวาย จึงตรัสว่า 24“ออกไปเถิด เด็กหญิงคนนี้ยังไม่ตาย เพียงแต่นอนหลับไปเท่านั้น” พวกนั้นต่างหัวเราะเยาะพระองค์ 25เมื่อคนกลุ่มนั้นถูกไล่ออกไปข้างนอกแล้ว พระองค์จึงเสด็จเข้าไป ทรงจับมือเด็กหญิง เด็กนั้นก็ลุกขึ้น 26ข่าวเรื่องนี้จึงแพร่ออกไปทั่วแคว้นนั้น


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “เพียงได้สัมผัสชายฉลองพระองค์ก็พอ” ความเชื่อทำให้เราอยากสัมผัสพระเจ้า ทำให้เราได้มั่นใจในพระองค์ หญิงที่เป็นโรคตกโลหิตเรื้อรังมายาวนา 12 ปี คงไม่มีความหวังจะหายได้ง่ายเพราะนางป่วยมานาน... แต่นางอยากเพียงได้สัมผัสพระองค์ เพียง “ชายฉลองพระองค์” แค่นั้นที่นางต้องการ... และนางก็แอบเข้ามาเพราะนางเป็นโรคที่ไม่มีใครรู้มีแต่นางที่รู้และต้องการ ความช่วยเหลือจากพระเจ้า... นางได้เข้ามาด้านหลังเพียงเพื่อขอเท่านี้ นางมั่นใจ นางจะหายจากโรคแน่นอน นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า “ความเชื่อ” คือ “เชื่อในพลังของพระเยซู เชื่อในพระบุคคลของพระเยซู และไม่ใช่เพียงในตัวของพระองค์ เพราะ เพียงแต่ชายฉลองพระองค์ ขอเพียงได้สัมผัส นางก็เชื่อ” นี่คือความเชื่อที่งดงามจริงๆ และพ่อคิดว่า ความงามขอความเชื่อเป็นเช่นนี้

• พระเยซูทรงทราบ พระองค์รับรู้ได้ถึงสัมผัสของนาง พระองค์จึงหันมาและตรัสพระวาจาที่แสนอ่อนโยน เรียกว่า อ่อนโยนกว่าชายพระภูษาของพระองค์ และอ่อนโยนกว่าความคิดที่น่ารักและอ่อนโยนของหญิงคนนี้มากนัก เพราะพระองค์หันมานาง ตรัส “ลูกเอ๋ย ทำใจดีๆ ไว้ ความเชื่อของท่าน ช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว”

o พ่อพบความเชื่อที่แสนสุภาพ อ่อนโยน และถ่อมตนของนาง... การเป็นโรคตกโลหิตเป็นโรคที่สำหรับชาวยิวคือการเป็นมลทิน ไม่ควรได้สัมผัสจากใคร และใครก็ก็ต้องไม่สัมผัสตัวของคนที่เป็นโรคแบบนี้... เพราะถือว่าจะเป็นมลทินไปด้วย... นางรู้ดีถึงความที่ควรห่างไกลจากคนอื่น.. และจากพระเยซู เจียมตนมาก และนางขอเพียงแม้ไม่สัมผัสพระพระหัตถ์หรือพระบาทของพระเยซูเจ้า ขอเพียงได้สัมผัส “พระภูษา” พ่อย้ำว่า เพียง “เพียงชายขอบพระภูษาหรือฉลองพระองค์เท่านั้น” พ่อได้ไตร่ตรองถึงความอ่อนโยนของพระวาจาวันนี้ พ่ออ่านแล้ว พ่อรู้ว่า เราควรอย่างยิ่งที่จะเลียนรู้ความเจียมตนและถ่อมตน อ่อนโยนนะครับ พ่อคิดว่า การเป็นคนอ่อนโยน ถ่อมตน สุภาพ การเป็นแบบนี้ “น่ารัก” มากๆจริงๆนะครับ

o พ่อพบความแสนอ่อนโยนของพระเยซู ความเหลียวแลขอพระองค์ เพียงนางได้สัมผัสภูษาของพระองค์พระองค์ตรัสยกความต่ำต้อยและด้อยค่าของนาง เพราะนางรู้ตัวว่าเป็นมลทินจากโรค (โรคที่น่ารังเกียจสำหรับชาวยิว) พระเยซูสอนเรามากๆ พระวาจาวันนี้สอนพ่อมากๆที่ดีเดียวให้พ่อและพวกเราทุกคนต้อง “เหลียวแล” สอนเราให้ใส่ใจ ให้กำลังใจ และเติมกำลังให้ผู้อ่อนแอและด้อยค่าได้เข้มแข็ง... ด้วยพระวาจาที่แสนอ่อนโยน “ลูกเอ๋ย ทำใจดีๆ ไว้ ความเชื่อของท่าน ช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว” เพียงคำว่า ลูกเอ๋ย ก็เต็มความรู้สึก เต็มกำลังเหลือเกินแล้ว... พ่อค้นพบความน่าทึ่งคำนี้ที่ใช้ในพระคัมภีร์ “ลูกเอ๋ย” อันที่จริง ไม่ใช่ “ลูกเอ๋ย” เพราะภาษากรีก มัทธิวบันทึกว่า พระองค์เรียกนางว่า “θύγατερ (Mat 9:22 GNT)” (ภาษากรีกอ่านว่า “ธูกาแตร์” อยู่ในรูปคำเรียก Vocative..) และแสนงดงามมาก คำนี้ “การใช้คำนี้ในรูปคำเรียกแบบนี้... ปรากฎครั้งเดียวในพระคัมภีร์ภาษากรีกพันธสัญญาใหม่ เรียกว่า พันธสัญญาใหม่ทั้งหมด มีที่นี่ที่เดียวที่คำนี้ใช้... และคำนี้ต้องแปลว่า “ลูกสาวเอ๋ย” (my daughter) พ่อว่าน่าทึ่ง เพราะหญิงสาวคนนี้เป็นโรคที่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น เป็นได้ และพระเยซูเจ้าทรงเรียก “ในฐานะของนางอย่างอ่อนโยน “ลูกสาวเอ๋ย”” พี่น้องที่รัก... พ่อเห็นความตั้งใจของพระคัมภีร์บันทึกให้เราได้เห็นว่า “พระเยซูอ่อนโยนและเหลียวแล และเรียกอย่างเฉพาะเจาะจงกับนางจริงๆ” (อยากบอกว่า อ่อนโยน น่ารักที่สุด... พระเยซูเจ้าของเรา) เราอ่านฉบับษาไทยเราคงไม่ได้ความล้ำลึกแสนอ่อนโยนนี้ครับ... ภาษากรีกต้นฉบับชัดเจนมาก

• “บุตรหญิงของหัวหน้า” ที่ป่วยหนัก และที่สุดสิ้นชีวิต... นี่คือ “บุตรหญิงอีกคน”... “หญิงเล็กๆ” พระเยซูเจ้าเสด็จไป.. ประชาชนกำลังทำเพลงโอดครวญแล้ว เพราะหนูน้อยสิ้นชีวิตแล้ว.. แต่พระเยซูเจ้ายืนยัน เธอหลับไปเท่านั้น และทรงเสด็จเข้าไป และเราได้พบความอ่อนโยนอันแสนทรงพลังของพระองค์

o พระองค์ตรัส “ออกไปเถิด เด็กหญิงคนนี้ยังไม่ตาย เพียงแต่นอนหลับไปเท่านั้น” 

o พวกนั้นต่างหัวเราะเยาะพระองค์ 

o พระองค์จึงเสด็จเข้าไป ทรงจับมือเด็กหญิง เด็กนั้นก็ลุกขึ้น

• เราเห็นพลังแห่งพระหัตถ์แสนอ่อนโยนของพระองค์ “จับมือเด็กหญิง” และเธอก็ลุกขึ้น.. ความตายทำให้เธอไม่สามารถ ไม่มีความเป็นไปได้ ไร้พลังจะลุกขึ้นอีก แต่พระองค์สัมผัสมือเด็ก... นี่พ่อเห็นความอ่อนโยนแสนอ่อนโยนอีก...

o หญิงตกโลหิตไม่ต้องการให้ใครแตะต้องตัวเพราะเป็นมลทิน... นางจึงเข้าไปเพียงขอแตะพระภูษา

o สำหรับเด็กหญิงที่สิ้นชีวิตแล้ว... ปกติ ชาวยิวก็ไม่แตะต้องศพคนตายด้วยมือเพราะจะเป็นมลทินมาก... (ทุกคนรู้ว่าเธอตายแล้ว จึงหัวเราะเยาะพระองค์ที่บอกว่า “เธอเพียงนอนหลับ”) แต่พระเยซูเจ้า “จับมือเด็กหญิง” ทันทีที่เข้าไปพบร่างของเธอ... และสัมผัสที่ฝ่าประเพณี กฎของโมเสส ทำให้เธอกลับคืนชีพ

• พี่น้องที่รัก บทอ่านพระวรสารวันนี้ทำให้เราได้เห็นความอ่อนโยน “การสัมผัส” แม้กฎของโมเสสบอกว่า “ผิด” ทั้งสองกรณีที่เราได้เห็น แต่พระเยซูเจ้า ทรงยอมให้สัมผัสและทรงสัมผัสด้วยพระหัตถ์แห่งความรัก... พ่อคิดว่า ถึงเวลาที่เราต้องสัมผัส โอบกอดทุกคน ไม่เว้นใคร ผู้ถูกทอดทิ้งหรือผู้ที่อยู่ชายขอบหรือไม่มีใครอยากสัมผัส...

• พ่อสรุป.. พ่อนั่งเขียนอยู่ที่ข้างหอประชุมบ้านเซเวียร์ รอการสัมมนาที่พ่อตั้งใจมากร่วมฟัง และเสวนา... หัวข้อช่างตรงกับที่พ่อกำลังเขียนจริงๆ “สร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนและโอบรวมทุกคน” พ่อคงไม่ได้มานั่งเขียนโดยบังเอิญ พระวาจาของวันจันทร์ที่พ่อกำลังนั่งเขียนอยู่นี้ กับเรื่องที่พ่อเขียนจบและจะเดินเข้าไปฟังการสัมมนานี้ พ่อเขียนเสร็จเวลา 9:45 น. การสัมมนาเริ่ม 10:00 น. พ่อต้องจบตรงนี้แล้ว สัมมนาจะเริ่มแล้ว “เพื่อโอบรวมทุกคน” ขอบคุณความอ่อนโยนของพระเยซูเจ้า ที่ทรงยอมให้หญิงตกโลหิตได้สัมผัส และเรียกนาง “ลูกสาวเอ๋ย” และ “ทรงจับมือเด็กหญิงที่เป็นศพไปแล้ว” ให้กลับคืนชีพ... สวยงาม ครบครันที่สุดครับ

• จงโอบรวมทุกคนในความรักและความอ่อนโยนของเรานะครับ... ขอพระเจ้าอวยพรครับ...

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help