Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

อาทิตย์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

อาทิตย์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา


ข่าวดี    ยน 6:41-51
    เวลานั้น  41ชาวยิวบ่นพึมพำไม่เห็นด้วยกับพระเยซูเจ้า ที่ตรัสว่า “เราเป็นปังซึ่งลงมาจากสวรรค์”  42เขาพูดกันว่า “คนคนนี้ไม่ใช่ เยซู บุตรของโยเซฟหรือ เรารู้จักทั้งบิดาและมารดาของเขาดี แล้วเขาพูดได้อย่างไรว่า เราลงมาจากสวรรค์”  43พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เลิกบ่นพึมพำกันเสียทีเถิด”  44“ไม่มีใครมาหาเราได้ นอกจากพระบิดาผู้ทรงส่งเรามาจะทรงชักนำเขา
และเราจะทำให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย  45มีเขียนไว้ในหนังสือของบรรดาประกาศกว่า ทุกคนจะได้รับคำสอนจากพระเจ้า ทุกคนที่ได้ฟังพระบิดา และเรียนรู้จากพระองค์ ก็มาหาเรา  46ไม่มีใครได้เห็นพระบิดา นอกจากผู้ที่มาจากพระเจ้า  47เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่เชื่อในเรา ก็มีชีวิตนิรันดร  48เราเป็นปังแห่งชีวิต  49บรรพบุรุษของท่านทั้งหลายได้กินมานนาในถิ่นทุรกันดาร แล้วยังตาย  50แต่ปังที่ลงมาจากสวรรค์เป็นอย่างนี้ คือผู้ที่กินปังนี้แล้วจะไม่ตาย  51เราเป็นปังทรงชีวิต ที่ลงมาจากสวรรค์ ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป และปังที่เราจะให้นี้ คือเนื้อของเราเพื่อให้โลกมีชีวิต”

******************************

ในสมัยโบราณ ผู้คนถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าด้วยการเผาสัตว์เพียงบางส่วน แล้วมอบส่วนที่ไม่ได้เผาให้แก่พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธีจำนวนหนึ่ง ที่เหลือทั้งหมดคืนแก่ผู้ถวายบูชาเพื่อทำอาหารรับประทานร่วมกันกับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงภายในบริเวณพระวิหาร โดยมีพระเจ้าของตนเป็นแขกรับเชิญ
พวกเขาเชื่อว่า เมื่อเผาส่วนหนึ่งของสัตว์เป็นเครื่องบูชาแล้ว พระเจ้าจะเสด็จมาประทับในสัตว์ทั้งตัวซึ่งรวมถึงส่วนที่นำมาทำอาหารด้วย ดังนั้นผู้ที่กินเนื้อสัตว์ซึ่งถวายบูชาแล้วก็เท่ากับกำลังกิน “เลือดเนื้อของพระเจ้า”  ซึ่งจะทำให้ชีวิตของพวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพระเจ้า  พวกเขากลายเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า และกลับออกไปจากพระวิหารพร้อมกับจิตใจและพละกำลังของพระเจ้า !!

    เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราเป็นปังทรงชีวิต ที่ลงมาจากสวรรค์ ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป และปังที่เราจะให้นี้ คือเนื้อของเราเพื่อให้โลกมีชีวิต” (ยน 6:51) ชาวยิวจึงเข้าใจสิ่งที่พระองค์ตรัสเป็นอย่างดี  พวกเขาไม่สะดุดใจเรื่องกินเนื้อของพระเจ้าแต่อย่างใด  แต่สิ่งที่พวกเขาถกเถียงกันคือ “คนนี้จะลงมาจากสวรรค์ได้อย่างไร” (ยน 6:41,52) และ “คนนี้จะเอาเนื้อของตนให้เรากินได้อย่างไร” (ยน 6:52) เพราะ “คนนี้” เป็นเพียงลูกชายของช่างไม้จน ๆ ที่ชื่อโยเซฟเท่านั้น จะมาอวดอ้างตัวเองเป็น “พระเจ้า” ผู้ลงมาจากสวรรค์และสามารถประทานเนื้อของตนให้พวกเขากินได้อย่างไรกัน ?!?
พูดง่ายๆ ก็คือ พวกเขาไม่ยอมรับพระองค์เป็นพระเจ้า ซึ่งพอจะสรุปสาเหตุได้ดังนี้
1.    พวกเขาดูแต่ภายนอกและตัดสินตามค่านิยมของมนุษย์ ปฏิกิริยาของพวกเขาคือ พระองค์เป็นลูกของช่างไม้ที่พวกเขารู้จักดีทั้งพ่อและแม่ พวกเขาเห็นพระองค์เติบโตมาตั้งแต่เด็ก แล้วคนที่มีอาชีพจนๆ อย่างนี้จะเป็นผู้นำข่าวดีของพระเจ้ามาสู่มนุษย์ได้อย่างไรกัน ?
    แต่ธนบัตรใบละ 1,000 บาทไม่ว่าจะอยู่ในซองสีแดงหรือจะใช้ผ้าขี้ริ้วห่อไว้ มันก็มีค่าเสมอมิใช่หรือ ?!
         เราจึงต้องระมัดระวังที่จะไม่ละเลยคำสอนของพระเจ้าเพียงเพราะไม่ชอบขี้หน้าผู้สอนหรือผู้เทศน์ และพึงระลึกอยู่เสมอว่าพระเจ้ามีทูตสวรรค์และผู้นำสารมากมายก็จริง แต่ผู้นำสารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือช่างไม้ชาวกาลิลีซึ่งชาวยิวไม่ยอมรับนี่เอง
2.    พวกเขาพูดและบ่นพึมพำในระหว่างพวกเขาเอง “คนคนนี้ไม่ใช่ เยซู บุตรของโยเซฟหรือ เรารู้จักทั้งบิดาและมารดาของเขาดี แล้วเขาพูดได้อย่างไรว่า เราลงมาจากสวรรค์” (ยน 6:42-43)
    พวกเขามัวแต่ถกเถียงหาคำตอบกันเองโดยไม่เคยคิดที่จะถามพระเจ้าว่าทรงมีพระประสงค์อย่างไร
    พวกเขากระตือรือร้นที่จะทำให้ผู้อื่นรู้ความคิดของเขา แต่ไม่สนใจแม้แต่น้อยนิดว่าพระเจ้าทรงคิดอะไร
    พวกเราก็เช่นกัน หลายครั้งระหว่างประชุม เราพยายามยัดเยียดความคิดของเราให้ผู้อื่นยอมรับ แต่จะดีกว่ามากหากเรารู้จักเงียบและทูลถามพระเจ้าว่าพระองค์ทรงคิดและมีพระประสงค์ให้เราทำสิ่งใด
    สิ่งสำคัญสำหรับเราคริสตชนไม่ได้อยู่ที่เราคิดอะไร แต่อยู่ที่ความพยายามแสวงหาว่าพระเจ้าทรงคิดอะไร !
3.    พวกเขาฟังแต่ไม่เรียนรู้  พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ทุกคนจะได้รับคำสอนจากพระเจ้า ทุกคนที่ได้ฟังพระบิดา และเรียนรู้จากพระองค์ ก็มาหาเรา” (ยน 6:45)  แต่พวกเขาไม่พยายามเรียนรู้ หาไม่แล้วพวกเขาคงยอมรับและมาหาพระองค์
    การฟังนั้นมีหลายประเภท เช่น ฟังคนวิพากษ์วิจารณ์กัน ฟังคนโกรธระบายอารมณ์ ฟังผู้ใหญ่ ฟังเฉยๆ หรือฟังเพราะไม่มีโอกาสพูด
    แต่การฟังที่มีคุณค่าคือการฟังแล้วเรียนรู้จากสิ่งที่ได้รับฟังมา และนี่เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เราฟังพระเจ้าและมาหาพระองค์
4.    พวกเขาขัดขืนการชักนำของพระเจ้า  พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ไม่มีใครมาหาเราได้ นอกจากพระบิดาผู้ทรงส่งเรามาจะทรงชักนำเขา” (ยน 6:45)  แต่พวกเขากลับขัดขืนการชักนำของพระองค์
    คำ “ชักนำ” ซึ่งตรงกับคำกรีก helkuein (เฮลคูเอน) นั้นบ่งบอกว่ามี “แรงเสียดทาน” หรือ “แรงต้าน” อยู่ในตัว เช่น
        “พระองค์จึงตรัสว่า “จงเหวี่ยงแหไปทางกราบเรือด้านขวาซิ แล้วจะได้ปลา” บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไป และดึง (helkuein) ขึ้นไม่ไหว เพราะได้ปลาเป็นจำนวนมาก” (ยน 21:6)
        “ซีโมน เปโตรจึงลงไปในเรือ แล้วลาก (helkuein) แหขึ้นฝั่งมีปลาตัวใหญ่ติดอยู่เต็ม นับได้หนึ่งร้อยห้าสิบสามตัว แต่ทั้งๆ ที่ติดปลามากเช่นนั้น แหก็ไม่ขาด” (ยน 21:11)
         “ซีโมนเปโตรมีดาบ จึงชัก (helkuein) ดาบออกมา ฟันผู้รับใช้คนหนึ่งของมหาสมณะ ถูกใบหูข้างขวาขาด ผู้รับใช้คนนั้นชื่อมัลคัส” (ยน 18:10)
        “เมื่อนายของทาสหญิงนั้นเห็นว่าหมดโอกาสที่จะมีรายได้แล้ว จึงจับกุมเปาโลและสิลาส นำ (helkuein) ตัวไปขึ้นศาลต่อหน้าผู้ปกครอง” (กจ 16:19)
        จะเห็นว่า ไม่ว่าเราจะ ดึงแห ลากแห ชักดาบ หรือ นำเปาโลและสิลาสไปขึ้นศาล ล้วนต้องออกแรงสู้กับแรงต้านอยู่เสมอ
        ทั้งหมดนี้บ่งบอกว่า พระเจ้าสามารถ “ชักนำ” (helkuein) มนุษย์มาหาพระองค์ได้ก็จริง แต่มนุษย์ก็สามารถ “ต่อต้าน” และเอาชนะการชักนำของพระเจ้าได้เช่นกัน
        เราจึงต้องหมั่นวอนขอพระเจ้า โปรดอย่าให้เรา “ต่อต้าน” หรือ “ขัดขืน” การชักนำของพระองค์เลย !

    พระเยซูเจ้าทรงเป็น “ปังทรงชีวิตที่ลงมาจากสวรรค์ ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป” (ยน 6:51) หากปฏิเสธพระองค์เราก็พลาด “ชีวิต” ทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า  ตรงกันข้าม หากยอมรับพระองค์เราก็พบ “ชีวิตแท้จริง” ทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า
เราอยากจะ “พลาด” หรืออยากจะ “พบ” ก็เลือกเอา !!!

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help