ข้อคิดข้อรำพึง
อาทิตย์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา ปี B
"พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ประทานอาหารให้สิ่งมีชีวิตทั้งมวล"
เด็กชายอายุ 5 ขวบคนหนึ่งติดตามแม่ของเขาไปซื้อของในร้านขายของชำร้านหนึ่ง แม่ของเขาซื้อของเยอะมาก พอมาถึงตรงที่จะจ่ายเงิน เจ้าของร้านเห็นเด็กน้อยน่ารักยืนนิ่งดูแม่กำลังจ่ายเงินก็มีความเอ็นดู และก็เห็นแม่ของหนูน้อยซื้อของเยอะแยะ จึงพูดกับหนูน้อยว่า "อยากได้ขนมบ้างไหมล่ะหนู ไปที่โหลขนมโน่นสิ แล้วหยิบไปให้เต็มกำมือเลย" แต่หนูน้อยยืนนิ่ง ไม่เคลื่อนไหวใดๆ เจ้าของร้านพูดซ้ำอีกที เขาก็ยังเฉย เจ้าของจึงเดินไปที่โหลขนม ล้วงขนมมา 1 กำแล้วยื่นให้เด็กน้อย เขาก็รับไว้ แล้วขอบคุณ พอแม่ลูกเดินออกมาจากร้าน แม่เขาสงสัย จึงถามว่า "ลูก เมื่อกี้ตอนเจ้าของให้ขนมลูก ทำไมลูกไม่ไปหยิบขนมล่ะ ทุกทีลูกไม่เป็นอย่างนี้นี่นา" ลูกตอบว่า "แม่ครับ มือของลูกเล็กมาก ลูกรู้ว่าถ้าเจ้าของเขาใช้มือของเขา ลูกก็จะได้ขนมมากกว่า"
"พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ประทานอาหารให้สิ่งมีชีวิตทั้งมวลได้กินจนอิ่ม" นี่เป็นถ้อยคำน่าพิศวงของบทสดุดีที่ 145 ประจำวันอาทิตย์นี้ มือและใจของเรามนุษย์นั้นเล็กนัก แต่พระหัตถ์และดวงพระทัยของพระองค์มิอาจวัดได้ เมื่อพระเจ้าทรงให้ พระองค์ก็ทรงให้อย่างมากมายเหลือล้น มิอาจคาดคะเนได้ และหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย การให้อย่างมากมายเช่นนี้คือเนื้อหาสาระที่สำคัญของพระวาจาของพระในบทอ่านที่ 1 และในพระวรสารของวันนี้
การเลี้ยงดูฝูงชนอย่างอัศจรรย์ของประกาศกเอลีชาในบทอ่านแรกอาจจะไม่ค่อยเป็นสิ่งที่รับรู้ในวงกว้างเท่าไร แต่ก็เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นก่อน (prototype) ของการเลี้ยงอย่างอัศจรรย์ในพระวรสาร การเล่าเรื่องการเลี้ยงอย่างอัศจรรย์นี้มีรูปแบบการเล่าเหมือนๆกัน กล่าวคือ
1) อาหารถูกนำมาให้กับประกาศก
2) จำนวนอาหารที่ถูกนำมาถูกระบุจำนวนไว้
3) มีคำโต้แย้งว่าจำนวนเท่านี้จะไม่เพียงพอ
4) ประกาศกไม่สนใจคำโต้แย้งนั้น สั่งให้นำอาหารนั้นไปแจกจ่ายให้ประชาชน
5) ฝูงชนได้กินจนอิ่ม และยังมีอาหารเหลือ
ในการเล่าเรื่องการทวีขนมปังของยอห์น มีรายละเอียดดังนี้
1) เด็กชายเล็กๆ นำอาหารของเขามาให้
2) อาหารนั้นคือขนมปังบาร์เลย์ 5 ก้อนกับปลา 2 ตัว
3) มีผู้ที่แย้งว่าอาหารเพียงเท่านี้จะพออะไรสำหรับคนจำนวนมากมาย
4) พระเยซูเจ้ามิทรงให้ความสนใจต่อคำแย้ง ทรงภาวนาถวายพระพร แล้วทรงสั่งให้นำไปแจกจ่าย
5) คนทั้งหลายได้กินจนอิ่ม และยังเก็บเศษที่เหลือได้ 12 กระบุง
พระวรสารวันนี้ชี้นำเราให้พิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 3 เหตุการณ์ คือเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ประการแรก เรื่องนี้ไม่เพียงทำให้รู้สึกถึงความคล้ายคลึงกับเรื่องการทวีอาหารเลี้ยงคนจำนวนมากของประกาศกเอลีชาที่เกิดขึ้นในอดีตเท่านั้น แต่ยังทำให้ระลึกถึงอัศจรรย์เรื่องมานนาที่พระเจ้าทรงส่งลงมาเลี้ยงดูประชากรอิสราเอลในสมัยของโมเสสอีกด้วย ประการที่สอง การกระทำของพระเยซูเจ้า ที่ทรงขอบพระคุณ และทรงบิขนมปัง เป็นรูปแบบของงานเลี้ยงปัสกา และมาเป็นจริงเป็นจังในความหมายทางด้านศีลมหาสนิทสำหรับชาวเรา เพราะทรงขอบพระคุณและทรงบิออกในทุกๆพิธีบูชามิสซา ประการที่สาม เรื่องเล่านี้เน้นไปที่ว่าประชาชนได้กินจนอิ่ม การได้กินจนอิ่มหนำเช่นนี้เป็นการชิมลางล่วงหน้าของการเลี้ยงครั้งสุดท้ายของพระเมสสิยาห์ในห้วงของเวลาที่สิ้นสุดลง
มีผู้หนึ่งกล่าวว่า "ถ้าพระเจ้าจะเสด็จลงมาในโลกนี้ พระองค์จะทรงลงมาในรูปแบบของขนมปัง" พระเยซูเจ้าทรงเป็นขนมปังที่ทำให้มนุษย์ไม่หิวโหยอีกต่อไป ด้วยพระวาจาของพระองค์ ด้วยกิจการงานของพระองค์ และชีวิตของพระองค์ทั้งหมดดุจดังปังที่ถูกบิ และแจกจ่ายให้ไปแบ่งปันกัน พระเยซูเจ้าทรงท้าทายคริสตชนทุกคนให้กลับกลายเป็นปัง ความเป็นปังของเราอยู่บนความสามารถของเราที่จะให้ออกจากตัวของเราไปยังผู้อื่น เป็นความรักที่สละละตนเองโดยสิ้นเชิง
เด็กน้อยที่ได้มอบขนมปังกับปลาแด่พระเยซูเจ้าเป็นรูปแบบตัวอย่างของเรา เหมือนเด็กน้อยในตอนต้นเรื่องที่รู้ว่ามือของผู้ใหญ่ใหญ่กว่ามือของตน บางทีเด็กน้อยในพระวรสารอาจจะล่วงรู้ได้ว่าพระเยซูเจ้าจะทรงทำอัศจรรย์ ดังนั้น เขาจึงมอบทั้งหมดที่เขามีให้ไปอยู่ในพระหัตถ์ของพระอาจารย์เจ้า แล้วเราแต่ละคนล่ะ เราพร้อมจะมอบทุกสิ่งที่เรามีไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์หรือไม่
ทุกวันนี้ มีมนุษย์จำนวนมากมายเกินไปที่ดำรงชีวิตด้วยมือที่ปิดกั้น มีคนมากมายล้มตายอยู่ตามถนนเพราะความหิวโหย ในขณะที่คนร่ำรวยตายเพราะกินมากเกินไป ของกินของเขามาจากพวกคนที่ต้องทำงานหนักมาก และได้รับค่าแรงที่น้อยเกินเหตุ เราจะรับผิดชอบประการใดต่อความยากจน และความหิวโหย
ให้เราจบด้วยบทภาวนาของนักบุญอิกญาซีโอ แห่งโลโยลา "ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงรับเอาอิสรภาพ ความจดจำ ความเข้าใจ และน้ำใจทั้งหมดของผมไปเถิด โปรดทรงรับเอาทุกสิ่งที่ผมเป็นและที่ผมมี ขอเพียงพระองค์ประทานความรักและพระหรรษทานของพระองค์ให้ผม เพราะด้วยสิ่งนี้ ผมก็จะร่ำรวยเพียงพอแล้ว และจะไม่ปรารถนาอะไรมากกว่านี้เลย พระเจ้าข้า"
(คุณพ่อวิชา หิรัญญการ เขียนเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2018
Based on : Sunday Seeds for Daily Deeds, by Francis Gonsalves, S.J.)

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.