วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา
บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 13:31-33ก, 34-35)
เวลานั้น เมื่อยูดาสออกไปแล้ว พระเยซูเจ้าตรัสว่า “บัดนี้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ และพระเจ้าทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในบุตรแห่งมนุษย์ด้วย ถ้าพระเจ้าทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในบุตรแห่งมนุษย์ พระเจ้าจะทรงให้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในพระองค์ด้วย และจะทรงให้บุตรแห่งมนุษย์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในทันที ลูกทั้งหลายเอ๋ย เราจะอยู่กับท่านอีกไม่นาน ท่านจะแสวงหาเรา เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด ถ้าท่านมีความรักต่อกัน ทุกคนจะรู้ว่า ท่านเป็นศิษย์ของเรา”
ยน 13:31-35 พระคริสตเจ้าทรงสรุปเนื้อหาคำสอนทั้งหมดของพระองค์ในบทบัญญัติใหม่ “ให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนดังที่เรารักท่าน” ทรงขอให้บรรดาศิษย์ของพระองค์รักผู้อื่นด้วยจิตใจของพระองค์ คือของพระคริสตเจ้าเอง พระองค์ทรงทำให้เห็นชัดเจนว่า ความรักแบบนี้จะดึงดูดผู้อื่นให้เข้าหาพระวรสารและสู่การกลับใจได้
ลักษณะเฉพาะของประชากรของพระเจ้า
CCC ข้อ 782 ประชากรของพระเจ้ามีลักษณะเฉพาะที่ทำให้ประชากรนี้แตกต่างอย่างชัดเจนจากทุกกลุ่มชน ทั้งในด้านศาสนา เชื้อชาติ การเมือง และวัฒนธรรม
- เป็นประชากรของพระเจ้า พระเจ้าไม่ทรงเป็นพระเจ้าเฉพาะของประชากรใดๆ แต่พระองค์ทรงเลือกเขามาเป็นประชากรสำหรับพระองค์จากผู้ที่ไม่เคยเป็นประชากรมาก่อน “เป็นชนชาติที่ทรงเลือกสรรไว้ เป็นสมณราชตระกูล เป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์” (1 ปต 2:9)
- ใครคนหนึ่งมาเป็นสมาชิกของประชากรนี้ไม่ใช่โดยการถือกำเนิดทางร่างกาย แต่โดยการบังเกิด “จากเบื้องบน” “จากน้ำและพระจิตเจ้า” (ยน 3:2-5) นั่นคืออาศัยความเชื่อในพระคริสตเจ้าและอาศัยศีลล้างบาป
- ประชากรนี้มีพระเยซูคริสตเจ้า (ผู้รับเจิม พระเมสสิยาห์) เป็นศีรษะ เพราะการเจิมเดียวกันคือพระจิตเจ้าหลั่งจากศีรษะลงมายังร่างกาย ซึ่งก็คือ “ประชากรของพระเมสสิยาห์” นั่นเอง
- “ประชากรนี้มีศักดิ์ศรีและอิสรภาพของบุตรพระเจ้าเป็นเงื่อนไข พระจิตเจ้าประทับในจิตใจของเขาประหนึ่งประทับในพระวิหาร”
- “ประชากรนี้มีบัญญัติใหม่ให้รักกันเหมือนดังที่พระคริสตเจ้าทรงรักเราเป็นกฎหมาย” นี่เป็นกฎหมาย “ใหม่” ของพระจิตเจ้า
- พันธกิจของประชากรนี้ คือต้องเป็นเกลือของแผ่นดินและแสงสว่างของโลก “เป็นเมล็ดพันธุ์มั่นคงแห่งเอกภาพ ความหวังและความรอดพ้นสำหรับมวลมนุษยชาติ”
- ในที่สุด จุดหมายของประชากรนี้ก็คือ “พระอาณาจักรของพระเจ้าที่พระองค์ทรงเริ่มไว้ตั้งแต่ทรงเนรมิตสร้างโลก จะต้องขยายตัวออกไป จนพระองค์จะทรงทำให้สมบูรณ์เมื่อสิ้นพิภพ”
ธรรมบัญญัติใหม่ หรือกฎแห่งพระวรสาร
CCC ข้อ 1970 กฎแห่งพระวรสารเรียกร้องให้มีการเลือกระหว่าง “ทางสองแพร่ง” และให้นำพระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปฏิบัติ ทั้งหมดนี้รวมกันเรียกว่า “กฎปฏิบัติ” (Golden Rule) ที่สรุปได้ดังนี้ “ท่านอยากให้เขาทำกับท่านอย่างไร ก็จงทำกับเขาอย่างนั้นเถิด นี่คือธรรมบัญญัติและบรรดาประกาศก” (มธ 7:12) กฎแห่งพระวรสารทั้งหมดรวมอยู่ในบัญญัติใหม่ของพระเยซูเจ้า ที่สั่งให้เรารักกันเหมือนกับที่พระองค์ทรงรักเรา
“พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์”
CCC ข้อ 2822 พระประสงค์ของพระบิดาของเราก็คือ “ให้ทุกคนได้รับความรอดพ้นและรู้ความจริงที่สมบูรณ์” (1 ทธ 2:4) พระองค์ “ทรงอดกลั้น […] ไม่ทรงประสงค์ให้ผู้ใดต้องพินาศ” (2 ปต 3:9) พระบัญชาของพระองค์ซึ่งสรุปรวมพระบัญชาอื่นๆ ทั้งหมดและแสดงถึงพระประสงค์ทั้งหมดของพระองค์ก็คือให้เรารักกันเหมือนกับที่พระองค์ทรงรักเรา
ยน 13:34-35 พระบัญญัติยิ่งใหญ่นี้เรียกร้องเราให้ “รักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาของท่าน” และ ให้ “รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” (มธ 22:37, 39) พระบัญญัติใหม่ที่พระคริสตเจ้าประทานให้นี้เรียกร้องเราให้ทำตนเหมือนเป็นพระคริสต์อีกองค์หนึ่งเพื่อเราจะได้มีเมตตาและรักอย่างพระองค์
ความรัก
CCC ข้อ 1822 ความรักเป็นคุณธรรมเกี่ยวกับพระเจ้าที่ช่วยให้เรารักพระเจ้าเหนือสิ่งใดเพราะเห็นแก่พระองค์และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองเพราะเห็นแก่ความรักของพระเจ้า
CCC ข้อ 1823 พระเยซูเจ้าทรงทำให้ความรักเป็นบัญญัติใหม่ของพระองค์ พระองค์ทรงรักบรรดาศิษย์ของพระองค์ “จนถึงที่สุด” (ยน 13:1) ทรงแสดงความรักของพระบิดาที่ทรงรับมา เมื่อบรรดาศิษย์รักกัน เขาก็ประพฤติตามแบบความรักของพระเยซูเจ้าที่เขารับเข้ามาในตนด้วย ดังนั้น พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “พระบิดาทรงรักเราอย่างไร เราก็รักท่านทั้งหลายอย่างนั้น จงดำรงอยู่ในความรักของเราเถิด” (ยน 15:9) และยังตรัสอีกว่า “นี่คือบทบัญญัติของเรา ให้ท่านทั้งหลายรักกันเหมือนดังที่เรารักท่าน” (ยน 15:12)
CCC ข้อ 1824 ความรักซึ่งเป็นผลของพระจิตเจ้าและความสมบูรณ์ของธรรมบัญญัติ ปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้าและพระคริสต์ของพระองค์ “จงดำรงอยู่ในความรักของเราเถิด ถ้าท่านปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา ท่านก็จะดำรงอยู่ในความรักของเรา” (ยน 15:9-10)
CCC ข้อ 1825 พระคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์เพราะความรักต่อเราขณะที่เรายังเป็น “ศัตรูอยู่” (รม 5:10) องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงขอร้องเราให้รักแม้กระทั่งศัตรูของเราเช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงกระทำ ให้เราทำให้ผู้อยู่ห่างไกลจากเราเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับเรา ให้เรารักเด็กเล็กๆ และคนยากจน เหมือนกับที่เรารักพระองค์ด้วย นักบุญเปาโลอัครสาวกบรรยายถึงความรักไว้อย่างไม่มีผู้ใดเทียบได้ “ความรักย่อมอดทน มีใจเอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตนเอง ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ความรักไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง ความรักให้อภัยทุกอย่าง เชื่อทุกอย่าง หวังทุกอย่าง อดทนทุกอย่าง” (1 คร 13:4-7)
CCC ข้อ 1826 ท่านอัครสาวกยังกล่าวอีกว่า ถ้าไม่มีความรัก “ข้าพเจ้าก็ไม่เป็นอะไรเลย” และสิ่งใดๆ ไม่ว่าที่เป็นสิทธิพิเศษ เป็นการรับใช้ แม้กระทั่งเป็นคุณธรรม.... ถ้าข้าพเจ้าไม่มีความรัก “ก็ไม่เป็นประโยชน์อะไรเลยสำหรับข้าพเจ้า” ความรักอยู่เหนือคุณธรรมทุกอย่าง เป็นที่หนึ่งในบรรดาคุณธรรมเกี่ยวกับพระเจ้า “ขณะนี้ยังมีความเชื่อ ความหวังและความรักอยู่ทั้งสามประการ แต่ที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดทั้งหมดคือความรัก” (1 คร 13:13)
CCC ข้อ 1827 การปฏิบัติคุณธรรมทุกประการต้องได้รับอิทธิพลและพลังบันดาลใจจากความรักเป็น “ที่รวมความสมบูรณ์” (เทียบ คส 3:14) ความรักเป็นรูปแบบของคุณธรรมทั้งหลาย รวมคุณธรรมต่างๆไว้และจัดให้สัมพันธ์กัน เป็นบ่อเกิดและจุดหมายของการที่คริสตชนปฏิบัติคุณธรรม ความรักให้กำลังและชำระสมรรถนะแบบมนุษย์ของเราที่จะรัก ทำให้สมรรถนะนี้สูงขึ้นให้มีความสมบูรณ์เหนือธรรมชาติเหมือนความรักของพระเจ้า
CCC ข้อ 1828 การดำเนินชีวิตตามศีลธรรมที่ได้รับพลังบันดาลใจจากความรักทำให้คริสตชนมีอิสรภาพทางจิตของบรรดาบุตรของพระเจ้า เขาย่อมอยู่ต่อหน้าพระเจ้าไม่ใช่ในฐานะผู้รับใช้ด้วยความกลัวเยี่ยงทาส และเหมือนลูกจ้างที่คอยรับค่าจ้าง แต่เหมือนกับบุตรที่ตอบสนองความรักของพระองค์ผู้ “ทรงรักเราก่อน” (1 ยน 4:19). “ถ้าเราหลีกเลี่ยงความชั่วเพราะกลัวจะถูกลงโทษ เราก็ยังอยู่ในความรู้สึกแบบทาส ถ้าเราแสวงหาผลประโยชน์แบบค่าจ้าง ทำตามคำสั่งเพื่อผลประโยชน์ของเรา และดังนี้เราก็ทำตัวเราเป็นเหมือนกับลูกจ้าง หรือถ้าเราทำตนซื่อสัตย์และมีความรักต่อพระผู้ทรงวางกฎไว้ให้เรา […] เราก็ทำตนเป็นเสมือนบุตรในที่สุด”
CCC ข้อ 1829 ผลของความรักคือ ความยินดี สันติ ความเมตตากรุณา ความรักเรียกร้องให้ทำดีต่อทุกคน ตักเตือนกันฉันพี่น้อง เอื้อเฟื้อต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อยู่ใกล้ชิดโดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน มีใจกว้าง เป็นมิตรภาพและการอยู่ร่วมกัน “ความรักเป็นความสำเร็จของกิจกรรมทุกอย่างของเรา ความรักเป็นจุดหมายทำให้เราวิ่งไปหา เมื่อเรามาถึงความรักแล้ว เราก็จะพักผ่อนได้”
“เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น”
CCC ข้อ 2842 คำว่า “เหมือน” นี้ไม่ได้มีเพียงครั้งเดียวในคำสอนของพระเยซูเจ้า “ฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ เหมือนกับที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่านทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด” (มธ 5:48) “(ท่าน)จงเป็นผู้เมตตากรุณาดังที่พระบิดาของท่านทรงพระเมตตากรุณาเถิด” (ลก 6:36) “เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด” (ยน 13:34) การปฏิบัติตามพระบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นเพียงการปฏิบัติตามพระแบบฉบับของพระเจ้าเพียงภายนอก แต่นี่เป็นเรื่องการมีส่วนความศักดิ์สิทธิ์ ความเมตตากรุณา และความรักของพระเจ้าอย่างมีชีวิตชีวา “จากส่วนลึกของจิตใจ” มีเพียงพระจิตเจ้า “ที่เราดำเนินชีวิต” (กท 5:25) ตามพระองค์เท่านั้น อาจทำให้ความรู้สึกนึกคิด “ของเรา” เป็นเหมือนกันกับความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ในพระคริสต์เยซู เมื่อนั้นแหละ การให้อภัยหนึ่งเดียวกันจึงเป็นไปได้ เมื่อเรา “ให้อภัยกันดังที่พระเจ้าทรงให้อภัยท่านในองค์พระคริสตเจ้า” (อฟ 4:32)
(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.