พระคัมภีร์และงานคริสตศาสนิกสัมพันธ์
46. พระศาสนจักรตระหนักอยู่เสมอว่าตนตั้งรากฐานอยู่บนพระคริสตเจ้า พระวจนาตถ์ของพระเจ้าผู้ทรงรับธรรมชาติมนุษย์ สมัชชานี้จึงอยากเน้นความสำคัญของการศึกษาพระคัมภีร์ให้เป็นหลักของการเสวนาคริสตศาสนิกสัมพันธ์ โดยมุ่งจะให้เกิดเอกภาพสมบูรณ์ของทุกคนที่มีความเชื่อในพระคริสตเจ้า ในพระคัมภีร์เอง เราพบคำภาวนาน่าประทับใจของพระเยซูเจ้าต่อพระบิดาขอให้ศิษย์ทุกคนของพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อโลกจะได้มีความเชื่อ (เทียบ ยน 17:21) ทุกสิ่งเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจและเตือนให้เราฟังและตระหนักร่วมกันว่าพระคัมภีร์เชิญชวนให้เราดำเนินชีวิตมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม “เพราะฉะนั้น การฟังพระคัมภีร์ร่วมกันจึงช่วยให้เกิดมีการเสวนาด้วยความรัก และเพื่อแสวงหาความจริงมากยิ่งขึ้น” การร่วมฟังพระวาจาด้วยกัน การทำ lectio divina โดยใช้พระคัมภีร์ การรู้สึกพิศวงต่อความใหม่ของพระวาจาซึ่งไม่มีวันเก่าหรือเหือดแห้งไป ล้วนช่วยให้เราเอาชนะความหูหนวกไม่ยอมฟังถ้อยคำที่ไม่ตรงกับความเห็นหรืออคติของเรา เป็นการฟังและพิจารณาพระวาจาภายในขอบข่ายของความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีความเชื่อในทุกสมัย ทั้งหมดนี้เปิดทางที่จะต้องเดินเพื่อเข้าหาเอกภาพในความเชื่อเป็นการตอบสนองต่อการฟังพระวาจา ถ้อยคำของสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 เกี่ยวกับเรื่องนี้จึงมีความสำคัญมาก “ในการเสวนา(เรื่องคริสตศาสนิกสัมพันธ์)พระวาจาในพระคัมภีร์เป็นเครื่องมือที่มีค่ายิ่งในพระหัตถ์ทรงฤทธิ์ของพระเจ้า เพื่อบรรลุถึงเอกภาพที่พระผู้ไถ่ทรงเสนอแก่มวลมนุษย์” เพราะฉะนั้นจึงควรเพิ่มการศึกษา การแลกเปลี่ยนความคิด และการเฉลิมฉลองพระวาจาร่วมกันระหว่างคริสตชนต่างนิกาย โดยให้ความเคารพและรักษากฎเกณฑ์และธรรมประเพณีต่างๆที่ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ต่อไป การเฉลิมฉลองเหล่านี้ล้วนส่งเสริมคริสตศาสนิกสัมพันธ์ และถ้าดำเนินไปอย่างเหมาะสม ย่อมแสดงออกถึงช่วงเวลาการอธิษฐานภาวนาที่แท้จริง เพื่อวอนขอพระเจ้าให้ทรงเร่งวันเวลาที่ทุกคนปรารถนา ที่ทุกคนอาจเข้ามาร่วมโต๊ะเดียวกันและดื่มจากถ้วยเดียวกันได้ ถึงกระนั้น แม้ว่าการส่งเสริมการเฉลิมฉลองพระวาจาเช่นนี้ถูกต้องและน่าสรรเสริญ แต่ก็ต้องระวังไม่เสนอแก่บรรดาสัตบุรุษให้เป็นกิจกรรมที่มาทดแทนการร่วมพิธีบูชามิสซาในวันอาทิตย์หรือวันฉลองบังคับ
ในงานศึกษาและอธิษฐานภาวนานี้ เรามีใจสงบยอมรับความเห็นที่ยังต้องการให้มีการค้นคว้าลึกซึ้งยิ่งขึ้น หรือที่ยังมีความแตกต่างกันอยู่อีกมาก เช่นความเข้าใจเรื่องผู้มีอำนาจในการอธิบายความหมายพระคัมภีร์ในพระศาสนจักร และบทบาทในการตัดสินของผู้มีอำนาจสอนของพระศาสนจักร
ข้าพเจ้ายังใคร่จะเน้นเรื่องที่บรรดาพระสังฆราชแห่งสมัชชากล่าวไว้ ถึงความสำคัญในด้านคริสตศาสนิกสัมพันธ์ คือการแปลพระคัมภีร์เป็นภาษาต่างๆ เราทราบดีว่าการแปลข้อความไม่เป็นเพียงการทำงานอย่างเครื่องจักร แต่ในด้านหนึ่งยังเป็นส่วนหนึ่งของงานอธิบายความหมายด้วย ในเรื่องนี้ เราควรคิดถึงถ้อยคำของผู้รับใช้ของพระเจ้า***สมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ด้วยที่ว่า “ผู้ที่ยังจำได้ว่าการโต้เถียงเรื่องพระคัมภีร์อาจทำให้เกิดความแตกแยกได้มากเพียงไร โดยเฉพาะในพระศาสนจักรทางตะวันตก จะเข้าใจได้ว่าการแปลพระคัมภีร์ร่วมกันเช่นนี้นับเป็นก้าวใหญ่ไม่น้อยเข้ามาพบกัน” การส่งเสริมให้มีการร่วมมือกันแปลพระคัมภีร์จึงเป็นส่วนหนึ่งของงานคริสตศาสนิกสัมพันธ์ ข้าพเจ้าจึงอยากขอบใจทุกคนที่รับผิดชอบในงานสำคัญนี้และให้กำลังใจให้มั่นคงในความพยายามของตน

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.