นักบุญเปาโล (St.Paul)
นักบุญเปาโลเป็นอัครสาวกแห่งพระศาสนจักรที่มีความโดดเด่นด้วยข้อเขียนมากมายของท่าน ชีวิต,การกลับใจ,คำสอนและงานธรรมทูตของท่านทำให้ท่านเป็นอัครสาวกที่มีลักษณะเฉพาะตัวและสมควรกับคำเรียกขานว่า “อัครสาวกของคนต่างศาสนา”(Apostle of the Gentiles)
เปาโลเกิดที่เมืองทาร์ซัส (เทียบ กจ. 9:11) ประมาณปี ก.ค.ศ. 5 บิดามารดาเป็นชาวยิวที่ศรัทธาและเข้มงวดในพิธีการที่กฎข้อบังคับทางศาสนากำหนด ตามฐานะสมาชิกของตระกูลเบนยามิน (รม. 11:1) จึงไม่น่าสงสัยเลยว่า เหตุใดจึงตั้งชื่อบุตรว่า “เซาโล” ตามกษัตริย์พระองค์แรกของชาวอิสราเอล (คือ “ซาอูล” ) แม้บางทีจะมีการอ้างว่า เปาโลได้เปลี่ยนชื่อของตนเองขณะที่ท่านได้เริ่มงานธรรมทูตท่ามกลางคนต่างศาสนา แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติสำหรับคนหนุ่มคนสาวชาวยิวที่จะมีชื่อทั้งในภาษาฮีบรูและในภาษาโรมันหรือกรีก เพราะชาติทั้งสองมีอิทธิพลต่อชีวิตของชาวยิวในสมัยนั้น
บิดามารดาของเปาโลเป็นชาวฟาริสี (กจ. 26:4-5; กจ. 23:6) ท่านจึงได้รับการอบรมให้มีชีวิตตามธรรมบัญญัติ (ฟป. 3:5) อย่างไรก็ตามบิดามารดาของท่านยังได้เป็นพลเมืองของโรมันจึงทำให้ท่านทั้งสองมีสถานะที่ไม่เหมือนชาวฮีบรูคนอื่นๆ ดังที่ซิเซโล(Cicero) นักเขียนท่านหนึ่งกล่าวว่า “ถ้าพลเมืองโรมันคนหนึ่งถูกผูกมัด สิ่งนี้เป็นการกระทำผิด, ถ้าเขาถูกตี สิ่งนี้เป็นอาชกรรม, และถ้าเขาถูกฆ่าตาย สิ่งนี้ก็เลวร้ายเท่าๆกับการฆ่าบิดาของคนๆ หนึ่ง” ดังนั้น เปาโลจึงไม่สามารถถูกเฆี่ยนได้(กจ. 16:35-40; 22:24-29) เขาสามารถถือสิทธิที่จะได้รับการปกป้องจากผู้มีอำนาจแห่งอาณาจักรโรมัน(กจ. 23:27) และถ้าเขาถูกนำตัวขึ้นศาลใดๆในอาณาจักรโรมัน เขาก็สามารถอุธรณ์ไปยังศาลสูงในกรุงโรมได้(กจ. 25:10-12)
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เปาโลได้มากรุงเยรูซาเล็มเพื่อการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นซึ่งบางทีอาจจะเป็นช่วงที่มีอายุ 15 ปี ท่านได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเวลานั้นคือ กามาลิเอล (Gamaliel) เป็นผู้คงแก่เรียนและมีทัศนคติกว้างไกล ทั้งยังเป็นผู้หนึ่งที่มีความเป็นธรรมต่อคริสตชน (กจ. 5:33-39) แน่นอนว่า การศึกษาของเปาโลก็ได้รับอิทธิพลบางอย่างจากชุมชนกรีก (เทียบ กจ. 21:37; 22:2) และเนื่องจากภาษากรีกเป็นภาษาที่ใช้พูดกันทั่วไป เปาโลจึงมีความเชี่ยวชาญในภาษากรีกอีกภาษาหนึ่งด้วย
เปาโลเป็นบุคคลที่มีส่วนในการเบียดเบียนพระศาสนจักร ท่านเป็นผู้เห็นชอบกับการตายของสเทเฟน (เทียบ กจ. 7:56-60) และกระทำการเบียดเบียนอย่างจริงจังด้วย (เทียบ กจ. 8:1-3)
เปาโลพบกับพระคริสตเจ้าครั้งแรกบนถนนที่จะไปเมืองดามัสกัส ซึ่งเขาได้เดินทางไปเพื่อจับกุมผู้ติดตามวิถีใหม่ และที่นี่เองพระเยซูเจ้าทรงแสดงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ให้เปาโลได้ประจักษ์ ดังที่ท่านได้เขียนไว้ว่า “พระเจ้าผู้ตรัสว่า ‘ให้แสงสว่างออกมาจากความมืด’ ก็เป็นผู้ทรงฉายแสงเข้าสู่จิตใจของเรา เพื่อส่องสว่างให้เรามีความรู้ถึงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า พระสิริรุ่งโรจน์นี้ปรากฏอยู่บนพระพักตร์ของพระคริสตเจ้า” (2 คร. 4:5-6) (เทียบ กจ. 9:1-23; 22:1-21; 26:1-19)
หลังจากที่ท่านได้เห็นภาพระหว่างทางที่จะไปเมืองดามัสกัสนั้น ท่านได้เข้าไปในเมืองและรับพิธีล้างบาปจากอานาเนีย (กจ. 9:10-19) และเมืองนี้ก็ได้เป็นเมืองที่ท่านเริ่มการสั่งสอนของท่าน
อัครสาวกท่านนี้มีธุรกิจการค้าหนึ่งคือ การทำกระโจม (กจ. 18:3) แต่ท่านมิใช่ผู้มีความชำนาญในการทำกระโจมธรรมดาๆ ความสามารถในอาชีพของท่านนั้นทำให้ท่านสามารถไปทำงานได้ในหลายสถานที่และรักษาชีวิตของตนไว้ได้ (กจ. 20:30-35) เพราะท่านสามารถพึ่งตนได้นั่นเอง เปาโลจึงสามารถรับผิดชอบงานธรรมทูตของตนในหลายพื้นที่ที่ไม่มีคริสตชนคนใดจะสามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือท่านได้ จนกระทั่งท่านสามารถทำงานของท่านสำเร็จสมความตั้งใจท่ามกลางบรรดาผู้คนในท้องถิ่นนั้น ในการเดินทางทั้งหมด เปาโลได้เดินทางเพื่อการแพร่ธรรมครั้งสำคัญ 3 ครั้ง รอบๆดินแดนฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และครั้งที่ 4 นั้นนำท่านเดินทางไปยังกรุงโรมในปี ค.ศ.67. ท่านได้ถูกตัดศีรษะตามรูปแบบการลงโทษสูงสุดเพียงอย่างเดียวที่อาณาจักรโรมันอนุญาตให้กระทำกับพลเมืองของตน

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.