Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

ลก 5.1-11 พระเยซูเจ้าทรงเรียกศิษย์สี่คนแรก

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

อาทิตย์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

ข่าวดี     ลูกา 5:1-11
(1)วันหนึ่ง พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่บนฝั่งทะเลสาบเยนเนซาเรท ขณะที่ประชาชนเบียดเสียดรอบพระองค์เพื่อฟังพระวาจาของพระเจ้า  (2)พระองค์ทอดพระเนตรเห็นเรือสองลำจอดอยู่ริมฝั่ง ชาวประมงกำลังซักอวนอยู่นอกเรือ  (3)พระองค์จึงเสด็จลงเรือลำหนึ่งซึ่งเป็นของซีโมน ทรงขอให้เขาถอยเรือออกไปจากฝั่งเล็กน้อย แล้วประทับสั่งสอนประชาชนจากเรือนั้น  (4)เมื่อตรัสสอนเสร็จแล้ว พระองค์ตรัสแก่ซีโมนว่า “จงแล่นเรือออกไปที่ลึกและหย่อนอวนลงจับปลาเถิด”  (5)ซีโมนทูลตอบว่า “พระอาจารย์ พวกเราทำงานหนักมาทั้งคืนแล้ว จับปลาไม่ได้เลย แต่เมื่อพระองค์มีพระดำรัส ข้าพเจ้าก็จะลงอวน”  (6)เมื่อทำดังนี้แล้ว พวกเขาจับปลาได้จำนวนมากจนอวนเกือบขาด  (7)เขาจึงส่งสัญญาณเรียกเพื่อนในเรืออีกลำหนึ่งให้มาช่วย พวกนั้นก็มาและนำปลาใส่เรือเต็มทั้งสองลำ จนเรือเกือบจม  (8)เมื่อซีโมนเปโตรเห็นดังนี้ จึงกราบลงที่พระชานุของพระเยซูเจ้า ทูลว่า “โปรดไปจากข้าพเจ้าเสียเถิด พระเจ้าข้า เพราะข้าพเจ้าเป็นคนบาป”  (9)เพราะเขาและคนอื่น ๆ ที่อยู่กับเขาต่างประหลาดใจมากที่จับปลาได้มากเช่นนั้น (10)ยากอบและยอห์น บุตรของเศเบดี ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานกับซีโมนก็ประหลาดใจเช่นเดียวกัน พระเยซูเจ้าจึงตรัสแก่ซีโมนว่า “อย่ากลัวเลย ตั้งแต่นี้ไป ท่านจะเป็นชาวประมงหามนุษย์”  (11)เมื่อพวกเขานำเรือกลับถึงฝั่ง แล้วละทิ้งทุกสิ่งติดตามพระองค์


 
    ทะเลสาบเยนเนซาเรท ทะเลสาบกาลิลี และทะเลสาบตีเบรีอัส ล้วนเป็นชื่อเรียกทะเลสาบเดียวกันในแคว้นกาลิลีทางเหนือของปาเลสไตน์  ขนาดของทะเลสาบกว้าง 13 กิโลเมตรและยาวจากเหนือจรดใต้ 21 กิโลเมตร  อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 200 เมตร  ปัจจุบันประชากรไม่หนาแน่นมากนัก แต่ในสมัยของพระเยซูเจ้ามีเมืองตั้งอยู่ตามชายฝั่งทะเลสาบมากถึง 9 แห่ง และแต่ละแห่งมีประชากรไม่ต่ำกว่า 15,000 คน
    ตีเบรีอัสคือหนึ่งใน 9 เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบและทำให้ทะเลสาบได้รับการเรียกขานตามชื่อเมืองนี้
    ส่วนเยนเนซาเรทเป็นชื่อของที่ราบทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ เป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในปาเลสไตน์
    ณ ชายฝั่งทะเลสาบเยนเนซาเรทนี้เองที่ภารกิจของพระเยซูเจ้าได้ก้าวมาสู่จุดหักเหที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง….
    ก่อนหน้านี้ไม่นาน พระองค์เสด็จไปเทศน์สอนในศาลาธรรมเป็นประจำ (ลก 4:16, 20) แต่วันนี้ พระองค์เสด็จลงเรือของซีโมน แล้วประทับสั่งสอนประชาชนจากเรือนั้น (ข้อ 3)
    นับจากนี้ไปข่าวดีของพระองค์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงในศาลาธรรมหรือในโบสถ์เท่านั้น !
    พระองค์ทรง “ประกาศข่าวดี” และ “สร้างพระศาสนจักร” ของพระองค์ทุกโอกาส และทุกหนทุกแห่ง ทั้งในศาลาธรรม ทั้งริมฝั่งทะเลสาบ ทั้งตามถนนหนทาง ทั้งในบ้าน ทั้งในที่ทำงาน
แม้แต่ในเรือประมงเล็ก ๆ ของซีโมน เปโตร พระองค์ก็ไม่วายใช้เป็นธรรมาสน์สำหรับประกาศข่าวดี !
เรียกว่าทุกแห่งที่มีคนต้องการฟังพระองค์  พระองค์ทรงประกาศข่าวดีอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย...
จริงอยู่ทุกคนย่อมปรารถนาที่จะประกาศข่าวดีบนธรรมาสน์ที่สง่างามพร้อมกับระบบเสียงที่ดังฟังชัด  แต่หากเราต้องการเจริญรอยตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า....
เราต้องพร้อมประกาศข่าวดีไม่ว่าจะอยู่ในวัด  ที่บ้าน  ที่ทำงาน  ระหว่างเดินทาง หรือแม้แต่ระหว่างพักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม !

    ควบคู่ไปกับการประกาศข่าวดีคือ “การกระทำ”
     พระเยซูเจ้าตรัสสั่งซีโมนว่า “จงแล่นเรือออกไปที่ลึกและหย่อนอวนลงจับปลาเถิด” (ข้อ 4) และผลลัพธ์ที่ได้คือ “พวกเขาจับปลาได้จำนวนมากจนอวนเกือบขาด” (ข้อ 6)
    บทเรียนจากการจับปลาได้มากเกินคาดครั้งนี้คือ  หากเราคิดจะสัมผัสกับ “อัศจรรย์” ในชีวิตของเราเช่นเดียวกับซีโมนบ้าง  สิ่งที่เราจะขาดเสียมิได้คือ
    1.    ดวงตาที่พร้อมจะมองเห็น
        การที่ซีโมนและเพื่อนจับปลาได้จำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าพระเยซูเจ้าทรง “เนรมิต” ฝูงปลาขึ้นมาให้พวกเขาจับ
        แต่เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติในทะเลสาบกาลิลีที่บางครั้งฝูงปลาจำนวนมากมารวมตัวกันหนาแน่นกินพื้นที่เป็นไร่ ๆ
        พระองค์ทรงมีสายพระเนตรแหลมคมจนสามารถ “มองเห็น” ฝูงปลาเหล่านั้น และช่วยให้พวกเขาจับปลาได้จำนวนมากอย่างน่าอัศจรรย์
        พระองค์ทรงมีดวงตาที่พร้อมจะ “มองเห็น”
        ที่ผ่านมา มีคนมากมายมองเห็นไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากฝากาน้ำเดือด แต่มีเพียงเจมส์ วัตต์ (James Watt) ที่มองเห็นเครื่องจักรไอน้ำ
        และมีคนอีกมากมายเช่นกันที่เห็นผลแอปเปิลตกลงสู่พื้น แต่มีเพียงไอแซค นิวตัน (Isaac Newton) ที่มองเห็นทฤษฎีแรงโน้มถ่วง
        โลกใบนี้เต็มไปด้วยอัศจรรย์มากมายสำหรับคนที่มีดวงตาที่พร้อมจะ “มองเห็น” !!!
    2.    จิตใจที่เพียรพยายาม
        หลังจากอดหลับอดนอนหาปลามาทั้งคืน ซีโมนรู้สึกเหนื่อยใจจะขาด “แต่เมื่อพระองค์มีพระดำรัส ข้าพเจ้าก็จะลงอวน” (ข้อ 5)
        ซีโมนพร้อมที่จะพยายามอีกครั้งหนึ่ง !
        แต่พวกเราอีกหลายคนนี่สิ น่าเป็นห่วง แค่พลาดครั้งเดียวก็ถอดใจหมดแล้ว !
        นับเป็นหายนะจริง ๆ หากเราปล่อยให้จิตวิญญาณแห่งความเพียรพยายามเหือดแห้งหายไป...
        หนทางเยียวยามีอยู่วิธีเดียวคือพูดดังเช่นซีโมนว่า....
         “ถ้าพระองค์สั่ง ผมก็จะทำตาม” !!!
    3.    จิตใจที่ไม่สิ้นหวัง
        กลางคืนคือช่วงเวลาเหมาะที่สุดสำหรับการจับปลา แต่โอกาสทองนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้วโดยที่ซีโมนจับปลาไม่ได้สักตัวเดียว
         ยิ่งเมื่อพระอาทิตย์ทอแสง โอกาสที่จะจับปลาได้ต้องถือว่าริบหรี่จริง ๆ...            นับว่าสถานการณ์ของซีโมนเลวร้ายถึงขั้นสิ้นหวัง  แต่จิตใจของท่านหาได้สิ้นหวังตามไปด้วย  ท่านกล่าวว่า “แต่ถ้าพระองค์สั่ง ผมก็จะทำตาม” !!!   
         บ่อยครั้งทีเดียวที่เรา “รอ” ให้โอกาสเอื้ออำนวย... “รอ” ให้สถานการณ์ทุกด้านพร้อม จึงจะลงมือทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ เช่น กลับใจ เข้าวัด ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ
ถ้าเรา “รอ” ให้ทุกอย่างพร้อม ชาตินี้คงไม่มีโอกาสเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง !?!
     ดังนั้น เราต้อง “ลงมือ” ทันทีที่พระองค์ทรงสั่งแม้ในสิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หรือสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยก็ตาม !!!

นอกจากองค์ประกอบเพื่อจะได้สัมผัสอัศจรรย์ดังได้กล่าวมาแล้ว  ยังมี “แบบอย่าง” ของเปโตรที่เราทุกคนควรต้องเจริญรอยตามคือ
    1.    เปโตรอดหลับอดนอนหาปลาทั้งคืน เหนื่อยแทบขาดใจ  แต่เมื่อพระเยซูเจ้าปรากฏพระองค์ที่ฝั่งทะเลสาบเพื่อประกาศข่าวดี ท่านเป็นหนึ่งในประชาชนที่เบียดเสียดรอบพระองค์เพื่อฟังพระวาจาของพระเจ้า
     ท่านไม่ได้ใช้ความเหน็ดเหนื่อย หรือภารกิจ “ซักอวน” เป็นข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการฟังพระวาจาของพระเจ้า
     เป็นพระวาจาของพระเจ้านี้เองที่ทำให้ท่านสดชื่นและมีชีวิตชีวาหลังจากการตรากตรำทำงานหนัก !!
     2.    เมื่อพระเยซูเจ้าทรงประทานพรให้เปโตรจับปลาได้จำนวนมากจนอวนเกือบขาด  ท่านส่งสัญญาณเรียกเพื่อนในเรืออีกลำหนึ่งให้มาช่วย พวกนั้นก็มาและนำปลาใส่เรือเต็มทั้งสองลำ จนเรือเกือบจม (ข้อ 7)
        หากเปโตรไม่รู้จักแบ่งปันปลาที่จับได้ให้แก่เพื่อน อะไรจะเกิดขึ้น ?
         แน่นอนว่าเปโตรต้องสูญเสียทั้งปลา ทั้งอวน และทั้งเรือ !
        สำหรับเราซึ่งได้รับพระพรมากกว่าผู้อื่น หากเราไม่รู้จักรักและแบ่งปันแก่ผู้อื่น เราจะเหลืออะไร ?
    3.    “เมื่อซีโมนเปโตรเห็นดังนี้ จึงกราบลงที่พระชานุ (เข่า) ของพระเยซูเจ้า ทูลว่า “โปรดไปจากข้าพเจ้าเสียเถิด พระเจ้าข้า เพราะข้าพเจ้าเป็นคนบาป” (ข้อ 8)
        ท่านค้นพบและเรียกพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า”
         โดยสัญชาติญาณ ท่านรู้ตัวว่าไม่คู่ควรกับพระองค์
        ท่าน “สุภาพ” ยอมรับว่าเป็นคนบาป...
         กับคนสุภาพเช่นนี้เองที่พระองค์ทรงมอบหมายภารกิจอันยิ่งใหญ่ให้กระทำ นั่นคือ “ตั้งแต่นี้ไป ท่านจะเป็นชาวประมงหามนุษย์” (ข้อ 10)   
         และเปโตรได้น้อมรับภารกิจนี้อย่างดียิ่ง เพราะแค่วันแรกวันเดียวหลังจากรับพระจิตเจ้าแล้ว ท่านได้ “หย่อนอวน” ประกาศข่าวดีและได้ “มนุษย์” จำนวนมากถึง 3,000 คน (กจ 2:41)
    4.    “เมื่อพวกเขานำเรือกลับถึงฝั่ง แล้วละทิ้งทุกสิ่งติดตามพระองค์” (ข้อ 11)
        เปโตรและเพื่อนไม่สนใจแม้แต่จะนำปลาที่จับได้ไปขาย…
        เปโตรและเพื่อนไม่สนใจแม้แต่เรือที่เป็นเครื่องมือทำมาหากิน....
        พวกเขาละทิ้งทุกสิ่ง แล้วติดตามพระเยซูเจ้าไป….
        เมื่อสองพันปีก่อน พระองค์ทรงเรียกเปโตร อันดรู ยากอบ และยอห์น  วันนี้พระองค์ทรงเรียกเราทุกคน
        เราจะทิ้งเรือ หรือทิ้งพระเยซูเจ้า ?

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help