Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

วันอาทิตย์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

วันอาทิตย์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า


ข่าวดี    ลูกา 3:1-6
(1)ในปีที่สิบห้าแห่งรัชกาลพระจักรพรรดิทิเบรีอัส  ปอนทิอัสปีลาตเป็นผู้ว่าราชการแคว้นยูเดีย  กษัตริย์เฮโรดทรงเป็นเจ้าปกครองแคว้นกาลิลี  ฟีลิปพระอนุชาทรงเป็นเจ้าปกครองแคว้นอิทูเรียและตราโคนิติส  ลีซาเนียเป็นเจ้าปกครองแคว้นอาบีเลน  (2)อันนาสและคายาฟาสเป็นหัวหน้าสมณะ พระวาจาของพระเจ้ามาถึงยอห์นบุตรของเศคาริยาห์ในถิ่นทุรกันดาร  (3)เขาจึงไปทั่วแม่น้ำจอร์แดน เทศน์สอนเรื่องพิธีล้างซึ่งแสดงการเป็นทุกข์กลับใจเพื่อจะได้รับการอภัยบาป  (4)ตามที่มีเขียนไว้ในหนังสือบันทึกของประกาศกอิสยาห์ว่า
“คนคนหนึ่งร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่า
จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า
จงทำทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด
(5)หุบเขาทุกแห่งจะถูกถมให้เต็ม
ภูเขาและเนินทุกแห่งจะถูกปรับให้ต่ำลง
ทางคดเคี้ยวจะกลายเป็นทางตรง
ทางขรุขระจะถูกทำให้ราบเรียบ
(6)แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า”



การปรากฏตัวของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะท่านเป็นผู้เตรียมทางต้อนรับพระเมสสิยาห์ซึ่งกำลังจะเสด็จมา  ด้วยเหตุนี้ ลูกาจึงระบุช่วงเวลาอันสำคัญยิ่งยวดนี้ ด้วยการอ้างอิงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์อย่างน้อย 6 รายด้วยกัน กล่าวคือ
1.    ลูกาเริ่มต้นด้วยการอ้างอิงบุคคลสำคัญของ “ประวัติศาสตร์โลก” ซึ่งในยุคนั้นไม่มีชนชาติใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าชาวโรมัน
        ทิเบรีอัสเป็นจักรพรรดิองค์ที่สองของอาณาจักรโรมันสืบต่อจากเอากุสตุส  แม้เอากุสตุสจะเคยแต่งตั้งพระองค์ให้เป็นจักรพรรดิร่วมบัลลังก์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 11 หรือ 12  แต่พระองค์พึ่งจะขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิเต็มตัวเมื่อปี ค.ศ. 14
         “ปีที่สิบห้าแห่งรัชกาลพระจักรพรรดิทิเบรีอัส” (ข้อ 1) จึงตกประมาณปี ค.ศ. 28 หรือ 29
    2.    จากประวัติศาสตร์โลก ลูกาบีบให้แคบลงมาเป็น “ประวัติศาสตร์ของปาเลสไตน์”
        โรมแบ่งการปกครองภายในอาณาจักรออกเป็นจังหวัด ปาเลสไตน์เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเธสสาลีและกาลาเทีย (Thessaly – Galatia) ซึ่งยังแบ่งออกเป็น 4 แคว้น แต่ละแคว้นมี “เจ้าปกครอง” (Tetrarch) เป็นผู้ดูแล

        อันที่จริง คำ “เจ้าปกครอง” หรือ Tetrarch มีความหมายตามรากศัพท์คือ “เจ้าผู้ปกครองแคว้นที่สี่”  แต่คำนี้ใช้หมายถึงเจ้าผู้ปกครองแคว้นใดก็ได้ในจังหวัดเธสสาลีและกาลาเทีย  และต่อมาใช้เรียกเจ้าผู้ปกครองทุกคนภายในอาณาจักรโรมัน
        เฮรอดมหาราชเป็นกษัตริย์ปกครองปาเลสไตน์จนถึงปีที่ 4 ก.ค.ศ. รวมเวลาแห่งรัชสมัยได้ 40 ปี  ก่อนสิ้นพระชนม์พระองค์แบ่งปาเลสไตน์ออกเป็น 3 ส่วนให้แก่โอรส 3 พระองค์โดยได้รับความเห็นชอบจากโรม
        2.1    เฮโรด อันติพาส เป็นเจ้าปกครองแคว้นกาลิลีและเปเรอาตั้งแต่ 4 ปี ก.ค.ศ. จนถึง ค.ศ. 39 รวมเวลา 43 ปี  ชีวิตส่วนใหญ่ของพระเยซูเจ้าอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์พระองค์นี้
        2.2    เฮโรด ฟีลิป เป็นเจ้าปกครองแคว้นอิทูเรียและตราโคนิติสตั้งแต่ 4 ปี ก.ค.ศ. จนถึง ค.ศ. 33 รวมเวลา 37 ปี  พระองค์เป็นผู้สร้างเมืองซีซารียาแห่งฟิลิปและตั้งชื่อตามพระนามของพระองค์
        2.3    เฮโรด อาร์เคเลาส์ เป็นเจ้าปกครองแคว้นยูเดีย สะมาเรีย และเอโดม  แต่เพราะทรงเป็นทรราช ชาวยิวจึงเรียกร้องให้โรมปลดพระองค์ออกจากตำแหน่ง  โรมจึงแต่งตั้งผู้ว่าราชการเข้ามาปกครองแคว้นยูเดีย นับเป็นการเปิดโอกาสให้โรมเข้ามามีอำนาจโดยตรงในปาเลสไตน์
     ปอนทิอัส ปีลาต เป็นผู้ว่าราชการแคว้นยูเดียระหว่างปี ค.ศ. 25 ถึง 37
    3.    ส่วนลีซาเนียผู้เป็นเจ้าปกครองแคว้นอาบีเลนนั้น  เราไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับท่านเลย
    4.    จากประวัติศาสตร์ของโลกและของปาเลสไตน์  ลูกาบีบให้แคบลงมาอีก นั่นคือประวัติศาสตร์ “ด้านศาสนา” ในช่วงเวลาที่ยอห์นเริ่มปรากฏตัวเทศน์สอนให้ประชาชนรับพิธีล้าง
     อันนาสและคายาฟาสเป็นหัวหน้าสมณะ ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้นำทั้งด้านการเมืองและศาสนา  แรกเริ่มเดิมที่ตำแหน่งหัวหน้าสมณะคงอยู่ตลอดชีวิตและสืบทอดเป็นมรดกภายในวงศ์ตระกูล  แต่เมื่อโรมมีอำนาจเหนือปาเลสไตน์ ตำแหน่งนี้กลับเต็มไปด้วยผลประโยชน์และการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน  ลำพังจากปี 37 ก.ค.ศ. จนถึงปี ค.ศ. 26 รวมเวลาเพียงแค่ 63 ปี มีหัวหน้าสมณะไม่ต่ำกว่า 28 คนโดยไม่ซ้ำหน้ากันเลย
         อันนาสเป็นหัวหน้าสมณะระหว่างปี ค.ศ. 7-14  จึงพ้นจากตำแหน่งไปแล้วเมื่อยอห์นปรากฏตัว  แต่ผู้สืบทอดตำแหน่งของเขาคือลูกชายอีกไม่ต่ำกว่า 4 คน  และคายาฟาสผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสมณะขณะนั้นก็เป็นบุตรเขยของเขาเอง
         ตลอดประวัติศาสตร์ของชาวยิว ไม่เคยปรากฏว่ามีหัวหน้าสมณะดำรงตำแหน่งพร้อมกันสองคน  แต่สาเหตุที่ลูกาอ้างถึงอันนาสและคายาฟาสพร้อมกัน เป็นเพราะว่าแม้คายาฟาสจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าสมณะก็จริง แต่ผู้อยู่เบื้องหลังอำนาจตัวจริงคืออันนาส
         ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระเยซูเจ้าถูกจับกุม พระองค์จึงถูกนำไปพบอันนาสก่อนคายาฟาสเสียอีก (ยน 18:13)
    การอ้างอิงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มากมายเช่นนี้ แสดงถึง “ความสำคัญอย่างยิ่งยวด” ของการออกมาเทศน์สอนของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง

     ลูกาได้ยกบันทึกของประกาศกอิสยาห์บทที่ 40 ข้อ 3-5 ที่ว่า “มีผู้ตะโกนร้องในถิ่นกันดารว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด” เพื่อชี้ให้เห็นบทบาทของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง
    ในซีกโลกตะวันออก เมื่อกษัตริย์จะเสด็จเยือนดินแดนภายใต้การปกครอง พระองค์จะส่ง “ผู้นำสาร” ไป “ประกาศข่าว” ล่วงหน้าเพื่อประชาชนจะได้ตระเตรียมถนนหนทางให้ราบเรียบและตรง รวมถึงตกแต่งบ้านเรือนให้สวยงามเพื่อรับเสด็จพระมหากษัตริย์
    บทบาทของยอห์นคือ “ผู้นำสาร”
    กษัตริย์ที่กำลังจะเสด็จมาคือ “พระกุมารเจ้า” ผู้นำ “ความรอดพ้นจากพระเจ้า” มาสู่ปวงมนุษย์ (ข้อ 6)
และท้ายที่สุด ประชาชนที่จะต้องเตรียมหนทางรับเสด็จพระมหากษัตริย์ย่อมได้แก่ “พวกเราทุกคน”
วิธีเตรียมรับเสด็จที่ยอห์นเทศน์สอนคือ “จงเป็นทุกข์กลับใจเพื่อจะได้รับการอภัยบาป” (ข้อ 3)
BDAG ซึ่งเป็นพจนานุกรมกรีกที่ได้รับการยอมรับมากเล่มหนึ่ง ให้ความหมายของการ “กลับใจ” ไว้ 3 ประการด้วยกัน คือ
    1.    การเปลี่ยนศาสนา เปลี่ยนความเชื่อ
    2.    การเป็นทุกข์เสียใจที่ได้ทำบาปผิดต่อพระเจ้า
    3.    การเปลี่ยนความคิด จิตใจ และวิถีดำเนินชีวิตอย่างสิ้นเชิง
    ความหมายนัยที่สาม นี้ถือว่าสำคัญที่สุด แต่กลับถูกละเลยมากที่สุด !
    ตัวอย่างการกลับใจตามนัยที่สาม เราสามารถเห็นได้ชัดเจนจากชีวิตของนักบุญเปาโล  เมื่อครั้งที่ท่านต่อสู้กับพวก “ยิวนิยม” ที่วางใจในการเข้าสุหนัตและการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของโมเสส มากกว่าวางใจในพระเยซูเจ้า (ฟป 3:1-21)  ท่านได้เล่าชีวิตก่อนการกลับใจที่เป็นแบบ “ยิวนิยม” สุดโต่งให้ฟังว่า
     “แม้ว่าข้าพเจ้ามีเหตุผลที่จะวางใจในการปฏิบัติเช่นนี้ได้ก็ตาม ถ้าผู้ใดคิดว่าตนมีเหตุผลที่จะวางใจในการปฏิบัติเช่นนี้ ข้าพเจ้าก็ยังมีเหตุผลมากกว่า  ข้าพเจ้าได้รับพิธีสุหนัตเมื่อเกิดมาได้แปดวัน เป็นเชื้อสายชนชาติอิสราเอลจากตระกูลเบนยามิน เป็นชาวฮีบรูเกิดจากชาวฮีบรู ในด้านธรรมบัญญัติ เป็นชาวฟาริสี  ในด้านความกระตือรือร้น เป็นผู้เบียดเบียนพระศาสนจักร ในด้านความชอบธรรมตามธรรมบัญญัติ ไม่มีสิ่งใดจะตำหนิข้าพเจ้าได้”
    แต่หลังกลับใจ วิถีดำเนินชีวิตของท่านเปลี่ยนไปอยู่ข้างพระเยซูเจ้าอย่างสิ้นเชิง
“สิ่งที่เคยเป็นประโยชน์แก่ข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าละทิ้งเพราะพระคริสตเจ้า นับแต่บัดนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าทุกสิ่งไม่มีประโยชน์อีกเมื่อเปรียบกับประโยชน์ล้ำค่าคือการรู้จักพระคริสตเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงยอมสูญเสียทุกสิ่ง ข้าพเจ้าเห็นว่าทุกสิ่งเป็นปฏิกูล เพื่อจะได้องค์พระคริสตเจ้ามาเป็นกำไร”
    นั่นคือ เมื่อ “กลับใจ” นักบุญเปาโลได้ตัดสินใจ “เลือกข้างชัดเจน” ระหว่าง “พระเยซูคริสตเจ้า” กับ “สิทธิพิเศษที่ได้จากการเป็นยิว”
พร้อมกันนี้ ท่านได้ “ละทิ้งทุกสิ่ง” โดยถือว่าทุกสิ่งเป็นเพียงปฏิกูลเมื่อเทียบกับพระเยซูคริสตเจ้า
    การที่เรายังหลงใหลในวัตถุนิยมก็ดี  การตามกระแสบริโภคนิยมก็ดี  การรับใช้ผู้มีอำนาจมากกว่าผู้ต่ำต้อยก็ดี  การเห็นแก่ตัวและยึดมั่นในอัตตาของตนก็ดี  การไม่ละทิ้งความประพฤติบางอย่างก็ดี  เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเรายังไม่ได้เลือกข้างอย่างเด็ดขาดระหว่าง “พระเยซูเจ้า” กับ “การละทิ้งทุกสิ่ง”
    การสำนึกผิดและเป็นทุกข์เสียใจที่ได้ทำบาปตามความหมายนัยที่สองนั้น แม้เป็นสิ่งที่ดีมากแต่ก็ยังไม่เพียงพอ  เพราะตราบใดที่เราไม่ “กลับใจหันมาอยู่ข้างพระเยซูเจ้า” ตราบนั้นเราก็เป็นเหมือนนักกีฬาที่ล้มลงแล้วลุกขึ้นมาวิ่งต่อโดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเส้นชัยอยู่ที่ไหน !
    ต่างจากนักบุญเปาโลที่ “กลับใจ” โดยการ “เลือกพระเยซูเจ้า” ก่อน  หลังจากนั้น หากล้มลงก็ต้องลุกขึ้นมาวิ่งต่อจนกว่าจะเข้าเส้นชัย ดังที่ท่านกล่าวต่อมาว่า
     “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่คิดว่า ข้าพเจ้าชนะแล้ว ข้าพเจ้าทำเพียงอย่างเดียวคือ ลืมสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง มุ่งสู่เบื้องหน้าอย่างสุดกำลัง  ข้าพเจ้ากำลังวิ่งเข้าสู่เส้นชัยไปหารางวัลที่พระเจ้าทรงเรียกจากสวรรค์ให้ข้าพเจ้าเข้าไปรับในพระคริสตเยซู” (ฟป 3:13-14)

     การปรากฏตัวเทศน์สอนทั่วแม่น้ำจอร์แดนของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติเท่านั้น  แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในชีวิตของเราแต่ละคนอีกด้วย !
บัดนี้ความรอดจากพระเจ้ามาถึงแล้ว !!!
สิ่งที่เราต้องเตรียมให้ตรงและเรียบ ไม่ใช่ถนน แต่เป็น “ชีวิตของเรา” เอง….
    ชีวิตที่ “เปลี่ยนและหันกลับมา คิด ปรารถนา และดำเนินชีวิตเหมือนพระเยซูเจ้า” !!!

 

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help