Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

อาทิตย์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ



อาทิตย์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา


ข่าวดี    มัทธิว 10:26-33
(26) “อย่ากลัวมนุษย์เลย ไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้ จะไม่ถูกเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้น จะไม่มีใครรู้ (27) สิ่งที่เราบอกท่านในที่มืด ท่านจงกล่าวออกมาในที่สว่าง สิ่งที่ท่านได้ยินกระซิบที่หู จงประกาศบนดาดฟ้าหลังคาเรือน” (28) “อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย แต่ไม่อาจฆ่าวิญญาณได้ จงกลัวผู้ที่ทำลายทั้งกายและวิญญาณให้พินาศไปในนรก (29) นกกระจอกสองตัว เขาขายกันเพียงหนึ่งบาทมิใช่หรือ ถึงกระนั้น ก็ไม่มีนกสักตัวเดียวที่ตกถึงพื้นดินโดยที่พระบิดาของท่านไม่ทรงเห็นชอบ (30) ผมทุกเส้นบนศีรษะของท่านถูกนับไว้หมดแล้ว (31) เพราะฉะนั้น อย่ากลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก” (32) “ทุกคนที่ยอมรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราจะยอมรับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ (33) และผู้ที่ไม่ยอมรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราก็จะไม่รับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์ด้วย”

***********************

อย่ากลัว
พระวรสารวันนี้เป็นคำสั่งสอนของพระเยซูเจ้าสำหรับบรรดาอัครสาวก ซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรรไว้เพื่อส่งออกไปประกาศข่าวดี
ในการประกาศข่าวดี เรา “อย่ากลัว” เพราะว่า
1.    ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย (ข้อ 26-27)
“ไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้ จะไม่ถูกเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้น จะไม่มีใครรู้” นี่คือสิ่งที่พระองค์ทรงยืนยัน และความหมายก็ชัดเจนนั่นคือ “ความจริงจะมีชัย”
และประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำพูดของพระองค์เป็นความจริงเพียงใด  มีคริสตชนจำนวนมากที่ได้ทนทุกข์ เสียสละ หรือแม้แต่ตายเพื่อยืนยันความเชื่อในสถานที่ปกปิดเร้นลับ  แต่ถึงที่สุดแล้ว “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย”  ทุกวันนี้เรารู้ว่าใครคือผู้กดขี่ข่มเหง ใครคือวีรบุรุษ และต่างคนต่างได้รับรางวัลตอบแทนตามการกระทำของตนแล้ว
เมื่อทำงานให้พระเยซูเจ้า เราจึงไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะมีคนเข้าใจเจตนาผิด หรือไม่ต้องท้อใจเมื่อถูกใส่ร้ายว่าสอนผิดบิดเบือนข้อความเชื่อ เป็นต้น
เพราะความจริงจะมีชัย !

นอกจากไม่ต้องกลัวแล้ว พระองค์ยังกำชับอีกว่า “สิ่งที่เราบอกท่านในที่มืด ท่านจงกล่าวออกมาในที่สว่าง สิ่งที่ท่านได้ยินกระซิบที่หู จงประกาศบนดาดฟ้าหลังคาเรือน”
ความหมายง่าย ๆ คือ เราต้องประกาศข่าวดีที่ได้รับมาอย่างกล้าหาญ  และเพื่อจะกระทำดังกล่าวได้ เราจำเป็นต้อง
1.1    ฟัง  เราต้องรู้จักปลีกตัวจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เพื่อจะได้มีเวลาส่วนตัวอยู่กับพระเยซูเจ้า จะได้ฟังเสียงพระองค์กระซิบที่หูของเรา หาไม่แล้วเราจะไม่มีความจริงใดไปประกาศแก่ผู้อื่น
1.2    พูด  เราต้องพูดความจริงที่ได้รับมาจากพระองค์ แม้ว่าคำพูดนั้นจะทำให้ผู้อื่นเกลียดชังเรา หรือบางครั้งอาจถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตของเราก็ตาม
เราไม่ต้องกลัว เพราะเรามั่นใจตามที่พระองค์ทรงสอนสั่งเราว่า “ความจริงจะมีชัย”  การพิพากษาตัดสินของพระเจ้าจะแก้ไขการตัดสินที่ผิดพลาดทั้งมวลของมนุษย์
2.    มนุษย์ฆ่าได้แต่กาย (ข้อ 28)
เหตุผลของพระเยซูเจ้าคือ โทษสูงสุดเท่าที่มนุษย์สามารถหยิบยื่นให้แก่เราได้คือความตายฝ่ายกายเท่านั้น  ซึ่งเทียบกันไม่ได้เลยกับความตายชั่วนิรันดรฝ่ายวิญญาณซึ่งพระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับผู้ที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระองค์
เพราะฉะนั้น “จงกลัวผู้ที่ทำลายทั้งกายและวิญญาณให้พินาศไปในนรก” นั่นคือจง “เคารพยำเกรงพระเจ้า” มากกว่า “กลัวมนุษย์”
มีบางคนเข้าใจคำสอนของพระเยซูเจ้านี้อย่างผิด ๆ เลยดำเนินชีวิตแบบที่เต็มไปด้วย “ความกลัวอันศักดิ์สิทธิ์”  นั่นคือ พวกเขาทำความดีและละเว้นความชั่ว ไม่ใช่เพราะรักพระเจ้าหรือรักเพื่อนมนุษย์ แต่เพราะกลัวบาปและกลัวตกนรก
ความคิดที่ถูกต้องคือ พระเจ้าเป็นทั้งองค์ความรักและความศักดิ์สิทธิ์  เราจึงต้องตอบแทนความรักด้วยความรัก นั่นคือทำทุกสิ่งเพราะรัก  และในเวลาเดียวกัน เราต้องตอบแทนความศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเคารพยำเกรง คือเกรงว่าจะทำให้พระองค์เสียพระทัย ไม่ใช่เกรงว่าจะถูกพระองค์ลงโทษ
และจากพระวาจานี้เอง พระองค์ต้องการบอกความจริงแก่เราอีกประการหนึ่งว่า “ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวมากกว่าความตาย” และหนึ่งในนั้นก็คือ “ความไม่ซื่อสัตย์”
ในยามสงคราม มีบางคนรักษาชีวิตของตนไว้โดยการทรยศประเทศชาติหรือผู้ร่วมงานของตน  จริงอยู่เขาอาจรอดชีวิต แต่เขาจะสู้หน้าตัวเอง สู้หน้ามนุษย์ หรือสู้หน้าพระเจ้าได้อย่างไรกัน
หรือคนที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อครอบครัวหรือกระแสเรียกของตนเองย่อมตระหนักดีว่า การมี “ชีวิต” แต่ไม่มี “ชีวา” นั้นเป็นอย่างไร ?
3.    พระเจ้าทรงดูแลเอาพระทัยใส่  (ข้อ 31)
มัทธิวกล่าวว่า “นกกระจอกสองตัว เขาขายกันเพียงหนึ่งบาทมิใช่หรือ” (มธ 10:29) ส่วนลูกาเล่าว่า “นกกระจอกห้าตัวราคาขายสองบาทมิใช่หรือ” (ลก 12:6)
ไม่แปลกที่ซื้อนกกระจอกสองบาทแล้วคนขายจะแถมให้อีกหนึ่งตัว  แต่สำหรับชาวยิว นกตัวที่แถมฟรีนั้นพวกเขาถือว่าไม่มีราคาและไร้ค่า
กระนั้นก็ตาม พระเยซูเจ้าทรงตรัสว่า “ไม่มีนกสักตัวเดียวที่ตกถึงพื้นดินโดยที่พระบิดาของท่านไม่ทรงเห็นชอบ”
คำว่า “ตก” ในภาษากรีก “พีพโต” (pipto) ไม่ได้หมายถึงการตกลงมาตายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการร่อนลงพื้นโดยยังมีชีวิตอยู่ด้วย  และคำว่า “ไม่ทรงเห็นชอบ” จะแปลแบบตรงตัวว่า “ไม่ทรงทราบ” ก็ได้
หมายความว่า พระเจ้าไม่เพียงเอาพระทัยใส่สิ่งที่มนุษย์เห็นว่าไร้ค่าไม่มีราคาเท่านั้น พระองค์ยังรับทราบและเอาพระทัยใส่ในรายละเอียดอีกด้วย
พระองค์ไม่ได้สนพระทัยนกกระจอกเฉพาะเวลาสำคัญอย่างวินาทีแห่งความตาย ซึ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น แต่ทรงสนพระทัยในรายละเอียดของการดำเนินชีวิตทั้งขณะบินขึ้น ร่อนลง หรือกระโดดโลดเต้นอยู่บนพื้นด้วย
“เพราะฉะนั้น อย่ากลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก”

ทุกคนที่ยอมรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราจะยอมรับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์
คริสตชนใดที่ซื่อสัตย์ต่อพระเยซูเจ้าในโลกนี้ พระองค์จะซื่อสัตย์ต่อผู้นั้นในโลกหน้า  และผู้ใดภูมิใจยอมรับพระองค์เป็นเจ้านายในโลกนี้ พระองค์จะภูมิใจรับผู้นั้นเป็นข้ารับใช้ของพระองค์ในโลกหน้า
ความจริงที่เราไม่อาจปฏิเสธได้คือ หากคริสตชนในสมัยเริ่มแรกไม่กล้าเผชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานและความตายเพื่อยืนยันความซื่อสัตย์ต่อพระเยซูเจ้าแล้ว ทุกวันนี้เราอาจไม่มีพระศาสนจักรหลงเหลืออยู่ก็เป็นไปได้
เพราะความเชื่ออันไม่สั่นคลอนนี้คือรากฐานของพระศาสนจักร
แต่ตรงกันข้าม “ผู้ที่ไม่ยอมรับพระองค์ต่อหน้ามนุษย์ พระองค์ก็จะไม่รับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของพระองค์ ผู้สถิตในสวรรค์ด้วย”
และเราอาจปฏิเสธพระองค์ได้ดังนี้
1.    ด้วยการพูด
เช่น “ฉันเป็นคริสตังเพราะพ่อแม่พาไปล้างบาปตั้งแต่เด็ก” หรือ “อั้วเป็นคริสตังก็เพราะอยากได้ลูกสาวเขานั่นแหละ” ฯลฯ
คำพูดเหล่านี้แสดงว่าผู้พูดไม่ต้องการให้ความเป็นคริสตชนมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเขา ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือที่อื่นใดก็ตาม
เขาอยากให้ทุกอย่างเหมือนเดิม
แต่คริสตชนจะยอมปล่อยให้โลกเหมือนเดิม หรือจะยอมทำตนให้กลมกลืนไปกับโลกไม่ได้  เพราะหน้าที่ของเราคริสตชนคือ “ทำให้โลกดีขึ้น” ตามที่พระเยซูเจ้าผู้เป็นเจ้านายของเราทรงสอนไว้
2.    ด้วยการเงียบ
มีมากมายหลายครั้งในชีวิตของเรา ที่เราสามารถพูดเพื่อทำให้สถานการณ์เปลี่ยนจากร้ายไปเป็นดี  หรือพูดเพื่อต่อสู้กับความชั่วร้าย  หรือแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าเราอยู่ฝ่ายใดได้
แต่เรากลับ “เงียบ”
น่าเสียดายที่มนุษย์เราปฏิเสธพระเยซูเจ้าด้วยการ “เงียบ” อันขี้ขลาดมากกว่าด้วยการพูดหรือการกระทำเสียอีก
3.    ด้วยการกระทำ  ตัวอย่างเช่น
เราอาจปฏิเสธข่าวดีเรื่องความบริสุทธิ์ ด้วยการไม่ซื่อสัตย์ต่อครอบครัว หรือด้วยการทำลายชื่อเสียงเกียรติยศของตนเอง
เราอาจปฏิเสธการแบกกางเขนติดตามพระองค์ ด้วยการดำเนินชีวิตแบบปล่อยตัว และแสวงหาความสะดวกสบายใส่ตน
เราอาจปฏิเสธการให้อภัย ด้วยการจดจำความผิด เคียดแค้น และจองเวร
หรือร้ายไปกว่านั้น บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า น้ำใจ-รับใช้-รัก นั้นมีความหมายอะไร !

 

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help