อาทิตย์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

อาทิตย์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา


ข่าวดี    มาระโก 6:30-34
(30)บรรดาอัครสาวกกลับมาเฝ้าพระเยซูเจ้าและทูลรายงานให้ทรงทราบถึงทุกสิ่งที่เขาได้ทำและได้สอน  (31)พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงมาพักผ่อนกับเราตามลำพังในที่สงัดระยะหนึ่งเถิด” เพราะมีคนไปมาจนเขาไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะกินอาหาร  (32)พระเยซูเจ้าจึงทรงลงเรือไปยังที่สงัดพร้อมกับบรรดาอัครสาวก  (33)ประชาชนหลายคนเห็นพระเยซูเจ้ากับบรรดาอัครสาวกแล่นเรือออกไป ก็คาดคะเนได้ว่า  พระองค์จะทรงไปที่ใด จึงรีบเดินเท้าออกจากเมืองต่าง ๆ ไปที่นั่นและไปถึงก่อน  (34)เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือ ทรงแลเห็นประชาชนมากมายก็ทรงสงสาร เพราะเขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง พระองค์จึงทรงเริ่มสั่งสอนเขาหลายเรื่อง

*****************************


พระวรสารของวันอาทิตย์ที่แล้ว เล่าเรื่องพระเยซูเจ้าส่งอัครสาวกทั้งสิบสององค์ออกไปประกาศข่าวดีเรื่องการกลับใจ และเรื่องความรักของพระเจ้า โดยทรงกำชับให้ทุกคนดำเนินชีวิตเรียบง่าย เปี่ยมด้วยความวางใจ และมีใจกว้างต่อผู้อื่นอย่างถึงที่สุด
วันนี้ “บรรดาอัครสาวกกลับมาเฝ้าพระเยซูเจ้า และทูลรายงานให้ทรงทราบถึงทุกสิ่งที่เขาได้ทำและได้สอน” (ข้อ 30)
พร้อม ๆ กับการกลับมาของพวกอัครสาวกก็คือประชาชนจำนวนมากมายที่ประสบปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ จนว่าพวกเขาไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะกินอาหาร (ข้อ 31)
พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงมาพักผ่อนกับเราตามลำพังในที่สงัดระยะหนึ่งเถิด” (ข้อ 31)
วาจานี้ต้องถือว่าเป็น “วงจรชีวิตของคริสตชน” โดยแท้ !

ลักษณะของวงจรนี้คือ การปลีกตัวจากฝูงชนมาอยู่ต่อหน้าพระเจ้า และกลับไปทำงานท่ามกลางฝูงชนหลังจากพบพระเจ้าแล้ว
วงจรชีวิตคริสตชนต้องหมุนเวียนเช่นนี้เรื่อยไปไม่มีวันจบสิ้น เหมือนวงจรของ “การนอน” และ “การทำงาน”
เราไม่มีทางทำงานได้เลยหากเราไม่มีเวลาสำหรับนอนหลับพักผ่อน  และเราไม่มีทางนอนหลับพักผ่อนได้ หากเราไม่ทำงานจนเหน็ดเหนื่อย !
ใน “วงจรชีวิตของคริสตชน”  มีอันตรายอยู่ 2 ประการที่เราต้องเฝ้าระวังมากเป็นพิเศษ นั่นคือ
1.    มุ่งงานเกินไป  ไม่มีใครทำงานได้โดยไม่พักผ่อนฉันใด ก็ไม่มีผู้ใดสามารถเจริญชีวิตคริสตชนได้โดยไม่มีพระคริสตเจ้าฉันนั้น
ดูเหมือนปัญหาใหญ่ของเราเกือบทุกคนคือ เราไม่เปิดโอกาสให้พระเจ้าตรัสกับเรา  และเราไม่ให้เวลาพระองค์สำหรับเพิ่มเรี่ยวแรงและพละกำลังแก่เรา
พูดง่าย ๆ คือ เราไม่ยอมให้พระองค์ “ชาร์จแบต” ในตัวเรา !
เราจะทำงานของพระเจ้าได้อย่างไร หากปราศจากพละกำลังจากพระเจ้า ? เราจะแบกภาระหนักไว้บนบ่าของเราได้อย่างไร หากปราศจากความช่วยเหลือจากพระองค์ ?
และเราจะรับพละกำลังและความช่วยเหลือจากพระเจ้าได้อย่างไร หากเราหมกมุ่นอยู่กับงานมากเกินไปจนไม่มีเวลาเงียบสงบต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ ?
2.    สนใจงานน้อยเกินไป  นี่ก็อันตรายมากเหมือนกัน หากเราศรัทธาต่อพระเจ้าและอุทิศเวลาทั้งหมดแด่พระองค์จนไม่มีเวลาเหลือสำหรับทำงานเพื่อพระองค์เลย
อย่าลืมว่า คำภาวนาที่ปราศจากกิจการคือคำภาวนาที่ตายแล้ว (Prayer without deeds is dead.) !
เราสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าไม่ใช่เพื่อเลี่ยงการคบหาสมาคมกับเพื่อนมนุษย์ แต่เพื่อทำให้เราเหมาะสมและมีพละกำลังมากขึ้นที่จะทำงานเพื่อพวกเขา
เพราะวงจงชีวิตของเราคือการพบปะพระเจ้าในที่เงียบสงัด และรับใช้เพื่อนมนุษย์ในที่เปิดเผย !

เพื่อจะแสวงหาสถานที่เงียบสงัด “พระเยซูเจ้าจึงทรงลงเรือไปพร้อมกับบรรดาอัครสาวก” (ข้อ 32) โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ฟากตะวันออกของทะเลสาบกาลิลี
จากจุดที่พระองค์เสด็จลงเรือจนถึงอีกฟากหนึ่งของทะเลสาบมีระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร  แม้ว่าการเดินเท้าเลียบชายฝั่งไปทางเหนือของทะเลสาบจะมีระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตรซึ่งไกลกว่าการเดินทางโดยเรือมาก  แต่กรณีที่เกิดลมพัดแรงจัดหรือพัดสวนทาง ผู้ที่เดินทางเท้ามักจะมาถึงจุดหมายปลายทางก่อนผู้ที่มาทางเรือ
และนี่คือสิ่งที่บังเอิญเกิดขึ้นจริง เพราะ “เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือ ทรงแลเห็นประชาชนมากมาย” (ข้อ 34)
เท่ากับว่าความหวังที่จะได้พบกับความเงียบสงัดและการพักผ่อนเป็นอันต้องหลุดลอยไปอีกครั้ง !
หากความเป็นส่วนตัวของเราถูกรบกวนเช่นนี้ พวกเราหลายคนคงรู้สึกไม่พอใจมาก ที่ผ่านมามีบางคนโกรธจัดจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่และแสดงอากัปกิริยาไม่สุภาพต่อนักข่าว หรือบางคนถึงกับต้องขอศาลเป็นที่พึ่งก็เคยปรากฏเป็นข่าวมาแล้ว
แต่พระเยซูเจ้า “ทรงสงสาร เพราะเขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง” (ข้อ 34)
จะเกิดอะไรขึ้นหากฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง ???
1.    แกะไม่รู้จักทาง  แค่ยืนอยู่ตามลำพังตรงสี่แยกที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เราก็คงงงเป็นไก่ตาแตกไปแล้ว  แต่ชีวิตของเรามีความสลับซับซ้อนมากกว่าสี่แยกมากมายเหลือคณานับ
หากเรามีพระเยซูเจ้าคอยนำทางชีวิต และเราดำเนินชีวิตตามหนทางนั้น เราจะไม่มีวันงงหรือหลงทางเลย !
2.    แกะไม่มีทุ่งหญ้าและอาหาร  มนุษย์ทุกคนต้องการอาหารเพื่อยังชีพ จะได้มีพลังเพื่อดำเนินชีวิต อีกทั้งมีแรงบันดาลใจที่จะก้าวออกจากตัวเอง และไปให้ไกลจากตัวเองมากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพื่อบรรลุความยิ่งใหญ่สูงสุดที่ได้อุทิศตนเพื่อมวลมนุษยชาติ
หากเราแสวงหาอาหาร พละกำลัง และแรงบันดาลใจจากโลกนี้  สติปัญญาของเราจะไม่มีวันพึงพอใจ จิตใจของเราจะไม่มีวันสงบ และวิญญาณของเราจะไม่มีวันอิ่มหนำ
เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราไม่สามารถแสวงหาได้จากที่อื่น นอกจากพระเยซูเจ้า ผู้ทรงเป็นปังทรงชีวิต เท่านั้น
3.    แกะไม่มีผู้ปกป้อง  หากขาดผู้เลี้ยงแกะ แกะไม่มีทางป้องกันตัวเองจากภยันตรายหรือการคุกคามต่าง ๆ ได้เลย ไม่ว่าจะจากโจร จากขโมย หรือจากสัตว์ป่าก็ตาม
ประสบการณ์ชีวิตพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่มีใครสามารถดำเนินชีวิตได้ตามลำพัง !
ใครจะช่วยแนะนำเรา ปกป้องเรา เป็นกำลังใจให้เราผ่านการทดสอบและความเลวร้ายต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของเรา ?
มีเพียงพระเยซูเจ้าเท่านั้นที่เป็น “คู่ชีวิต” ที่สามารถนำพาเราฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย

ในเมื่อพระเยซูเจ้าไม่เคยเหนื่อยหน่ายที่จะช่วยเหลือเรา เมื่อใดเราจะเริ่มหมุนวงจรชีวิตคริสตชนสักที ?!

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help