Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2015 สัปดาห์ที่สองเทศกาลปัสกา

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

ยน 6:16-21…
16เมื่อถึงเวลาเย็น บรรดาศิษย์ต่างลงไปยังทะเลสาบ 17และลงเรือข้ามฟากไปทางเมืองคาเปอรนาอุม ขณะนั้นมืดแล้ว พระเยซูเจ้าก็ยังไม่เสด็จมากับเขา 18ทะเลปั่นป่วนเพราะลมพัดจัด 19บรรดาศิษย์กรรเชียงเรือไปได้ราวสี่หรือห้ากิโลเมตร เห็นพระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินบนทะเล เข้ามาใกล้เรือ ก็ตกใจกลัว 20แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “เป็นเราเอง อย่ากลัวเลย” 21บรรดาศิษย์รับพระองค์ลงเรือด้วยความเต็มใจ ทันใดนั้นเรือก็ถึงฝั่งที่เขามุ่งจะไป


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• หลังจากทรงเลี้ยงประชาชนห้าพันคนในที่เปลี่ยวด้วยการทวีขนมปัง.. พระสารเล่าเรื่องต่อเรื่องการที่บรรดาศิษย์ลงเรือข้ามทะเลสาบแต่พระเยซูเจ้ายังไม่ได้ไปกับพวกเขา พระวาจาที่เราอ่านวันนี้สั้นๆ แต่อย่างที่พ่อเคยกล่าวถึงเสมอว่า พระวรสารนักบุญยอห์นเป็นพระวรสารที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายและสิ่งแฝงไว้ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งมากๆ พระวรสารตอนสั้นๆนี้มีความหมายมากครับ พ่อจะถอดความตีความและนำเสนอข้อคิดให้ต่อไปนะครับ... การที่พระเยซูเจ้าทรงเดินบนน้ำไปหาบรรดาศิษย์... พ่อนำเสนอดังนี้ครับ

• “เมื่อถึงเวลาเย็น บรรดาศิษย์ต่างลงไปยังทะเลสาบ และลงเรือข้ามฟากไปทางเมืองคาเปอรนาอุม ขณะนั้นมืดแล้ว พระเยซูเจ้าก็ยังไม่เสด็จมากับเขา”
o ข้อ 16-17 นี้ ทำให้เราเห็นว่า การเลี้ยงประชาชนห้าพันคนนั้นจบในยามเย็น แสดงว่าพระองค์ทรงสอนบรรดาศิษย์และทรงเลี้ยงประชาชนจนถึงเวลาเย็น..
o บรรดาศิษย์ลงไปยังทะเลสาบ... บริเวณรอบทะเลสาบคือภูเขาโดยรอบ ถ้าเราไปอิสราเอล ณ วันนี้ เราก็เห็นจริงๆเช่นนั้น บรรดาศิษย์คงจะอยู่กับพระองค์บนภูเขา การเทศนาและการเลี้ยงบรรดาประชาชนจบลงแล้ว พวกเขาลงเรือข้ามทะเลสาบไป พระคัมภีร์บันทึกว่า...
o “ขณะนั้นมืดแล้ว” พระวรสารนักบุญยอห์นนำเสนอ “ความมืด” คือ การขาดพระคริสตเจ้า คือ การขาดแสงสว่าง ไม่มีพระเยซูเจ้าอยู่กับพวกเขา เหมือนกับว่า พวกเขากำลังออกเดินทางไปในความมืด...
o เรื่องนี้สะท้อนการเดินออกจากอียิปต์ของประชาการของพระเจ้าสมัยโมเสส... จำได้ไหม พวกเขากินขนมปังในคืนนั้น และออกเดินทางไป เพื่อข้ามทะเลแดง... นี่ก็เช่นกัน ประชาชนได้กินขนมปังจากพระองค์ และบัดนี้บรรดาศิษย์ได้ออกเดินทาง ข้ามทะเลสาบกาลลิลี
o พ่อได้เห็นความหมายของการออกเดินทางในความมืด ถ้าชีวิตไม่มีพระเยซูเจ้าไปด้วย พ่อชอบพระวาจาตอนนี้มากๆ พ่อเห็นว่า ชีวิตของศิษย์ ถ้าไม่มีพระเยซูเจ้าเหมือนกับการออกเดินทางในความมืดจริงๆครับ.. พ่ออยากบอกว่า ชีวิตเราต้องดำเนินไปกับพระองค์ มีพระองค์ประทับอยู่เสมอ.. แต่บางทีชีวิตของเราก็ห่างจากพระองค์ ชีวิตเราออกเดินทางในความมืดเช่นกัน... ไม่ว่ายามความมืดใดของชีวิตที่เราเดินอยู่ ส่วนตัวพ่อเองและพี่น้องที่รักของพ่อ พ่อเชื่อว่า พระคัมภีร์กำลังสอนเราให้ออกเดินทางด้วยความมั่นใจว่า ถ้าเรามีพระองค์เราจะไม่มีวันเดินในความมืดมน หรือถ้าเราต้องเดินในกระแสโลกที่มืดมน เราจะสามารถผ่านไปได้อย่างแน่นอน...

• “ทะเลปั่นป่วนเพราะลมพัดจัด” ข้อที่ 18 ในบทที่ 6 นี้สั้นมากๆ เพียงประโยคเดียว คือ “ทะเลปันป่วนเพราะลมพัดจัด”
o พ่อเห็นความหมายและอยากชวนให้พี่น้องเห็นข้อที่ 18 นี้ครับ...
o ชีวิตที่ไม่มีพระเยซูอยู่ด้วย... “มืดค่ำ” และที่สำคัญ “ปั่นป่วนด้วยคลื่นลม”
o พี่น้องครับ... ยามมืดของชีวิต ชีวิตของเราถ้าขาดพระคริสตเจ้า.. พ่อชื่อว่าเรากำลังอยู่ในกระแสคลื่นที่ปั่นป่วน โดยเฉพาะในกระแสโลก ที่กำลังปั่นป่วนดังเช่นปัจจุบันที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ กระแสโลกีย์นิยม secularism ซึ่งรุนแรงกว่าทุกยุคทุกสมัยจริงๆ จนกล่าวได้ว่า ไม่ง่ายเลยที่จะฝ่าไป มันคือกระแสคลื่นที่แรงกว่าทะเลสาบกาลิลีที่เราแต่ละคน ชุมชนวัด พระศาสนจักรกำลังเผชิญอยู่อย่างหนักหน่วง กระแสแห่งความโหดร้ายและทำลายด้วยกระแส “Current” ไม่ว่าจะเป็นกระแสวัตถุนิยม บริโภคนิยม ปัจเจกนิยม ทุนนิยมที่บ่อยครั้งถูกเรียกว่า (ทุนนิยมสามานย์) ไม่ง่ายเลยนะครับ..
o ดูเหมือนว่าโลกของเรา พระศาสนจักรของเรา กำลังเผชิญอยู่กับกระแสเช่นกัน... และกระแสที่รุนแรงและนำความมืดมน เราก็รู้ว่า มีกระแสทั้งจากภายในและภายนอก... บางทีกระแสจากภายนอกที่ถาโถมก็พอไหว.. แต่ถ้ากระแสต้านเรามาจากภายใน...(ภายในพวกเรากันเอง “สงครามระหว่างเรา” (พระสันตะปาปาฟรังซิส Evangelii Gaudium) พ่อคิดว่า กระแสรุนแรงแบบนี้ยิ่งยากที่จะเผชิญ เพราะมันคือ “คลื่นใต้น้ำ” ที่เราเผชิญอยู่เสมอโดยไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวแต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้)
o กระแสปัจจุบันนี้ปั่นป่วนมาก และพ่ออยากให้พระวรสารตอนสั้นๆที่มีค่ามากนี้ชี้ให้เราได้เห็นกระแสที่เรากำลังเผชิญอยู่นะครับ

• “บรรดาศิษย์กรรเชียงเรือไปได้ราวสี่หรือห้ากิโลเมตร เห็นพระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินบนทะเล เข้ามาใกล้เรือ ก็ตกใจกลัว”
o พระวรสารเล่มอื่นๆ ยืนยันว่า บรรดาศิษย์กำลังกรรเชียงเรืออย่างหนัก บางตอนบอกว่า พระองค์บรรทมหลับอยู่และพวกเขาคิดว่าพวกเขากำลังจะตายกับกระแสคลื่นลมนั้นอยู่แล้ว...
o พี่น้องครับ.. บรรดาศิษย์กรรเชียงเรือไปได้ราวสี่หรือห้ากิโลเมตร ยามค่ำ และยามที่คลื่นลมปั่นป่วนมาก... และยามที่พวกเขายังไม่มีพระเยซูเจ้าอยู่ในเรือกับพวกตน
o พ่อยิ่งเห็นชัดว่า ยามขาดพระเยซูเจ้าอยู่ด้วย กระแสที่ต้องต่อสู้และเผชิญนั้นรุนแรงจริงๆ ชวนพ่อเองให้คิดถึงคำสอนของพระสันตะปาปาฟรังซิสต่อไปว่า “พอเถอะสงคราม หรือการเมืองในระหว่างเรา... และเราจะไปประกาศข่าวดีกับใครถ้าในหมู่เราเป็นเช่นนี้” (เทียบ EG 100)
o พ่อคิดว่าจริงในหลายประการและเราต้องเรียนรู้จากพระวรสารตอนนี้จริงๆครับ... การที่เกิดปัญหา คลื่นลม ความขัดแย้ง ขัดสู้ ทะเลาะเบาะแว้ง โต้ทวนกระแสกัน หรือเกลียดชังกัน ในหมู่พวกเรา แม้แต่ในระดับครอบครัว... (ครอบครัวคาทอลิกหลายครั้งก็รุนแรงต่อกัน ทะเลาะกันใหม่หมู่พี่น้องวงศาคณาญาติ ไม่ง่ายเลยนะครับ แตกแยกกัน...หรือชุมชนวัดของเรา... ครอบครัวนักบวช ครอบครัวพระสงฆ์เอง...บางทีก็เอากับเขาด้วย หนักด้วย...)
o กระแสที่เราโต้อยู่ จนครอบครัว พระศาสนจักร นาวาของนักบุญเปโตรไปไม่ถึงไหน แม้แต่ชาติประเทศเราก็เหมือนกัน.. ที่เราเรียกว่า “รัฐนาวา” ก็ไปไม่ถึงไหน ป่วนกันจนเราแทนจะไปได้ไกลเป็นเสื้อตัวที่ห้าแห่งเอเชีย กลับกลายเป็นแมวขี้โรคน่าสงสาร ถอยหลังจนกำลังล้ารั้งท้ายเอเชียแล้ว... เพราะอะไร ถ้าไม่ใช่ความแตกแยกกันเองด้วยกระแสภายในกันเอง คลื่นใต้น้ำของพวกเรา ชาติเรา พระศาสนจักรเราด้วย...
o บรรดาศิษย์โดนกระแสคลื่นลม เพราะ “พระเยซูเจ้ายังไม่ได้อยู่กับพวกเขา” พี่น้องที่รัก ไตร่ตรองดีๆ เวลาที่เราอาจขัดแย้งทำร้ายกัน โกรธกันทะเลาะกัน คริสตชนด้วยกัน.. คนของพระเจ้าด้วยกันชุดนักบวชพระสงฆ์ด้วยกันแต่สร้างคลื่นลมเข้าใส่กัน และก็เข้าวัดสวดภาวนาด้วยกัน... พ่อคิดว่า “พระเยซูเจ้าไม่ได้ประทับอยู่ในเรื่อชีวิตของเราจริงๆ อาจเป็นเพียงไตเติ้ลหรือนามชื่อ ตรายาง หรือทะเบียนศีลล้างบาป ทะเบียนวัด หรือสมุดครอบครัวคริสตชนเท่านั้น” แต่อันที่จริง เราไม่ได้เปิดใจให้พระองค์อยู่กับเรา... ชีวิตของเราจึงเดินในความมืด ยามค่ำของชีวิต และยามกระแสพายุทั้งจากภายนอกและภายใน...
o พระเยซูเจ้าเสด็จมาแล้ว เดินมาบนน้ำ มาหาเรา และเป็นพระองค์ที่เสด็จมาหาเรา มาหาเรือของเรา อย่าปฏิเสธพระองค์ และไม่ต้องกลัว ไม่ต้องคิดว่าเป็นผีด้วย พระองค์ทรงอำนาจ และทรงเป็นพระเจ้า

• “แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “เป็นเราเอง อย่ากลัวเลย” บรรดาศิษย์รับพระองค์ลงเรือด้วยความเต็มใจ ทันใดนั้นเรือก็ถึงฝั่งที่เขามุ่งจะไป”
o เราเห็นในข้อที่ 20-21 เป็นพระองค์ที่ตรัส “เป็นเราเอง” คำนี้แรงพอ สำคัญที่สุด “I AM” และถ้าเรากลับไปดูความหมายของพลังของพระยาห์เวห์ในการอพยพ ในการข้ามทะเลแดงของชาวอิสราเอล... พระเจ้าเป็น “ผู้เป็น” (I AM) พระองค์สามารถนำพาพวกเข้าข้ามทะเลแดงบนดินแห้งได้เลย ไม่มีปัญหา...
o ในพระวรสาร ในท่ามกลางความปั่นป่วนของคลื่นลม พระเยซูเจ้าตรัส “เป็นเราเอง” (I AM) “อย่ากลัวเลย” ถ้ามีพระองค์ ไม่ต้องกลัวอะไรเลยครับ... พ่อมั่นใจและอยากให้พี่น้องมั่นใจว่าเรายังมีพระองค์เสมอ พระองค์อยู่กับเราเสมอ ไม่ต้องกลัว...
o ภาพสวยงามมากต่อไปนี้ ดูดีๆ อ่านดีๆ พิจารณาดีๆ...
o “บรรดาศิษย์รับพระองค์ลงเรือด้วยความเต็มใจ ทันใดนั้นเรือก็ถึงฝั่งที่เขามุ่งจะไป” สวยมากครับ เมื่อพระองค์ลงมาในเรือด้วยความเต็มใจของบรรดาศิษย์ที่ต้องรับพระองค์.. ทันใดเรือก็ถึงฝั่งที่เขามุ่งจะไป...
o สุดยอดมากครับ... พี่น้องครับ... เรือของเรา ชีวิตของเรา พระศาสนจักรของเรา จะถึงฝั่งปลอดภัยแน่นอนถ้ามีพระองค์... พระวรสารอีกตอนบอกว่า “เมื่อพระองค์ลงมาในเรือ ลมก็สงบ เรือก็ถึงฝั่ง” ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ถ้าพระองค์ลงมาในเรืออยู่กับพวกเรา พวกเราจะไม่ต้องเผชิญกับคลื่นลมพายุ หรือไม่ต้องสร้างพายุหรือกระแสโถมเข้าใส่กันเองจนแทบอับปางแน่ๆ

• พี่น้องที่รักครับ... พระวาจาตอนนี้ทำให้เราไม่กลัวอะไรอีกครับ.. ขอเพียงมีพระองค์ประทับกับเรา.. ขอเพียงมีพระเยซูสถิตในชีวิตของเรา ในครอบครัวของเรา ในพระศาสนจักร ในชุมชนวัด ในคณะสงฆ์นักบวชจริงๆ

o แต่ไม่ง่ายครับ...พ่อทราบดี เรามีพระเยซู เราอยากมีที่สุด แต่กระแสโลก และเจ้าแห่งความมืด กระแสโลก กระแสโลภ ก็เสนอตัวและหยิบยื่นความแตกแยกให้กับพระศาสนจักรและสังคมเสมอเช่นกัน...

o พ่อรู้ว่าเราต้องโต้กระแสต่อไปครับ.. และที่สำคัญ เพื่อผ่านไปได้ เราต้องทำแบบบรรดาศิษย์คือ ต้อนรับพระองค์ เชิญพระองค์ให้เสด็จลงมาในเรือแห่งชีวิตของเรา ให้ทรงเสด็จลงมาประทับกับเรา แล้วเราจะสามารถถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัยแน่นอน

o ขอให้เราตอนรับพระองค์นะครับ... ต้อนรับกันและกัน อย่าปฏิเสธกันเองเลย พ่อเถอะครับสงครามและการเมืองในวัด ในครอบครัว ในพระศาสนจักร ในหมู่คณะ เหนื่อยเปล่าครับ เหมือนหยิกเล็บเจ็บเนื้อเปล่าๆ.. ถ้าพระเจ้าองค์ความรักประทับกับเรา ในเรือชีวิตของเรา พวกเราจะสงบและถึงฝั่งอย่างมีความสุขได้ครับ... “ต้อนพระเยซูทุกวันในพระวาจา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการอธิษฐานภาวนา” นะครับ...

o ขอพระเจ้าสถิตกับmทุกท่าน และกับพ่อด้วยนะครับ...

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help