Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา ปี A

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

ข้อคิดข้อรำพึง

อาทิตย์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา ปี A

การสุมความโกรธไว้

 

 อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกาคนที่ 16 ได้รับเลือกเข้ามาในตำแหน่งในช่วงต่อต้านการมีทาส ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งก่อนจะเกิดสงครามกลางเมือง (Civil War) ในปี 1863 ลินคอล์นออกคำประกาศให้บรรดาทาสที่อยู่ทางใต้เป็นอิสระ และในอีก 2 ปีต่อมาได้ห้ามการมีทาสทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา ลินคอล์นได้ต่อต้านการเป็นทาสในทุกๆรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่การที่คนเรายอมเป็นทาสความโกรธแค้นและความขุ่นเคืองของตนเอง

 เลขานุการด้านสงครามของลินคอล์น ชื่อ เอ็ดวิน สแตนตัน (Edwin Stanton) ได้รับความลำบากใจกับนายพลคนหนึ่ง ซึ่งกล่าวหาเขาด้วยถ้อยคำหยาบคายว่าเป็นคนขี้ประจบ สแตนตันบ่นเรื่องนี้กับลินคอล์น ท่านแนะนำให้เขียนจดหมายถึงนายพลคนนั้นด้วยถ้อยคำที่บาดใจ สแตนตันทำตามทันที และนำมาให้ประธานาธิบดีดูว่าใช้คำรุนแรงแค่ไหน ท่านปรบมือให้กับถ้อยคำภาษาที่ทรงพลัง พร้อมทั้งถามว่า "แล้วคุณจะทำอะไรต่อไป" สแตนตันแปลกใจเล็กน้อยกับคำถามนั้น จึงตอบไปทันทีว่า "ส่งไปให้เขาสิครับ" ลินคอล์นสั่นศีรษะแล้วพูดว่า "คุณไม่ต้องส่งจดหมายนั้นไปหรอก ทิ้งมันลงบนเตาเผานั่นแหละ นี่คือสิ่งที่ฉันทำในเวลาโกรธ ฉันจะเขียนระบายลงไปในจดหมาย  แม้มันเป็นจดหมายที่ดีก็จริง ให้ถือว่าคุณมีเวลาที่ดีในการได้เขียนมันและก็รู้สึกดีขึ้น แล้วนั้น ก็จงเผามันทิ้ง และเขียนอันอื่นแทน"

 ลินคอล์นอาจจะทำตามคำแนะนำของพระวาจาของพระเจ้าในบทอ่านที่ 1 ของวันอาทิตย์นี้ ที่เน้นถึงเรื่องการสุมความแค้นไว้ว่าดังนี้

 "ถ้าผู้ใดสุมความโกรธต่อผู้อื่นไว้

 เขาจะขอให้องค์พระผู้เจ้าเจ้าทรงรักษาเขาให้หายได้อย่างไร

 ถ้าเขาไม่มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

 เขาจะกล้าอธิษฐานภาวนาขออภัยบาปของตนได้อย่างไร"

 การสุมความโกรธไว้ หรือการเพิ่มไฟแค้นไว้จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของตัวเราเอง จริงๆแล้วถึงตายเลยทีเดียว เพราะมันทำให้เราพิกลพิการและขาดเกราะกำบังเมื่อเราต้องการให้บาปของเราได้รับการอภัยนั่นเอง

 

การให้อภัยอย่างไม่มีขีดจำกัด

 พระวรสารของนักบุญมัทธิววันนี้ยังพูดต่อเนื่องในเรื่องความสัมพันธ์ของคริสตชน เน้นถึงความจำเป็นของการให้อภัยระหว่างสมาชิกของประชาคม นักบุญเปโตรถามพระเยซูเจ้าว่า เราต้องยกโทษให้พี่น้องที่ทำผิดต่อเรากี่ครั้ง แล้วก็ชิงตอบเองด้วยคำถามว่า "ถึง 7 ครั้งไหม" ตามธรรมประเพณียิวสอนกันมาว่าพระเจ้าทรงให้อภัย 3 ครั้ง และจะทรงลงโทษครั้งที่ 4 (นำความคิดนี้มาจากหนังสือประกาศกอามอส 1 : 3.6.9.11.13; 2 : 1.4.6.) ไม่เชื่อกันว่าคนที่ถูกทำร้ายจะสามารถมีคุณธรรมสูงไปกว่าพระเจ้าได้ ดังนั้น การให้อภัยจึงถูกจำกัดอยู่แค่ 3 ครั้ง ถ้าดูตามมาตรฐานนั้นสิ่งที่นักบุญเปโตรเสนอไปถือว่าใจดีมากที่สุดแล้ว แต่สำหรับพระเยซูเจ้าเพียงเท่านี้ยังไม่พอ พระองค์ทรงตอบโดยให้คำตอบกลับกันกับเรื่องการแก้แค้นที่เคยเขียนไว้ในพันธสัญญาเดิม กล่าวคือ "ถ้ากาอินจะถูกแก้แค้นเป็นเจ็ดเท่า ลาเมคจะถูกแก้แค้นเป็นเจ็ดสิบเท่า" (ปฐก 4 : 24) เพียงเพราะว่าในยุคเก่าก่อนความเกลียดชังและการแก้แค้นเป็นเรื่องไม่มีข้อจำกัด ดังนั้น สำหรับคริสตชนก็ต้องไม่มีข้อจำกัดเรื่องความเมตตากรุณา และการให้อภัย

 

 อุปมาเรื่องลูกหนี้ไร้เมตตาทรงมีจุดประสงค์เพื่อเน้นถึงความจำเป็นในการรู้จักให้อภัย เมื่อกษัตริย์ทรงประสงค์จะตรวจบัญชีหนี้สินของผู้รับใช้คนหนึ่ง ปรากฏว่าเขาเป็นหนี้อยู่พันล้านบาท จำนวนที่มากเช่นนี้เป็นการขยายความให้เยอะเข้าไว้ เพื่อจะเทียบให้เห็นความแตกต่างอย่างตรงกันข้ามกับจำนวนน้อยนิดที่เขานั้นได้เป็นเจ้าหนี้คนๆหนึ่ง เมื่อกษัตริย์สั่งให้ขายทั้งตัวเขา บุตรภรรยา และทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อใช้หนี้ เขาวิงวอนขอผัดผ่อนเงื่อนของเวลา กษัตริย์ทรงสงสารจึงปล่อยเขาไปและยกหนี้ให้ แต่ชายคนนี้กลับลืมบทเรียนที่ชีวิตเขาผ่านประสบการณ์นี้มา เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนที่เป็นหนี้เขาผัดหนี้ไว้ก่อน และให้นำไปขังคุกไว้ เมื่อมีรายงานเรื่องความแล้งน้ำใจของชายผู้นี้ไปถึงกษัตริย์ สิ่งที่เขาเคยได้รับก็ถูกเรียกกลับคืน และเขาต้องไปทนทรมานจนกว่าจะชำระหนี้จนหมดสิ้น

 

จงจดจำไว้ถึงเรื่องของการให้อภัย

 มากกว่านั้น ลูกหนี้ไร้เมตตาคนนั้นถูกประณาม เพราะเขาสูญเสียความจดจำ การลืมบาปของเราเองจะทำให้เราขาดความเมตตาต่อผู้อื่น จงจำไว้ว่าพระเจ้าทรงกรุณามิลงโทษบาปผิดของเราอย่างไร จงให้สิ่งนั้นนำทางเราให้อภัยแก่คนอื่นอย่างนั้นด้วย ถ้าเราไม่จดจำพระเมตตาของพระเจ้าไว้ สุดท้ายเราอาจจะเป็นคนใจร้ายต่อคนอื่น นี่แหละที่ทำไมตอนเริ่มต้นพิธีมิสซาเราได้รับการเชิญชวนให้สำนึกถึงบาปของเรา เพราะเมื่อเราทำเช่นนี้แล้ว เราจะสามารถสวดบท "ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย" ได้เต็มที่ว่า "โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น"

 

 จุดประสงค์ที่ให้เราสำนึกว่าเป็นคนบาปไม่ใช่เพื่อทำให้เราเป็นอัมพาต แต่เพื่อเตือนใจว่าเราทุกคนต่างมีชีวิตในพระกรุณายิ่งใหญ่ของพระเจ้า  ผู้ทรงให้อภัยเรา

 

 สรุป : อุปมาเรื่องลูกหนี้ไร้เมตตา ซึ่งมีเขียนไว้แต่นักบุญมัทธิวผู้เดียวเท่านั้น แม้ไม่ใช่เป็นตัวอย่างของการให้อภัยก็จริง แต่ทำให้เราทราบเหตุผลมากกว่า ว่าทำไมเราจึงควรให้อภัย ดังนี้ :

 

 1) เราได้รับการให้อภัยมาก่อน

 

 2) เราได้รับการให้อภัยมากอย่างยิ่ง มากกว่าที่เราเคยให้อภัยไป

 

 3) ถ้าเราไม่รู้จักให้อภัย เราจะไม่ได้รับการอภัยด้วย

 

(เขียนโดย คุณพ่อวิชา  หิรัญญการ ลงวันที่ 13 กันยายน 2017 

Based on :  1) Seasons of the WORD โดย Denis McBride ;

  2) Sunday Seeds for Daily Deeds โดย Francis Gonsalves, S.J.)

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help