บทเทศน์บทรำพึง
สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา ปี A
หัวข้อ : เวลา (Time) พรสวรรค์ (Talents) และทรัพย์สมบัติ (Treasures)
นักไวโอลินผู้เป็นตำนานชาวอเมริกันนามว่า เยฮูดี เมนูฮิน (Yehudi Menuhin) เมื่ออายุแค่ 7 ขวบได้แสดงไวโอลิน คอนแชร์โตของเมนเดลส์โซห์น (Mendelssohn's Violin Concerto) ต่อหน้าสาธารณชนแล้ว และเมื่ออายุ 10 ขวบได้แสดงเดี่ยวไวโอลินที่ Royal Albert Hall ของกรุงลอนดอน ซึ่งปรากฎการณ์ครั้งนี้ทำให้อัลเบิร์ต ไอสไตน์ (Albert Einstein) ซึ่งมานั่งฟังอยู่ด้วยถึงกับกระซิบกับเด็กน้อยแสนมหัศจรรย์คนนี้ว่า "วันนี้ เธอได้พิสูจน์ให้ฉันเห็นว่ามีพระเป็นเจ้าสถิตในสวรรค์จริงๆ" เป็นความจริงที่ว่า เมื่อเราประสบเรื่องของพรสวรรค์ที่พัฒนาขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เรามักจะนึกไปถึงพระเป็นเจ้า เหมือนเป็นการชิมลางในสวรรค์ก่อนเวลา และพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ทำให้เราตระหนักว่าพระเป็นเจ้าทรงต้องการให้เราใช้พรสวรรค์หรือเงินตะลันต์ และทรัพย์สมบัติของเรา ให้เกิดผลก่อนที่เวลาจะจบสิ้นไป
นักบุญมัทธิวได้จัดวางอุปมาเรื่องเงินตะลันต์นี้ไว้ในบริบทของเวลาสุดท้าย ซึ่งจะเป็นบรรยากาศของความเร่งด่วนและมิได้คาดหวัง เงินตะลันต์หรือพรสวรรค์ไม่ได้เกิดจากความสามารถตามประสามนุษย์ แต่เป็นการมอบให้โดยผู้เป็นนาย ซึ่งวันหนึ่งจะกลับมาโดยไม่ต้องสงสัย แต่จะเป็นเมื่อไรนั้น ไม่มีใครรู้ สิ่งที่เป็นเนื้อหาก็คือผู้นั้นจะต้องนำไปใช้อย่างฉลาดหลักแหลมให้เกิดประโยชน์อย่างสมน้ำสมเนื้อ เพื่อจะรายงานสิ่งที่ไปทำให้เกิดผลขึ้นมาเมื่อนายนั้นกลับมา คำว่า "หลังจากนั้นอีกนาน นายจึงกลับมา" บ่งชี้ให้เห็นว่าเวลาสุดท้ายยังไม่มีการระบุอย่างแน่ชัด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงว่าจิ่มจวนจะถึงเวลาแล้ว
บรรดาผู้รับใช้ที่สมควรได้รับความไว้วางใจและซื่อสัตย์ คือพวกที่ยอมเสี่ยงและลงทุนลงแรงไป ในขณะที่คนที่ควรได้รับคำตำหนิกลับไปขุดหลุมและฝังเงินไว้ เขาไม่ยอมถอดรหัส "เครื่องหมายของกาลเวลา" คิดแต่ให้ปลอดภัยเท่านั้น เขากลัวการเสี่ยงและการเผชิญหน้ากับความท้าทาย ในความเกียจคร้านของเขาที่คิดเพียงจะมอบสิ่งที่ได้รับมาให้กลับคืนไปโดยไม่บุบสลาย ก็เท่ากับหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเอง เพราะอะไรก็ตามที่ไม่นำไปใช้ก็จะเสื่อมและตายไปโดยมิต้องสงสัย
อาจตีความอย่างอื่นได้อีกว่า ผู้รับใช้ที่ฝังเงินตะลันต์ไว้ใต้ดินหมายถึงพวกซัดดูสีและฟาริสี ซึ่งเป็นพวกที่เคร่งทางธรรมประเพณี พวกนี้มีทัศนคติแบบคงอยู่กับที่ หยุดนิ่งไม่พัฒนา เหมือนน้ำนิ่งที่เน่าเสีย ซึ่งจะขัดกับอุปมาเรื่องนี้ที่นำเสนอในคำศัพท์เทคนิคที่กล่าวถึงเรื่อง "การมอบให้" เช่นนายเรียกผู้รับใช้มา "มอบทรัพย์สินให้" (มธ. 25:4) คนที่ได้รับห้าตะลันต์นำกลับมา "มอบคืนให้" รวมทั้งที่ทำกำไรด้วย (ข้อ 20) เช่นเดียวกับคนที่ได้รับสองตะลันต์ก็นำมา "มอบคืนให้" ทั้งต้นและกำไรเช่นกัน (ข้อ 22) สรุปคือต้องนำสิ่งที่ได้รับมอบมา นำไปต่อยอดให้บังเกิดผล และนำกลับมา "มอบคืน" ไม่ใช่ "แช่แข็ง" ไว้เช่นนั้น ถ้าเป็นสมัยปัจจุบันนี้ อาจหมายถึง พวกสมณะที่แสวงหาความมั่นคงปลอดภัย หาทางหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมเดิมๆแค่ตัวอักษร โดยไม่ใส่ใจต่อจิตตารมณ์
ในบทอ่านที่สอง นักบุญเปาโลพูดถึง "วันเวลาที่กำหนด" ในบริบทถึงเรื่อง "วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า" ที่นี่ มีเนื้อหาหลักเรื่องของความไม่คาดคิดและความจำเป็นในการเตรียมพร้อมผุดขึ้นมา คำว่า "ขโมยที่มาตอนกลางคืน" และ "โดยฉับพลันเหมือนความเจ็บปวดของหญิงมีครรภ์" ให้ภาพพจน์เป็นรูปหมายที่เน้นถึงหัวข้อเวลาสุดท้ายของโลก
ในบทอ่านแรกและในบทสดุดีส่งเสริมเนื้อหาของกันและกัน โดยบทอ่านแรกอธิบายถึงคุณสมบัติของเหล่าภรรยาที่ต้องมี และบทสดุดีพูดถึงคุณธรรมของเหล่าสามี ทั้งสองฝ่ายต้องมีความยำเกรงในพระเจ้า และทั้งคู่ต้องทำงานหนัก โดยสิ่งนี้เองที่จะทำให้ครอบครัวมีความสุขและได้รับพระพร
ให้เราหันกลับมามองเรื่อง เวลา พรสวรรค์ และทรัพย์สมบัติจากมุมมองของพระเป็นเจ้า ในสามสิ่งนี้มีสิ่งไหนหรือไม่ที่พระองค์มิได้ประทานให้ พระองค์ทรงเป็นผู้สร้างตลอดกาล และทรงเป็นเจ้าของพรสวรรค์และทรัพย์สมบัติทั้งมวล ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า "อะไรที่เราเป็นคือของขวัญของพระเจ้าที่ทรงมอบให้แก่เรา ส่วนอะไรที่เราจะกลับกลายเป็นคือของขวัญของเราที่จะมอบถวายให้แด่พระเจ้า" จึงเป็นการบังควรมิใช่หรือที่เราจะพัฒนาให้พรสวรรค์ของเรา -ไม่ว่าเป็นส่วนบุคคลหรือเกี่ยวกับเงินทอง- นำไปใช้บริการสังคมมนุษย์อย่างไม่เห็นแก่ตัว และถือเป็นของขวัญมอบถวายคืนแด่พระเจ้า เพราะแท้จริงแล้ว เราเป็นแต่เพียงผู้ดูแลทรัพย์สิน และทุกๆสิ่งต้องส่ง "มอบคืนให้" เวลาที่นายกลับมา
นักเขียนนวนิยายชื่อ ซินแคลร์ ลูอิส (Sinclair Lewis) ครั้งหนึ่งถูกเหล่านักเรียนห้อมล้อมในการให้คำบรรยายเรื่องศิลปะของการเขียน พวกเขาพากันมาบอกว่ามีความปรารถนาลึกๆจะเป็นนักเขียน ลูอิสจึงเริ่มอภิปรายว่า "มีจำนวนมากเท่าไรในพวกเธอที่อยากเป็นนักเขียนจริงๆ" ทุกคนยกมือขึ้น ลูอิสกล่าวต่อว่า "ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ฉันไม่มีอะไรจะสอนหรือบอกพวกเธอ ฉันมีแค่คำแนะนำว่าจงกลับไปบ้าน และเขียน เขียน เขียน" (write, write, write) เราอาจเพิ่มด้วยคำว่า "จงฝึกปฏิบัติ จงฝึกปฏิบัติ จงฝึกปฏิบัติ" (practise, practise, practise) เพื่อให้ขีดขั้นความสมบูรณ์เพิ่มพูนและแผ่ซ่านเข้าไปในทุกๆพรสวรรค์หรือเงินตะลันต์ที่เราลงทุนไป โดยที่เราต้องเป็นผู้ลงมือทำด้วยตัวเอง แล้วนั้น เราอาจะจะได้ยินถ้อยคำนี้ "จงมาร่วมยินดีกับนายของเจ้าเถิด"
(เขียนโดย คุณพ่อวิชา หิรัญญการ ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2017
Based on : Sunday Seeds for Daily Deeds โดย Francis Gonsalves, S.J.)

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.