วันศุกร์สัปดาห์ที่ 1
บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมัทธิว (มธ 9:27-31)
ขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังเสด็จออกจากที่นั่น คนตาบอดสองคนตามพระองค์ไป ร้องตะโกนว่า “โอรสของกษัตริย์ดาวิด โปรดเมตตาเราเถิด” เมื่อเสด็จมาถึงบ้าน คนตาบอดเข้ามาเฝ้าพระองค์ พระเยซูเจ้าจึงตรัสถามว่า “ท่านเชื่อว่าเราทำเช่นนั้นได้หรือ” เขาทั้งสองคนตอบว่า “เชื่อ พระเจ้าข้า” พระองค์จึงทรงสัมผัสตาของเขา ตรัสว่า “จงเป็นไปตามที่ท่านเชื่อเถิด” แล้วตาของเขาทั้งสองคนก็เริ่มมองเห็น พระเยซูเจ้าทรงกำชับเขาอย่างเข้มงวดว่า “ระวัง อย่าบอกให้ใครรู้เรื่องนี้” แต่เมื่อทั้งสองคนออกไปก็ประกาศเรื่องของพระองค์ทั่วแคว้นนั้น
มธ 9:27-34 โอรสของกษัตริย์ดาวิด : ชื่อนี้แสดงความหมายถึงพระเมสสิยาห์อย่างหนักแน่น เสียงร้องจากชายตาบอดสองคนนี้กลายเป็นรากฐานของ การภาวนาต่อพระเยซูเจ้าที่ว่า “ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระบุตรของพระเจ้า โปรดทรงเมตตาต่อข้าพจ้าทั้งหลาย ผู้เป็นคนบาปด้วยเถิด” ถ้อยคำเหล่านี้อาจใช้ในการสวดภาวนาเพื่อแสดงถึงการสำนึกผิดในศีล ศักดิ์สิทธิ์แห่งการคืนดีหรือศีลอภัยบาปด้วย “แล้วตาของเขาทั้งสองคนก็เริ่มมองเห็น” ประโยคนี้ชี้ให้เห็นทั้งการรักษาฝ่ายกายของชายตาบอด และทั้งความสามารถในการมองเห็นแสงสว่างของพระคริสตเจ้าที่ทำให้พวกเขาติดตามพระองค์ “ระวัง อย่าบอกให้ใครรู้เรื่องนี้” น่าแปลกที่ พระคริสตเจ้าได้กำชับชายที่ได้รับการรักษาว่า อย่าบอกเรื่องที่เขาได้รับการรักษา โดยพระเมสสิยาห์นี้ให้ใครรู้ ดังที่เรียกกันว่า “ความลับของพระเมสสิยาห์” นี่อาจจะเป็นเพราะพระองค์ไม่ได้เป็นของโลกนี้ ไม่ได้เป็นพระเมสสิยาห์ทางการเมืองตามที่หลายคนคาดหวัง แต่พระองค์มาเพื่อปลดปล่อยประชากรของพระองค์ให้รอดพ้นจากบาปและปีศาจ การเปิดเผยตัวตนของพระองค์ในครั้งนี้ อาจก่อให้เกิดการต่อต้านเร็วเกินไปก่อนที่พันธกิจในโลกนี้ของพระองค์จะสำเร็จ
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก CCC ข้อ 439 ชาวยิวจำนวนมาก และแม้แต่ชนต่างชาติบางคนที่ร่วมความหวังของชาวยิว ยอมรับคุณลักษณะพื้นฐานของพระเมสสิยาห์ในองค์พระเยซูเจ้า คือการที่ทรงเป็น “พระโอรสของกษัตริย์ดาวิด” ที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับอิสราเอล36 พระเยซูเจ้าทรงยอมรับตำแหน่งพระเมสสิยาห์ตามสิทธิที่ทรงมี แต่ก็ยังคงสงวนท่าที เพราะผู้ร่วมสมัยของพระองค์หลายคนเข้าใจตำแหน่งนี้ตามความเข้าใจแบบมนุษย์มากเกินไป38 คือเข้าใจตามความหมายทางการเมืองโดยเฉพาะ
CCC ข้อ 2616 พระเยซูเจ้าทรงรับฟังการอธิษฐานภาวนาต่อพระองค์แล้วตั้งแต่ในเวลาที่ทรงเทศน์สอนประชาชนผ่านทางเครื่องหมายที่เกริ่นล่วงหน้าแล้วถึงอานุภาพของการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงฟังคำอธิษฐานภาวนาด้วยความเชื่อที่แสดงออกด้วยคำพูด (จากคนโรคเรื้อน จากไยรัส จากหญิงชาวคานาอัน จากโจรกลับใจ) หรือที่แสดงออกเงียบๆ (จากคนที่แบกคนอัมพาตเข้ามา83 จากหญิงตกเลือดที่มาสัมผัสฉลองพระองค์ด้วยนํ้าตาและเครื่องหอมของหญิงคนบาป) การพร่ำขอของคนตาบอดว่า “โอรสของกษัตริย์ดาวิดโปรดเมตตาเราเถิด” (มธ 9:27) หรือ “ข้าแต่พระเยซู โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด” (มก 10:47) ซึ่งจะถูกรับไว้ในธรรมประเพณีต่อมาที่เรียกว่า การอธิษฐานภาวนาต่อพระเยซูเจ้า คือวลีว่า “ข้าแต่พระเยซู ข้าแต่พระคริสตเจ้า ข้าแต่พระบุตรของพระเจ้า พระเจ้าข้า โปรดทรงพระเมตตาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด” พระเยซูเจ้าทรงตอบการอธิษฐานภาวนาที่อ้อนวอนพระองค์ด้วยความเชื่อเสมอ โดยทรงรักษาโรคหรือประทานอภัยบาป “จงไปเป็นสุขเถิดความเชื่อของลูกช่วยลูกให้รอดพ้นแล้ว”
CCC ข้อ 2700 พระเจ้าตรัสกับมนุษย์ทางพระวาจา (พระวจนาตถ์) ของพระองค์ การอธิษฐานภาวนาของเราเติบโตขึ้นด้วยถ้อยคำ ทั้งที่อยู่ในใจหรือที่เปล่งออกมาเป็นเสียง แต่ที่สำคัญที่สุดคือการที่ใจของเราอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ที่เรากราบทูลด้วยในการอธิษฐานภาวนาของเรา “การที่พระเจ้าทรงฟังเราไม่อยู่ที่ถ้อยคำจำนวนมาก แต่อยู่ที่ความตั้งใจ”
(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.