วันพุธ สัปดาห์ที่ 4
พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก (มก 6:1-6)
เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากที่นั่นกลับไปยังถิ่นกำเนิดของพระองค์ บรรดาศิษย์ติดตามไปด้วย ครั้นถึงวันสับบาโตพระองค์ทรงเริ่มสั่งสอนในศาลาธรรม ผู้ฟังมากมายต่างประหลาดใจ และพูดว่า “เขาเอาเรื่องทั้งหมดนี้มาจากไหน ปรีชาญาณที่เขาได้รับมานี้คืออะไร อะไรคืออัศจรรย์ที่สำเร็จด้วยมือของเขา คนนี้เป็นช่างไม้ ลูกนางมารีย์ เป็นพี่น้องของยากอบ โยเสท ยูดาและซีโมนไม่ใช่หรือ พี่สาวน้องสาวของเขาก็อยู่ที่นี่กับพวกเรามิใช่หรือ” คนเหล่านั้นรู้สึกสะดุดใจและไม่ยอมรับพระองค์ พระเยซูเจ้าตรัสแก่เขาว่า “ประกาศกย่อมไม่ถูกเหยียดหยามนอกจากในถิ่นกำเนิด ท่ามกลางวงศ์ญาติ และในบ้านของตน” พระองค์ทรงทำอัศจรรย์ที่นั่นไม่ได้ นอกจากทรงปกพระหัตถ์รักษาผู้เจ็บป่วยบางคนให้หายจากโรคภัย พระองค์ทรงแปลกพระทัยที่เขาเหล่านั้นไม่มีความเชื่อ
มก 6:1-6 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พระคริสตเจ้าทรงถูกปฏิเสธเมื่อพระองค์เสด็จกลับไปที่นาซาเร็ธ ผู้คนในเมืองต่างรู้จักพระองค์ว่าเป็นคนธรรมดาของเมืองนั้น ผู้มีอาชีพเป็นช่างไม้ และพวกเขายังไม่พร้อมที่จะยอมรับพระองค์ในฐานะอาจารย์หรือรับบี จนกระทั่งพระองค์ทรงเริ่มต้นพระภารกิจสาธารณะของพระองค์เมื่อพระชนมายุสามสิบปี พระคริสตเจ้าทรงดำเนินชีวิตแบบส่วนตัวและเรียบง่าย ซึ่งพระคัมภีร์ได้สรุปไว้โดยย่อ (เทียบ ลก 2:52) เราสามารถคาดเดาได้ว่าพระคริสตเจ้าทรงทำงานหนักในอาชีพของพระองค์ที่นาซาเร็ธในระหว่างช่วง “ ปีที่ซ่อนเร้น” ในชีวิตของพระองค์ ซึ่งเป็นการรับรองถึงคุณค่าของการแสวงหาความศักดิ์สิทธิ์ ผ่านทางการทำงานและเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเรา
CCC ข้อ 531 ตลอดเวลาส่วนใหญ่ในพระชนมชีพของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงดำเนินพระชนมชีพในสภาพแวดล้อมคล้ายกับมนุษย์ส่วนมาก ทรงทำงานที่ต้องออกแรงเหมือนคนทั่วไป ทรงอยู่ใต้ธรรมบัญญัติทางศาสนาของชาวยิว ทรงดำเนินพระชนมชีพในชุมชน ตลอดช่วงเวลานี้ พระวรสารบอกเราว่าพระเยซูเจ้าทรงเชื่อฟังบิดามารดา และ “ทรงเจริญขึ้นทั้งในพระปรีชาญาณ พระชนมายุและพระหรรษทานเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าและต่อหน้ามนุษย์” (ลก 2:52)
CCC ข้อ532 การที่พระเยซูเจ้าทรงเชื่อฟังพระมารดาและบิดาเลี้ยงของพระองค์เป็นการปฏิบัติตามพระบัญญัติประการที่สี่อย่างสมบูรณ์ และเป็นภาพในกาลเวลาของความเชื่อฟังอย่าง พระบุตรที่ทรงมีต่อพระบิดาในสวรรค์ของพระองค์ ความเชื่อฟังประจำวันที่ทรงมีต่อโยเซฟและพระนางมารีย์เป็นการบอกล่วงหน้าถึงการเชื่อฟังและเกริ่นถึงคำอธิษฐานภาวนาของพระองค์ในสวนเกทเสมนี “อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า.....” (ลก 22:42) การเชื่อฟังของพระคริสตเจ้าในชีวิตประจำวันแห่งพระชนมชีพซ่อนเร้นได้เริ่มงานปฏิรูปฟื้นฟูแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างที่ความไม่เชื่อฟังของอาดัมได้ทำลายล้างไปแล้วขึ้นใหม่
CCC ข้อ533 พระชนมชีพซ่อนเร้นที่เมืองนาซาเร็ธช่วยมนุษย์ทุกคนให้มีส่วนร่วมชีวิตกับพระคริสตเจ้าโดยเฉพาะด้วยการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างธรรมดา “บ้านนาซาเร็ธเป็นเหมือนโรงเรียนที่เราเริ่มรู้จักพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า – คือเป็นโรงเรียนแห่งพระวรสาร […] ก่อนอื่นใด โรงเรียนแห่งนี้สอน ความเงียบ ขอให้เรารู้จักคุณค่าของความเงียบซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นในชีวิต […] ที่นี่เรายังเรียนรู้วิธีการดำเนินชีวิต บ้านนาซาเร็ธสอนเราให้รู้ว่าครอบครัวคืออะไร สอนให้สมาชิกในครอบครัวรู้จักรักกัน รู้จักความงดงามที่หนักแน่นแท้จริง รวมทั้งคุณสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้ […] ที่นี่ในที่สุด เรายังเรียนรู้การทำงานและระเบียบวินัย บ้านนาซาเร็ธที่รัก บ้านของ “บุตรช่างไม้” ณ ที่นี้ข้าพเจ้าปรารถนาจะเข้าใจและเฉลิมฉลองกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้มนุษย์ต้องทำงาน กฎเกณฑ์นี้แม้จะเคร่งครัด แต่ก็นำความรอดพ้นมาให้โลก […] ณ ที่นี้ ในที่สุด ข้าพเจ้าต้องการแจ้งข่าวความรอดพ้นแก่ผู้ใช้แรงงานทั่วโลก และแสดงให้ทุกคนแลเห็นว่า พระเยซู พระเจ้าผู้เป็นพี่ชายของท่าน เป็นแบบฉบับยิ่งใหญ่ในการทำงาน”
CCC ข้อ534 การพบพระเยซูเจ้าในพระวิหาร เป็นเพียงเหตุการณ์เดียวที่ทำลายความเงียบของพระวรสารเกี่ยวกับช่วงเวลาพระชนมชีพซ่อนเร้นของพระเยซูเจ้า ในเรื่องนี้พระเยซูเจ้าทรงอนุญาตให้เราแลเห็นพระธรรมล้ำลึกของการที่ทรงเป็นพระบุตรพระเจ้าและทรงถวายพระองค์อย่างสมบูรณ์ต่อพันธกิจที่ทรงรับมาจากพระบิดา “พ่อแม่ไม่รู้หรือว่าลูกต้องอยู่ในบ้านของพระบิดาของลูก”โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์ “ไม่เข้าใจ” ที่พระองค์ตรัส แต่ก็ยอมรับพระวาจานี้ด้วยความเชื่อ และพระนางมารีย์ “ทรงเก็บเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ไว้ในพระทัย” ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่พระเยซูเจ้าทรงดำเนินพระชนมชีพซ่อนเร้นอย่างเงียบๆ ตามปรกติเหมือนคนทั่วไป
มก 6:3 คนนี้เป็นช่างไม้ไม่ใช่หรือ : นี่เป็นการอ้างอิงเดียวในพระวรสาร ที่กล่าวถึงอาชีพของพระคริสตเจ้า เป็นการช่วยตอกย้ำว่าพระองค์ทรงใช้ชีวิตธรรมดาที่เมืองนาซาเร็ธ ลูกนางมารีย์ : ไม่ชัดเจนว่า ณ ตอนนั้นโยเซฟได้เสียชีวิตไปแล้วหรือไม่ พี่น้อง : หมายถึงใครก็ได้ที่เป็นญาติผู้ชาย (เทียบ มธ 12: 46–50; มก 3: 31-35); ในอีกบริบทหนึ่งมีระบุว่ายากอบและโยเซฟเป็นบุตรชายของหญิงอีกคนหนึ่งที่ชื่อมารีย์ (เเทียบ มธ 13:55; 28: 1)
CCC ข้อ 500 บางครั้งมีผู้แย้งคำสอนนี้โดยอ้างว่าพระคัมภีร์กล่าวถึง “พี่น้องชายหญิง” ของพระเยซูเจ้า พระศาสนจักรเข้าใจเสมอมาว่าข้อความเหล่านี้มิได้หมายถึงบุตรคนอื่นของพระนางพรหมจารีมารีย์ จริงแล้ว ยากอบและโยเซฟ “พี่น้อง” ของพระเยซูเจ้า (มธ 13:55) นี้เป็นบุตรของมารีย์อีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นศิษย์ของพระคริสตเจ้า ซึ่งมัทธิวกล่าวถึงอย่างชัดเจนว่า “มารีย์อีกคนหนึ่ง” (มธ 28:1) ข้อความเหล่านี้จึงหมายถึงญาติใกล้ชิดตามสำนวนที่ใช้และรู้จักกันดีในพันธสัญญาเดิม
มก 6:5-6 การภาวนาที่เกิดผลเรียกร้องให้มีความเชื่อและความไว้วางใจในพระเจ้า บ่อยครั้งพระคริสตเจ้าทรงตำนิที่บรรดาอัครสาวกของพระองค์ขาดความเชื่อ ปกพระหัตถ์ : พระคริสตเจ้าทรงรักษาผู้คนโดยทรงสัมผัสเขาด้วยพระหัตถ์ของพระองค์อยู่บ่อยครั้ง การปกพระหัตถ์บ่งบอกถึงการทำงานของพระจิตเจ้า และยังคงเป็นเครื่องหมายอันทรงพลานุภาพที่ใช้ในพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ในปัจจุบัน
CCC ข้อ 699 “มือ” (หรือ “พระหัตถ์”) พระเยซูเจ้าทรงปกพระหัตถ์รักษาคนเจ็บป่วย และอวยพระพรเด็กๆ บรรดาอัครสาวกจะทำเช่นเดียวกันในพระนามของพระองค์ ยิ่งกว่านั้น พระเจ้ายังประทานพระจิตเจ้าอาศัยการปกมือของบรรดาอัครสาวก จดหมายถึงชาวฮีบรูกล่าวถึง “การปกมือ” ว่าเป็น “คำสอนพื้นฐาน” สำคัญเรื่องหนึ่งของตน พระศาสนจักรยังรักษาเครื่องหมายนี้ซึ่งแสดงถึงการประทานพลังของพระจิตเจ้าไว้ในพิธี “epiclesis” (= การอัญเชิญพระจิตเจ้า) ของศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
CCC ข้อ 2610 เช่นเดียวกับที่พระเยซูเจ้าทรงอธิษฐานภาวนาและขอบพระคุณพระบิดาก่อนที่จะได้รับของประทานจากพระองค์ พระเยซูเจ้าจึงทรงสอนให้เรามีความกล้าเยี่ยงบุตร “ทุกสิ่งที่ท่านวอนขอในการอธิษฐานภาวนา จงเชื่อว่าท่านจะได้รับ และท่านก็จะได้รับ” (มก 11:24) พลังของการอธิษฐานภาวนาเป็นเช่นนี้ “ทุกสิ่งเป็นไปได้ทั้งนั้นสำหรับผู้มีความเชื่อ” (มก 9:23) ความเชื่อที่ไม่สงสัย พระเยซูเจ้าทรงเศร้าพระทัยที่บรรดาพระประยูรญาติของพระองค์ “ไม่มีความเชื่อ” (มก 6:6) และเพราะความเชื่อที่น้อยเกินไปของบรรดาศิษย์ จนทรงประหลาดพระทัยเมื่อทรงเห็นความเชื่อของนายร้อยชาวโรมัน และของหญิงชาวคานาอัน
(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.