Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

รำพึงพระวาจากับคำสอนประจำวัน จันทร์ ฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมเยียน

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

วันจันทร์ ฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมเยียน

พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกา (ลก 1:39-56)         

หลังจากนั้นไม่นาน พระนางมารีย์ทรงรีบออกเดินทางไปยังเมืองหนึ่งในแถบภูเขาแคว้นยูเดีย พระนางเสด็จเข้าไปในบ้านของเศคาริยาห์และทรงทักทายนางเอลีซาเบธ เมื่อนางเอลีซาเบธได้ยินคำทักทายของพระนางมารีย์ บุตรในครรภ์ก็ดิ้น นางเอลีซาเบธได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม ร้องเสียงดังว่า “เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใดๆ และลูกของเธอก็ได้รับพระพรด้วย ทำไมหนอพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า เมื่อฉันได้ยินคำทักทายของเธอ ลูกในครรภ์ของฉันก็ดิ้นด้วยความยินดี เธอเป็นสุขที่เชื่อว่า พระวาจาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่เธอไว้จะเป็นจริง”

      พระนางมารีย์ตรัสว่า “วิญญาณข้าพเจ้าประกาศความยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จิตใจของข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในพระเจ้า พระผู้ทรงกอบกู้ข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์ ตั้งแต่นี้ไป ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า พระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์ พระกรุณาต่อผู้ยำเกรงพระองค์แผ่ไปตลอดทุกยุคทุกสมัย พระองค์ทรงยกพระกรแสดงพระอานุภาพ ทรงขับไล่ผู้มีใจมักใหญ่ใฝ่สูงให้กระจัดกระจายไป ทรงคว่ำผู้ทรงอำนาจจากบัลลังก์ และทรงยกย่องผู้ต่ำต้อยให้สูงขึ้น พระองค์ประทานสิ่งดีทั้งหลายแก่ผู้อดอยาก ทรงส่งเศรษฐีให้กลับไปมือเปล่า พระองค์ทรงช่วยเหลืออิสราเอล ผู้รับใช้พระองค์ โดยทรงระลึกถึงพระกรุณา ดังที่ทรงสัญญาไว้แก่บรรพบุรุษของเรา แก่อับราฮัมและบุตรหลานตลอดไป พระนางมารีย์ประทับอยู่กับนางเอลีซาเบธประมาณสามเดือนจึงเสด็จกลับ


ลก 1:39-56 การพบปะที่พิเศษระหว่างพระนางมารีย์กับนางเอลีซาเบธนั้นสอนเราเกี่ยวกับพระบุคคลของพระคริสตเจ้าและบทบาทหน้าที่ประกาศกของยอห์น บัปติสต์ ผู้ซึ่งโลดเต้นอยู่ในครรภ์ของนางเอลีซาเบธ นางเอลีซาเบธได้กล่าวกับ พระนางมารีย์ว่า พระนางทรงเป็น “มารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า” และได้ยืนยันว่า พระกุมารเยซูคือผู้ทรงกระทำให้ทุกสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงสัญญาโดยทางบรรดาประกาศกนั้นสำเร็จไปอย่างสมบูรณ์ ด้วยพระบารมีของพระกุมารที่อยู่ในครรภ์ของพระนาง ทำให้การพบปะกันของพระนางมารีย์และนางเอลีซาเบธญาติของพระนางเป็นดังจุดสูงสุดของการที่พระเจ้าเสด็จเยี่ยมประชากรของพระองค์ เราเรียกการทักทายกันของสตรีทั้งสองนี้ว่า การเสด็จเยี่ยม ซึ่งเป็นธรรมล้ำลึกแห่งความปิติยินดีข้อที่สองของการสวดสายประคำ

  CCC ข้อ 148 พระนางพรหมจารีมารีย์ทรงทำให้การยอมรับความเชื่อเป็นจริงอย่างสมบูรณ์ที่สุด พระนางมารีย์ทรงรับข่าวสารและพระสัญญาที่ทูตสวรรค์กาเบรียลนำมาแจ้งให้ทราบด้วยความเชื่อ เพราะทรงเชื่อว่า “ไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้” (ลก 1:37) และทรงน้อมรับพระประสงค์ “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” (ลก 1:38) นางเอลีซาเบธก็ทักทายพระนางด้วยถ้อยคำว่า “เธอเป็นสุขที่เชื่อว่าพระวาจาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่เธอไว้จะเป็นจริง” (ลก 1:45) เพราะความเชื่อนี้เองชนทุกสมัยจะกล่าวว่าพระนางเป็นสุข

  CCC ข้อ 422 “แต่เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์ให้มาบังเกิดจากหญิงผู้หนึ่งเกิดมาอยู่ใต้ธรรมบัญญัติ เพื่อทรงไถ่ผู้ที่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ และทำให้เราได้เป็นบุตรบุญธรรม” (กท 4:4-5) นี่เป็น “ข่าวดีเรื่องพระเยซูเจ้าเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า” พระเจ้าเสด็จเยี่ยมประชากรของพระองค์ ทรงทำให้พระสัญญาที่ทรงทำไว้แก่อับราฮัมและบุตรหลานสำเร็จลง พระเจ้าทรงทำเช่นนี้เหนือความคาดหมายทั้งหลาย คือทรงส่งพระบุตรสุดที่รักของพระองค์

  CCC ข้อ 523 พระเจ้าทรงส่งนักบุญยอห์นผู้ทำพิธีล้างเป็นผู้นำหน้าคนสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อเตรียมทางให้พระองค์ท่าน ท่านยอห์นในฐานะ “ประกาศกของพระผู้สูงสุด” (ลก 1:76) ยิ่งใหญ่กว่าบรรดาประกาศกทั้งหลาย และเป็นประกาศกคนสุดท้าย เป็นผู้เริ่มประกาศข่าวดี (หรือพระวรสาร) ตั้งแต่จากครรภ์มารดาแล้วท่านต้อนรับการเสด็จมาของพระคริสตเจ้า และมีความยินดีที่ได้เป็นเสมือน “เพื่อนเจ้าบ่าว” (ยน 3:29) ซึ่งได้รับนามว่า “ลูกแกะของพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก” (ยน 1:29) ท่าน “มีจิตใจและพลังของประกาศกเอลียาห์”(ลก 1:17) นำหน้าพระเยซูเจ้า เป็นพยานยืนยันถึงพระองค์โดยการเทศน์สอน โดยประกอบพิธีล้างให้ประชาชนกลับใจ และในที่สุดโดยการเป็นมรณสักขีของท่านด้วย


ลก 1:42 เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใดๆ และลูกของเธอก็ได้รับพระพรด้วย : ถ้อยคำเหล่านี้ประกอบกันเป็นส่วนที่สองของบทวันทามารีย์ พระนางมารีย์ได้รับพระพรเพราะว่าความเชื่อของพระนางได้แสดงออกมาด้วยการมอบตนโดยสิ้นเชิงต่อการเรียกนี้ ด้วยคำตอบ “ตกลง” ที่เต็มด้วยความเชื่อของพระนางนี้เอง ทำให้พระบุตรของพระเจ้าได้เสด็จมายังโลกนี้ ในฐานะที่เป็นพระมารดาของพระคริสตเจ้า พระนางจึงทรงเป็นมารดาของผู้ที่ได้รับการไถ่บาปจากพระบุตรของพระนางด้วย ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกของพระศาสนจักรหรือพระกายทิพย์ของพระองค์นั่นเอง พระนางมารีย์ยังทรงเป็นหีบของพันธสัญญาใหม่อีกด้วย เช่นเดียวกับที่หีบแห่งพันธสัญญาเดิมเป็นดังที่ประทับของพระเจ้าบนโลกนี้ท่ามกลางประชากรของพระองค์ พระนางมารีย์เองได้ทรงเป็นผู้ให้พระบุตรของพระเจ้ามาปฏิสนธิในครรภ์ของพระนาง

  CCC ข้อ 523 อ่านเพิ่มเติมด้านบน (ลก 1:39-56)

  CCC ข้อ 717 “พระเจ้าทรงส่งชายผู้หนึ่งมา เขาชื่อยอห์น” (ยน 1:6) ยอห์น “ได้รับพระจิตเจ้า” เต็มเปี่ยม “ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ของมารดา” (ลก 1:15) จากพระคริสตเจ้าที่พระนางพรหมจารีมารีย์เพิ่งทรงปฏิสนธิเดชะพระจิตเจ้า ดังนี้ “การเยี่ยมเยียน” นางเอลีซาเบธของพระนางมารีย์จึงเป็นการที่พระเจ้าทรงเยี่ยมเยียนประชากรของพระองค์

  CCC ข้อ 2676 แนวความคิดทั้งสองแนวของการอธิษฐานภาวนาต่อพระนางมารีย์นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในบท “วันทามารีย์” “วันทามารีย์” (แปลตามตัวอักษรว่า “จงยินดีเถิด มารีย์”) บท “วันทามารีย์” เริ่มด้วยคำทักทายของทูตสวรรค์กาเบรียล พระเจ้าเองทรงทักทายพระนางมารีย์ผ่านทางทูตสวรรค์ของพระองค์ คำภาวนาของเรากล้านำคำทักทายพระนางมารีย์นี้มาใช้อีกครั้งหนึ่งโดยคิดถึงการที่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์ และชื่นชมยินดีเหมือนกับที่ทรงยินดีในพระนาง “เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน พระเจ้าสถิตกับท่าน” คำทักทายของทูตสวรรค์ทั้งสองประโยคนี้อธิบายความหมายของกันและกัน พระนางมารีย์ทรงเปี่ยมด้วยพระหรรษทาน เพราะพระเจ้าประทับอยู่กับพระนางพระหรรษทานที่พระนางได้รับอย่างเต็มเปี่ยมก็คือการที่พระองค์ผู้เป็นบ่อเกิดพระหรรษทานทั้งหมดประทับอยู่ด้วย “จงเปล่งเสียงยินดีเถิด […] ธิดาแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย […] องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเจ้าทรงอยู่ในเจ้า” (ศฟย 3:14,17) พระนางมารีย์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ด้วย ทรงเป็นธิดาแห่งศิโยน เป็นหีบพันธสัญญา เป็นสถานที่ที่พระสิริรุ่งโรจน์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าประทับอยู่ด้วย พระนางทรงเป็น “ที่พำนักของพระเจ้าในหมู่มนุษย์” (วว 21:3) “เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน” พระนางทั้งหมดเป็นของพระองค์ผู้เสด็จมาประทับอยู่ในพระนางซึ่งจะประทานพระองค์ให้แก่โลก “ผู้ได้รับพระพรกว่าสตรีใดๆ และพระเยซูโอรสของท่าน ทรงได้รับพระพรยิ่งนัก” หลังคำทักทายของทูตสวรรค์ เรานำคำทักทายของนางเอลีซาเบธมาเป็นคำทักทายของเราด้วย นางเอลีซาเบธ “ได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม” (ลก 1:41) นางเป็นคนแรกในลำดับมนุษย์ทุกยุคทุกสมัยที่จะประกาศว่าพระนางมารีย์ได้รับพระพรเป็นสุข “เธอเป็นสุขที่เชื่อ....” (ลก 1:45) พระนางมารีย์ “ได้รับพระพรกว่าสตรีใดๆ” เพราะได้เชื่อว่าพระวาจาของพระเจ้าจะสำเร็จเป็นจริง เพราะความเชื่อ อับราฮัมจึงเป็นผู้ที่ “บรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งสิ้นทั่วแผ่นดินจะได้รับพระพรเพราะท่าน” (ปฐก 12:3) อาศัยความเชื่อ พระนางมารีย์ก็เป็นมารดาของผู้มีความเชื่อทั้งหลายเพราะโดยทางพระนางชนทุกชาติทั่วแผ่นดินได้รับพระองค์ผู้ทรงเป็น พระพรจากพระเจ้า “พระเยซูโอรสของท่านทรงได้รับพระพรยิ่งนัก”


ลก 1:43 พระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า : ถ้อยคำของนางเอลีซาเบธนั้นบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นพระเจ้าของพระคริสตเจ้าและความเป็นพระมารดาของพระเจ้าของพระนางมารีย์  พระนางทรงเป็นพระมารดาของพระเจ้าและเป็นมารดาของเราด้วย เนื่องจากพระนางทรงร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับองค์พระบุตรนั่นเอง ทำให้ประเพณีที่ดีงามของสายประคำซึ่งประกอบด้วยการไตร่ตรองถึงธรรมล้ำลึกแห่งการบังเกิดของพระคริสตเจ้า พันธกิจสาธารณะ การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระคริสตเจ้า ได้ขยายผลออกไปธรรมล้ำลึกบางประการเหล่านี้ได้รับการเฉลิมฉลองในพิธีกรรมสมโภชของพระนางมารีย์ รวมถึงสมโภชพระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล (8 ธันวาคม) สมโภชพระนางมารีย์พระชนนีพระเจ้า (1 มกราคม) สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ (15 สิงหาคม) รวมทั้งบทภาวนาอื่นของพระนางมารีย์ เช่น บทราชินีสวรรค์ ต่างเน้นให้เห็นถึงคำสอนต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตของพระคริสตเจ้าในความสัมพันธ์กับพระนางมารีย์ 

  CCC ข้อ 448 หลายต่อหลายครั้งในพระวรสาร ประชาชนที่เข้ามาเฝ่าพระเยซูเจ่าทูลเรียกพระองค์ว่า“องค์พระผู้เป็นเจ้า” ตำแหน่งนี้เป็นพยานยืนยันถึงความเคารพและความเชื่อมั่นของผู้ที่เข้ามาเฝ้าพระเยซูเจ้าและขอให้พระองค์ทรงช่วยเหลือและรักษาโรค การทูลเรียกดังกล่าวโดยการดลใจของพระจิตเจ้าแสดงถึงการยอมรับพระธรรมล้ำลึกว่าพระเยซูเจ้าคือองค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อพบพระองค์หลังจากทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว การทูลเรียกพระนามเช่นนี้เป็นการถวายนมัสการแด่พระองค์ด้วย “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า” (ยน 20:28) ถ้อยคำเช่นนี้จึงรวมความหมายถึงความรักและความเลื่อมใสที่ปรากฏเป็นอัตลักษณ์ของธรรมประเพณีคริสตชนตลอดมา “เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้านี่” (ยน 21:7)

  CCC ข้อ 495 พระนางมารีย์ ซึ่งในพระวรสารได้รับพระนามว่า “พระมารดาของพระเยซูเจ้า” (ยน 2:1; 19:25)150แม้ก่อนจะประสูติพระบุตร นางเอลีซาเบธก็ได้รับการดลใจจากพระจิตเจ้าประกาศว่าพระนางทรงเป็น “พระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (ลก 1:43) แล้ว พระองค์ที่พระนางได้ปฏิสนธิเป็นมนุษย์เดชะพระจิตเจ้า และทรงรับสภาพมนุษย์มาเป็นพระบุตรของพระนางนี้ก็มิใช่ผู้ใดอื่นจากพระบุตรนิรันดรของพระบิดา พระบุคคลที่สองของพระตรีเอกภาพ พระศาสนจักรประกาศว่าพระนางมารีย์ทรงเป็นพระมารดาของพระเจ้า (Theotokos) โดยแท้จริง

  CCC ข้อ 967 จากความชิดสนิทกับพระประสงค์ของพระบิดา กับงานกอบกู้ของพระบุตรของพระนาง และกับการดลใจทุกประการของพระจิตเจ้า พระนางพรหมจารีมารีย์ทรงเป็นแบบอย่างของความเชื่อและความรักสำหรับพระศาสนจักร เพราะเหตุนี้ พระนางจึงทรงเป็น “ดังสมาชิกพิเศษที่โดดเด่นของพระศาสนจักร” และยังทรงเป็น “ตัวอย่างกำเนิดรูปแบบ” ของพระศาสนจักรอีกด้วย

  CCC ข้อ 968 แต่ทว่าบทบาทที่พระนางมีต่อพระศาสนจักรและมวลมนุษยชาติยังแผ่กว้างยิ่งขึ้นอีก พระนาง “ไดทรงร่วมงานของพระผู้ไถ่อย่างพิเศษสุดนี้ด้วยความเชื่อฟังความเชื่อ ความหวังและความรักที่ลุกโชติช่วง เพื่อนำวิญญาณกลับมารับชีวิตนิรันดรอีกครั้งหนึ่ง เพราะเหตุนี้พระนางจึงทรงเป็นพระมารดาของเราในด้านพระหรรษทาน”

  CCC ข้อ 969 “การที่พระนางมารีย์ทรงเป็นพระมารดาของเราในแผนการพระหรรษทานนี้คงอยู่ตลอดไปไม่จบสิ้น นับตั้งแต่ที่พระนางทรงยอมรับแผนการของพระเจ้าด้วยความเชื่อเมื่อทูตสวรรค์มาแจ้งข่าวและยังคงยอมรับอย่างยึดมั่นต่อไปโดยไม่ลังเลพระทัยภายใต้ไม้กางเขน จวบจนถึงวาระที่ผู้รับเลือกสรรทุกคนจะได้รับชีวิตนิรันดร เมื่อพระนางทรงได้รับเกียรติยกสู่สวรรค์แล้วก็มิได้ทรงละบทบาทนี้ แต่ยังทรงวอนขอความต้องการพระหรรษทานต่างๆ สำหรับความรอดพ้นนิรันดรแทนเราต่อไป [...] เพราะเหตุนี้พระนางพรหมจารีจึงทรงได้รับเรียกขานให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในพระศาสนจักร เช่น ทนายผู้แก้ต่าง ผู้อุปถัมภ์ ผู้ช่วยเหลือคนกลาง”

  CCC ข้อ 970 “บทบาทมารดาของพระนางมารีย์ต่อมนุษย์ไม่ทำให้การเป็นคนกลางเพียงคนเดียวของพระคริสตเจ้านี้เจือจางหรือลดน้อยลงเลย แต่ยิ่งแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะอิทธิพลของพระนางพรหมจารีต่อมนุษย์เกี่ยวกับความรอดพ้นนี้ [...] สืบเนื่องมาจากพระทัยดีของพระเจ้าและจากบุญกุศลล้นเหลือของพระคริสตเจ้าอิงอยู่กับการที่พระองค์ทรงเป็นคนกลางของมนุษย์กับพระเจ้าขึ้นอยู่กับการนี้โดยสิ้นเชิง และได้รับประสิทธิผลทั้งหมดมาจากการนี้ด้วย”  “ไม่มีสิ่งสร้างใดจะเทียบเท่าพระวจนาตถ์และพระผู้ไถ่กู้ได้ แต่ทว่า เช่นเดียวกับที่บรรดาศาสนบริกรและประชากรผู้มีความเชื่อมีส่วนในสมณภาพของพระคริสตเจ้าได้ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน และเช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงหลั่งความดีของพระองค์ในบรรดาสิ่งสร้างอย่างแท้จริงด้วยวิธีการต่างๆฉันใดความเป็นคนกลางแต่เพียงผู้เดียวของพระผู้ไถ่ก็ไม่ปฏิเสธ แต่กลับส่งเสริมให้บรรดาสิ่งสร้างได้ร่วมงานกันโดยมีส่วนร่วมด้วยวิธีการต่างๆ จากต้นธารหนึ่งเดียวกันนี้”

  CCC ข้อ 971 “ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข” (ลก 1:48) “ความเลื่อมใสศรัทธาของพระ ศาสนจักรต่อพระนางพรหมจารีมารีย์เกี่ยวข้องกับธรรมชาติเองของคารวกิจของคริสตชน” พระนางพรหมจารี “ได้รับความเคารพเป็นพิเศษจากพระศาสนจักร และนับตั้งแต่แรกเริ่มแล้วพระนางทรงได้รับความเคารพในตำแหน่ง ‘มารดาพระเจ้า’ และบรรดาผู้มีความเชื่อต่างพากันหลบมาขอความคุ้มครองของพระนางจากภยันตรายและในความต้องการต่างๆ [...] การแสดงคารวะเช่นนี้[...] แม้จะเป็นการแสดงคารวะอย่างพิเศษ ก็ยังมีความแตกต่างในสาระสำคัญจากการแสดงคารวะต่อพระเจ้าที่พระศาสนจักรแสดงต่อพระวจนาตถ์ผู้ทรงรับสภาพมนุษย์ ต่อพระบิดา และต่อพระจิตเจ้า ที่การแสดงคารวะต่อพระนางมารีย์นี้ช่วยส่งเสริมอย่างมากด้วย” การแสดงคารวะเช่นนี้แสดงออกในการฉลองตามพิธีกรรมที่ถวายแด่พระมารดาของพระเจ้า และในบทภาวนาแด่พระนางมารีย์ เช่น การสวดสายประคำ ซึ่งเป็นเสมือน “การย่อความพระวรสารทั้งหมด”

  CCC ข้อ 972 หลังจากที่ได้กล่าวถึงต้นกำเนิด พันธกิจ และจุดหมายของพระศาสนจักรแล้ว เราคงไม่อาจกล่าวสรุปอย่างไรได้ดีกว่าหันมาหาพระนางมารีย์เพื่อพิจารณาในพระนางให้เห็นว่า พระศาสนจักรจะเป็นอย่างไรในสวรรค์บ้านแท้เมื่อเดินทางมาถึงสุดปลายแล้ว ที่นั่น พระนางที่พระศาสนจักรให้ความเคารพเป็นพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าและพระมารดาของตนกำลังรอคอยอยู่ “ในความสัมพันธ์ของผู้ศักดิ์สิทธิ์ทุกคน” “เพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระตรีเอกภาพศักดิ์สิทธิ์ยิ่งและแบ่งแยกไม่ได้” “ในระหว่างนั้น พระมารดาของพระเยซูเจ้าผู้ทรงรับพระสิริรุ่งโรจน์ในสวรรค์แล้วทั้งกายและวิญญาณทรงเป็นภาพลักษณ์และจุดเริ่มที่พระศาสนจักรจะบรรลุถึงความสมบูรณ์ในโลกหน้าแล้วฉันใด ในโลกนี้พระนางก็ทรงฉายแสงเจิดจ้าเป็นเสมือนเครื่องหมายถึงความหวังแน่นอนและความบรรเทาซึ่งประชากรของพระเจ้าที่กำลังเดินทางในโลกนี้มีอยู่จนกว่าวันขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะมาถึงด้วยฉันนั้น”

  CCC ข้อ 973 เมื่อพระนางมารีย์กล่าวตอบทูตสวรรค์ที่มาแจ้งข่าวแก่พระนางว่า “ขอให้เป็นไปเถิด” และเห็นด้วยกับพระธรรมล้ำลึกการรับสภาพมนุษย์ของพระวจนาตถ์นั้น พระนางก็ร่วมงานทั้งหมดกับพันธกิจที่พระบุตรจะต้องปฏิบัติให้สำเร็จ พระนางทรงเป็นพระมารดาในทุกแห่งที่องค์พระผู้ไถ่และศีรษะของพระกายทิพย์ประทับอยู่

  CCC ข้อ 974 เมื่อพระนางพรหมจารีมารีย์ทรงผ่านช่วงเวลาพระชนมชีพในโลกนี้แล้วทรงได้รับพระเกียรติยกขึ้นสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ ที่นั่นพระนางทรงร่วมพระสิริรุ่งโรจน์ของการกลับคืนพระชนมชีพของพระบุตรของพระนาง และเป็นประกันล่วงหน้าถึงการกลับคืนชีพของเราทุกคนที่เป็นส่วนประกอบพระกายทิพย์ของพระองค์

  CCC ข้อ 975 “ข้าพเจ้าทั้งหลายเชื่อว่าพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเจ้า นางเอวาคนใหม่ มารดาของพระศาสนจักร บัดนี้ยังคงปฏิบัติภารกิจเยี่ยงมารดาเพื่อส่วนต่างๆ ของพระวรกายของพระคริสตเจ้าต่อไปในสวรรค์”


ลก 1:46-56 บท (มักญีฟีกัต หรือ) เพลงสรรเสริญของพระนางมารีย์ซึ่งมาจากคำแรกของการแปลจากภาษาลาติน เป็นบทภาวนาที่อยู่ในการสวดทำวัตรเย็นซึ่งเป็นบทภาวนาทางการของพระศาสนจักร บทมักญีฟีกัตนั้น เป็นทั้งบทเพลงของพระนางมารีย์พระมารดาพระเจ้าและของประชากรทั้งครบของพระเจ้าด้วย สำหรับพระหรรษทานและชัยชนะแห่งการไถ่กู้ที่เราได้รับโดยผ่านทางพระคริสตเจ้า สะท้อนให้เห็นจากบทเพลงสรรเสริญของนางฮันนาห์ (เทียบ 1ซมอ 2:1-10) บทมักญีฟีกัตนั้น แสดงถึงความชื่นชมยินดี เตือนให้ระลึกถึงความซื่อสัตย์ของพระเจ้าต่อประชากรของพระองค์และย้ำความสำคัญของคุณธรรม ความสุภาพถ่อมตน และความเมตตา บทภาวนานี้ “สรรเสริญ” พระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำต่อพระนางมารีย์ ผู้รับใช้ของพระองค์ที่สุภาพและเปี่ยมด้วยความเชื่อ บทมักญีฟีกัต คือข้อพิสูจน์ที่น่ามหัศจรรย์ของพระนางมารีย์ที่ทรงเป็นความหวังและผู้เสนอวิงวอนแทนเรา ความศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่และบทบาทพิเศษของพระนางในพันธกิจการไถ่กู้ได้นำไปสู่การทำนายที่ว่า “ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข” คำทำนายของบทมักญีฟีกัต จะถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ทุกครั้งที่บรรดาคริสตชนถวายเกียรติแด่พระนางด้วยถ้อยคำที่ว่า “ผู้ได้รับพระพรกว่าสตรีใดๆ” ในบทวันทามารีย์ 

  CCC ข้อ 2097 นมัสการพระเจ้าหมายถึงการยอมรับด้วยความเคารพและยอมอยู่ใต้อำนาจอย่างที่สุดว่า“สิ่งสร้างเป็นความเปล่า” ที่มีความเป็นอยู่ได้จากพระเจ้าเท่านั้น นมัสการพระเจ้าคือการสรรเสริญพระองค์เช่นเดียวกับที่พระนางมารีย์ทรงกระทำในบท “Magnificat” (“วิญญาณข้าพเจ้าประกาศความยิ่งใหญ่” ) ยกย่องพระองค์และถ่อมตน ประกาศด้วยความกตัญญูรู้คุณว่า พระองค์ทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่ และพระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์ การนมัสการพระเจ้าหนึ่งเดียวช่วยมนุษย์ให้เป็นอิสระจากการให้ความสำคัญแก่ตนเท่านั้น จากการเป็นทาสของบาป และจากการนับถือโลกนี้เป็นเทพเจ้า

  CCC ข้อ 2465 พันธสัญญาเดิมยืนยันว่า พระเจ้าทรงเป็นบ่อเกิดความจริงทุกประการ พระวาจาของพระองค์เป็นความจริง ธรรมบัญญัติของพระองค์ก็เป็นความจริง “ความซื่อสัตย์ของพระองค์ดำรงอยู่ทุกยุคทุกสมัย” (สดด 119:90)216 เพราะพระเจ้า “ทรงสัตย์จริง” (รม 3:4) สมาชิกประชากรของพระองค์จึงได้รับเรียกมาให้ดำเนินชีวิตในความจริง

  CCC ข้อ 2619 เพราะเหตุนี้ บทเพลงของพระนางมารีย์ ที่เรียกว่าบท “Magnificat” ในภาษาละติน บท “Megalynarion” ของจารีตไบซันติน เป็นบทเพลงขับร้องของพระมารดาของพระเจ้าและของพระศาสนจักรในเวลาเดียวกัน เป็นบทเพลงขับร้องของธิดาแห่งศิโยนและของประชากรใหม่ของพระเจ้า เป็นบทเพลงขับร้องขอบพระคุณสำหรับความสมบูรณ์ของพระหรรษทานที่พระเจ้าประทานในแผนการความรอดพ้น เป็นบทเพลงขับร้อง “ของผู้ยากจน” ผู้มีความหวังเต็มเปี่ยมว่าพระสัญญาที่พระเจ้าทรงทำไว้ “แก่อับราฮัมและบุตรหลานตลอดไป” จะสำเร็จเป็นจริงอย่างสมบูรณ์

  CCC ข้อ 2622 การอธิษฐานภาวนาของพระนางพรหมจารีมารีย์ ในการตอบรับต่อทูตสวรรค์ “ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้า” และในบท Magnificat ของพระนาง เป็นเครื่องหมายแสดงถึงการถวายตนโดยสิ้นเชิงด้วยความเชื่อ

  CCC ข้อ 2675 นับตั้งแต่การร่วมมือเป็นพิเศษเช่นนี้ของพระนางมารีย์กับพระราชกิจของพระจิตเจ้าพระศาสนจักร(ทั้งตะวันออกและตะวันตก)จึงพัฒนาการอธิษฐานภาวนาต่อพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า โดยมุ่งการอธิษฐานภาวนาไปยังพระบุคคลของพระคริสตเจ้าตามที่ปรากฏให้เห็นในพระธรรมล้ำลึกของพระองค์เป็นจุดศูนย์กลาง ในบทเพลงสรรเสริญและบทลำนำจำนวนมากที่เราใช้แสดงการอธิษฐานภาวนาออกมานี้ ส่วนใหญ่แล้วจะแสดงความรู้สึกออกมาเป็นสองแนวทางสลับกัน ความรู้สึกทางหนึ่ง “ประกาศความยิ่งใหญ่” ขององค์พระผู้เป็นเจ้าเพราะ “เหตุการณ์ยิ่งใหญ่” ที่ทรงกระทำต่อผู้รับใช้ตํ่าต้อยของพระองค์ และที่ทรงกระทำต่อมวลมนุษย์ผ่านทางพระนาง ส่วนความรู้สึกอีกทางหนึ่งนั้นฝากคำวอนขอและคำสรรเสริญของบรรดาบุตรของพระเจ้าไว้ให้พระมารดาของพระเยซูเจ้า ทรงวอนขอแทน เพราะพระนางทรงรู้จักธรรมชาติมนุษย์ที่พระบุตรของพระเจ้าทรงรวมไว้กับพระองค์ประหนึ่งเป็นเจ้าสาวของพระองค์ในพระนางเป็นอย่างดี

  CCC ข้อ 2676 อ่านเพิ่มเติมด้านบน (ลก 1:42)

  CCC ข้อ 2677 อ่านเพิ่มเติมด้านบน (ลก 1:43)

  CCC ข้อ 2678 ความศรัทธาของคริสตชน พระศาสนจักรตะวันตกในสมัยกลางได้พัฒนาการสวดสายประคำขึ้นเป็นการทดแทนพิธีทำวัตรแบบชาวบ้าน ส่วนในพระศาสนจักรตะวันออก การภาวนาที่มีรูปแบบการตอบรับซํ้าๆ กัน เช่น Akathistos และ Parklesis ยังคงเป็นรูปแบบการอธิษฐานภาวนาคล้ายกับการขับร้องทำวัตรในพระศาสนจักรต่างๆ ของจารีตไบแซนไทน์ ขณะที่ธรรมประเพณีของพระศาสนจักรอาร์เมเนีย ค็อปต์ และซีเรียคชอบบทเพลงสรรเสริญแบบชาวบ้านต่อพระมารดาพระเจ้ามากกว่า แต่บท “วันทามารีย์” บท Theotokia เพลงสรรเสริญของนักบุญเอเฟรมหรือเกรโกรีแห่งนาเร็ก ต่างยังรักษาธรรมประเพณีการอธิษฐานภาวนาที่มีรากฐานเดียวกัน

  CCC ข้อ 2679 พระนางมารีย์เป็นผู้อธิษฐานภาวนาที่สมบูรณ์ เป็นรูปแบบของพระศาสนจักร เมื่อเราอธิษฐานภาวนาต่อพระนาง เราก็ใกล้ชิดกับแผนการของพระบิดาผู้ทรงส่งพระบุตรมาเพื่อช่วยมนุษย์ทุกคนให้รอดพ้น เรารับพระนางมาเป็นมารดาของเรา พระมารดาของพระเยซูเจ้ากลับมาเป็นพระมารดาของทุกคนผู้มีชีวิต เราอาจอธิษฐานภาวนากับพระนางและอธิษฐานภาวนาต่อ พระนางได้ การอธิษฐานภาวนาของพระศาสนจักรคล้ายกับว่าได้รับการอุดหนุนจากการอธิษฐานภาวนาของพระนางมารีย์ การอธิษฐานภาวนาเช่นนี้เป็นความสัมพันธ์กับพระองค์ในความหวัง

  CCC ข้อ 2680 คำอธิษฐานภาวนาย่อมมุ่งหาพระบิดาโดยเฉพาะ บางครั้งอาจมุ่งหาพระเยซูเจ้าได้ด้วย โดยเฉพาะเมื่อมีการเรียกพระนามของพระองค์ “ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรพระเจ้า ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าทั้งหลายผู้เป็นคนบาปเถิด”

  CCC ข้อ 2681 “หากพระจิตเจ้ามิได้ทรงดลใจก็ไม่มีผู้ใดพูดได้ว่า ‘พระเยซูคือองค์พระผู้เป็นเจ้า’” (1 คร 12:3) พระศาสนจักรจึงเชิญชวนเราให้เรียกหาพระจิตเจ้าให้เป็นประหนึ่งพระอาจารย์ภายในผู้สอนการอธิษฐานภาวนาแบบคริสตชน

  CCC ข้อ 2682 พระศาสนจักรยินดีอธิษฐานภาวนาร่วมกับพระนางพรหมจารีเพราะพระนางทรงร่วมงานเป็นพิเศษกับพระจิตเจ้าเพื่อประกาศกิจการยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงกระทำในพระนาง และเพื่อฝากคำวอนขอและคำสรรเสริญให้พระนางช่วยทูลถวายแด่พระเจ้าแทนเราด้วย

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help