วันพุธ สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 16:12-15)
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “เรายังมีอีกหลายเรื่องที่จะบอกท่าน แต่บัดนี้ท่านยังรับไว้ไม่ได้ เมื่อพระจิตแห่งความจริงเสด็จมา พระองค์จะทรงนำท่านไปสู่ความจริงทั้งมวล พระองค์จะไม่ตรัสโดยพระองค์เอง แต่จะตรัสทุกสิ่งที่ทรงได้ฟังมา และจะทรงแจ้งให้ท่านรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น พระองค์จะทรงให้เราได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ เพราะพระองค์จะทรงแจ้งให้ท่านรู้คำสอนที่ทรงได้รับจากเรา ทุกสิ่งที่พระบิดาทรงมีนั้นก็เป็นของเราด้วย ดังนั้น เราจึงบอกว่า พระจิตเจ้าจะทรงแจ้งให้ท่านรู้คำสอนที่ทรงรับจากเรา”
ยน 16:13 จะทรงนำท่านไปสู่ความจริงทั้งมวล : พระจิตเจ้าทรงส่องสว่างแก่พระศาสนจักรเพื่อให้สั่งสอนความจริงตามพระดำริของพระคริสตเจ้า พระองค์ทรงนำทางพระศาสนจักรด้วยการรับประกันว่า คำสอนนั้นเป็นความจริงอย่างไม่มีผิดพลั้งเกี่ยวกับคลังแห่งความเชื่อทั้งหมด ซึ่งรวมถึงคำสอนในเรื่องข้อความเชื่อ ศีลศักดิ์สิทธิ์ เนื้อหาในพระคัมภีร์ที่ได้รับการดลใจ และหลักเกณฑ์ทางศีลธรรม พระองค์จะไม่ตรัสโดยพระองค์เอง : พระจิตเจ้าทรงช่วยเหลือคริสตชนทุกคนในการเข้าใจพระวาจาของพระเจ้าและในการติดตามพระองค์ด้วยความเชื่อและความจริง เรารับรู้ถึงการทำงานของพระจิตเจ้าได้อาศัยงานแห่งการทำให้ศักดิ์สิทธิ์และการดลใจของพระองค์ การเป็นประจักษ์พยานอย่างน่าประทับใจของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์เป็นผลงานยิ่งใหญ่แห่งการทำงานของพระจิตเจ้า
ความเข้าใจความเชื่อต้องเติบโตขึ้น
CCC ข้อ 95 “ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดว่า ตามแผนการอันเปี่ยมด้วยพระปรีชาของพระเจ้า ธรรรมประเพณีศักดิ์สิทธิ์ พระคัมภีร์ และอำนาจสั่งสอนของพระศาสนจักร มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันอย่างที่ว่าแต่ละอย่างจะอยู่ไม่ได้โดยไม่อาศัยอีกสองอย่าง ทั้งสามสิ่งนี้ต่างส่งเสริมความรอดพ้นของวิญญาณอย่างสัมฤทธิ์ผลตามวิธีการของตนโดยร่วมกับการกระทำของพระจิตเจ้าองค์เดียวกัน”
“ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้า”
CCC ข้อ 687 “ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงความคิดของพระเจ้า นอกจากพระจิตของพระเจ้า” (1 คร 2:11) บัดนี้พระจิตผู้ทรงเปิดเผยพระเจ้า ทรงเปิดเผยให้เรารู้จักพระคริสตเจ้า พระวจนาตถ์ทรงชีวิตของพระองค์ แต่มิได้ทรงสำแดงพระองค์เอง “พระองค์ตรัสทางประกาศก” ทรงบันดาลให้เราได้ยินพระวจนาตถ์ (หรือ “พระวาจา”) ของพระบิดา แต่เราไม่ได้ยินองค์พระจิตเจ้า เรารู้จักพระองค์เพียงในความเคลื่อนไหวที่ทรงใช้เพื่อเปิดเผยพระวจนาตถ์แก่เรา และเตรียมเราไว้เพื่อรับพระวจนาตถ์ด้วยความเชื่อ พระจิตแห่งความจริงผู้ “ทรงเปิดเผย” พระคริสตเจ้าแก่เรา ไม่ตรัสโดยพระองค์เองการที่ทรงปิดบังพระเทวภาพของพระองค์เช่นนี้อธิบายให้เข้าใจว่าทำไม “โลกจึงรับพระองค์ไว้ไม่ได้ เพราะไม่เห็นพระองค์และไม่รู้จักพระองค์” แต่ผู้ที่เชื่อในพระคริสตเจ้านั้นรู้จักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่กับเขา (ยน 14:17)
ศีลศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักร
CCC ข้อ 1117 พระศาสนจักรซึ่งพระจิตเจ้า “ทรงนำไปสู่ความจริงทั้งมวล” (ยน 16:13) ค่อยๆ รู้จักขุมทรัพย์นี้ที่ตนได้รับจากพระคริสตเจ้า และกำหนด “วิธีการแจกจ่าย” ขุมทรัพย์นี้เหมือนกับที่เคยทำเกี่ยวกับสารบบพระคัมภีร์และคำสั่งสอนความเชื่อเป็นเสมือนผู้จัดการดูแลพระธรรมล้ำลึกของพระเจ้าอย่างซื่อสัตย์ดังนี้ ตลอดช่วงเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา พระศาสนจักรจึงได้กำหนดไว้ในการประกอบพิธีกรรมของตนว่าศีลศักดิ์สิทธิ์ในความหมายเฉพาะของคำนี้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตั้งไว้นั้นมีจำนวนเจ็ดศีลด้วยกัน
ชีวิตศีลธรรมและอำนาจสั่งสอนของพระศาสนจักร
CCC ข้อ 2034 สมเด็จพระสันตะปาปาและบรรดาพระสังฆราช ในฐานะ “ผู้สอนทางการหรือได้รับมอบหมายอำนาจของพระคริสตเจ้า […] ย่อมเทศน์สอนประชากรที่พระเจ้าทรงมอบไว้ให้ปกครองดูแลรู้จักความเชื่อที่ได้รับมอบไว้ให้เชื่อและนำไปปฏิบัติใช้ในการดำเนินชีวิต” อำนาจสอนสามัญและครอบคลุมทั่วพระศาสนจักรของสมเด็จพระสันตะปาปาและพระสังฆราชที่มีความสัมพันธ์กับพระองค์ย่อมสอนบรรดาผู้มีความเชื่อถึงความจริงที่ต้องเชื่อ ความรักที่ต้องปฏิบัติ และความสุขแท้ที่ต้องหวัง
CCC ข้อ 2035 การมีส่วนในพระอำนาจของพระคริสตเจ้าขั้นสูงสุดมีประกันจากพระพรพิเศษของการไม่รู้จักหลงผิด (infallibilitas) การไม่รู้จักหลงผิดนี้ “ครอบคลุมไปถึงขุมทรัพย์ความจริงเท่าที่พระเจ้าทรงเปิดเผย” และยังขยายไปถึงองค์ประกอบทุกประการของคำสอนด้วย รวมทั้งคำสอนเรื่องศีลธรรม ซึ่งถ้าไม่มีองค์ประกอบเหล่านี้แล้ว เราก็ไม่อาจรักษาไว้ อธิบาย หรือปฏิบัติตามได้
ดำเนินชีวิตในความจริง
CCC ข้อ 2466 ความจริงของพระเจ้าปรากฏชัดเจนอย่างสมบูรณ์ในพระเยซูคริสตเจ้า พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระหรรษทานและความจริงทรงเป็น “แสงสว่างส่องโลก” (ยน 8:12) พระองค์ทรงเป็นความจริง ทุกคนที่เชื่อในพระองค์ไม่อยู่ในความมืด ศิษย์ของพระเยซูเจ้ายึดมั่นในพระวาจาของพระองค์เพื่อจะรู้ความจริงซึ่งจะช่วยให้เป็นอิสระและบันดาลให้ศักดิ์สิทธิ์ การติดตามพระเยซูเจ้าเป็นการดำเนินชีวิตเดชะพระจิตเจ้าแห่งความจริงที่พระบิดาทรงส่งมาในพระนามของพระองค์ผู้ทรงนำเราไปสู่ความจริงทั้งมวล” (ยน 16:13) พระเยซูเจ้าทรงสอนบรรดาศิษย์ให้รักความจริงโดยไม่มีเงื่อนไข “ท่านจงกล่าวเพียงว่า ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’” (มธ 5:37)
(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.