Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

รำพึงพระวาจาประจำวัน พฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

วันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกา (ลก 1:5-25)                                      

เวลานั้น ในรัชสมัยของกษัตริย์เฮโรดผู้ปกครองแคว้นยูเดีย สมณะผู้หนึ่งชื่อเศคาริยาห์ ประจำเวรในหมวดของอาบียาห์ มีภรรยาชื่อเอลีซาเบธ จากตระกูลสมณะอาโรน ทั้งสองคนเป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ปฏิบัติตามบทบัญญัติและข้อกำหนดทุกข้อขององค์พระผู้เป็นเจ้าโดยไม่มีข้อตำหนิ แต่สามีภรรยาคู่นี้ไม่มีบุตร เพราะนางเอลีซาเบธเป็นหมัน และทั้งสองคนชรามากแล้ว

วันหนึ่ง เศคาริยาห์กำลังปฏิบัติหน้าที่สมณะเฉพาะพระพักตร์ตามเวรในหมวดของตนตามธรรมเนียมของสมณะ เขาจับสลากได้หน้าที่เข้าไปในพระวิหารของพระเจ้าเพื่อถวายกำยาน ขณะที่มีการถวายกำยาน ประชาชนที่มาชุมนุมกันต่างอธิษฐานภาวนาอยู่ภายนอก

ทันใดนั้น ทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเจ้าปรากฏองค์ยืนอยู่เบื้องขวาของพระแท่นถวายกำยาน เมื่อเศคาริยาห์เห็นก็รู้สึกวุ่นวายใจและมีความกลัวอย่างมาก

แต่ทูตสวรรค์กล่าวแก่เขาว่า “เศคาริยาห์ อย่ากลัวเลย พระเจ้าทรงฟังคำอธิษฐานของท่านแล้ว เอลีซาเบธภรรยาของท่านจะให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ท่านจะตั้งชื่อเขาว่ายอห์น ท่านจะมีความชื่นชมยินดีและคนจำนวนมากจะยินดีที่เขาเกิดมา

เพราะว่าเขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า เขาจะไม่ดื่มเหล้าองุ่นหรือสุราเมรัยเลย เขาจะรับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยมตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เขาจะนำบุตรหลานของอิสราเอลจำนวนมากกลับมายังองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเรา

เขาจะมีจิตใจและพลังของประกาศกเอลียาห์มาเตรียมรับการเสด็จมาของพระองค์ เพื่อทำให้บิดาคืนดีกับบุตรและทำให้ผู้ไม่เชื่อฟังกลับมีจิตสำนึกของผู้ชอบธรรม เป็นการเตรียมประชากรให้พร้อมที่จะรับเสด็จองค์พระผู้เป็นเจ้า” เศคาริยาห์จึงถามทูตสวรรค์ว่า “ข้าพเจ้าจะแน่ใจเรื่องนี้ได้อย่างไร ข้าพเจ้าชราแล้ว และภรรยาของข้าพเจ้าก็อายุมากแล้วด้วย” ทูตสวรรค์จึงตอบว่า “ข้าพเจ้าคือกาเบรียล ซึ่งเฝ้าอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาพูดกับท่านและนำข่าวดีนี้มาแจ้งให้ท่านทราบ แต่ท่านไม่เชื่อคำของข้าพเจ้า ซึ่งจะเป็นจริงเมื่อถึงเวลากำหนด ดังนั้น ท่านจะเป็นใบ้จนถึงวันที่เหตุการณ์นี้จะเป็นจริง” ขณะนั้น ประชาชนกำลังคอยเศคาริยาห์อยู่ รู้สึกประหลาดใจที่เขาอยู่ในพระวิหารนาน เมื่อเขาออกมาและพูดไม่ได้ ประชาชนจึงเข้าใจว่าเขาเห็นนิมิตในพระวิหาร เขาทำได้เพียงแสดงท่าทาง แต่พูดไม่ได้

เมื่อหมดวาระทำหน้าที่ในพระวิหารแล้ว เศคาริยาห์ก็กลับไปบ้าน ต่อมาไม่นานนางเอลีซาเบธภรรยาของเขาก็ตั้งครรภ์ นางเก็บตัวอยู่ในบ้านเป็นเวลาห้าเดือน นางกล่าวว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำเช่นนี้เพื่อข้าพเจ้า บัดนี้พระองค์พอพระทัยช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความอับอายที่ข้าพเจ้ามีต่อหน้าคนทั้งหลายแล้ว” 


ลก 1:5  นางเอลีซาเบธเป็นญาติของพระนางมารีย์ (เทียบ ลก 1:36) ในฐานะบุตรของเศคาริยาห์และเอลีซาเบธ ยอห์น บัปติสต์ จึงเป็นญาติของพระคริสตเจ้าและเป็นสมณะด้วย (เทียบ ลก 1:1-24)

ยอห์น ผู้นำหน้าพระคริสตเจ้า ประกาศก และผู้ประกอบพิธีล้าง

CCC ข้อ 717 “พระเจ้าทรงส่งชายผู้หนึ่งมา เขาชื่อยอห์น” (ยน 1:6) ยอห์น “ได้รับพระจิตเจ้า” เต็มเปี่ยม “ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ของมารดา” (ลก 1:15) จากพระคริสตเจ้าที่พระนางพรหมจารีมารีย์เพิ่งทรงปฏิสนธิเดชะพระจิตเจ้า ดังนี้ “การเยี่ยมเยียน” นางเอลีซาเบธของพระนางมารีย์จึงเป็นการที่พระเจ้าทรงเยี่ยมเยียนประชากรของพระองค์


ลก 1:5-80 นักบุญลูกาได้เริ่มต้นพระวรสารของท่านด้วยเรื่องราวเหตุการณ์ที่นำไปสู่การบังเกิดและชีวิตปฐมวัยของพระคริสตเจ้า ซึ่งบ่อยครั้งเรียกว่า เรื่องราวในปฐมวัย ท่านได้วางเรื่องเล่าไว้ในบริบทเชิงประวัติศาสตร์ และได้ใส่รายละเอียดที่ไม่มีเขียนไว้ในพระวรสารเล่มอื่น รวมถึงการบังเกิดของยอห์น บัปติสต์ ด้วย (เทียบ ลก 1:5-25, 57-80) เรื่องราวการแจ้งข่าวการประสูติของพระเยซูเจ้า (เทียบ ลก 1:26-38) พระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธ (เทียบ ลก 1:39-56) บทเพลงสรรเสริญของพระนางมารีย์ (มักนีฟีกัต) (เทียบ ลก 1:46-55) บทเพลงของเศคาริยาห์ หรือที่เรียกว่า Benedictus (เทียบ ลก 1:68-79) และบทเพลงของสิเมโอน ที่เรียกว่า Nunc Dimittis  (เทียบ ลก 2:29-32) 

ปีพิธีกรรม

CCC ข้อ 1171 ปีพิธีกรรมเป็นการอธิบายแง่มุมต่างๆ ของพระธรรมล้ำลึกปัสกาประการเดียว ความคิดนี้ใช้ได้โดยเฉพาะกับวันฉลองต่างๆในชุดที่เกี่ยวข้องกับการรับสภาพมนุษย์ของพระวจนาตถ์ (การแจ้งสารพระคริสตสมภพ พระคริสต์ทรงสำแดงองค์) ซึ่งระลึกถึงจุดเริ่มของความรอดพ้นของเราและสื่อเหตุการณ์แรกๆ ของพระธรรมล้ำลึกปัสกาให้เรารับรู้


ลก 1:5-38 เหตุการณ์ที่ทูตสวรรค์กาเบรียลแจ้งข่าวแก่เศคาริยาห์ ในบางแง่มุมนั้นเป็นเหมือนการบอกล่วงหน้าถึงเรื่องราวของการแจ้งข่าวการประสูติของพระเยซูเจ้า ซึ่งมีปรากฏให้เห็นในบทต่อไป ทั้งเศคาริยาห์และพระนางมารีย์ต่างเป็นผู้มีความเชื่อและชอบธรรม ทั้งสองท่านได้รับการแจ้งข่าวจากทูตสวรรค์ถึงเรื่องการตั้งครรภ์อย่างน่าอัศจรรย์ และถึงบทบาทที่บุตรของท่านทั้งสองนั้นมีต่อประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้น ท่านทั้งสองต่างรู้สึกประหลาดใจต่อข่าวสารที่ได้รับนั้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่แตกต่างกันคือ เศคาริยาห์เกิดความสงสัย เนื่องจากภรรยาของท่านชรามากแล้ว ในขณะที่พระนางมารีย์นั้นเชื่อในคำกล่าวของทูตสวรรค์ ถึงแม้ว่าพระนางประหลาดใจว่าการตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในขณะที่เศคาริยาห์ขอเครื่องหมายสำคัญ พระนางมารีย์ไม่ได้ร้องขอเช่นนั้น แต่จะได้รับเครื่องหมายอย่างแน่นอน ทูตสวรรค์กาเบรียลได้แจ้งข่าวการบังเกิดทั้งของยอห์น ซึ่งเป็นประกาศกคนสุดท้ายและยิ่งใหญ่ที่สุดของการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ และการบังเกิดของพระเยซูเจ้าเอง 

พระคริสตเจ้า “กับทูตสวรรค์ทั้งมวลของพระองค์”

CCC ข้อ 332 ตั้งแต่การเนรมิตสร้างแล้ว บรรดาทูตสวรรค์ปรากฏอยู่ตลอดช่วงเวลาประวัติศาสตร์ความรอดพ้น คอยแจ้งทั้งจากใกล้และไกลให้มนุษย์รู้ถึงความรอดพ้นและคอยรับใช้ปฏิบัติตามแผนการนี้ของพระเจ้า บรรดาทูตสวรรค์เป็นผู้ปิดสวนอุทยานไม่ให้มนุษย์เข้าไปได้ คอยปกป้องภัยให้โลท คอยช่วยเหลือนางฮาการ์และบุตรให้พ้นภัย ยับยั้งอับราฮัมไว้ไม่ให้ฆ่าบุตร ทำหน้าที่รับใช้พระเจ้าในการประทานธรรมบัญญัติแก่มนุษย์ เป็นผู้นำประชากรของพระเจ้า แจ้งข่าวการเกิด การเรียก คอยช่วยเหลือบรรดาประกาศก นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางประการเท่านั้น ในที่สุด ทูตสวรรค์กาเบรียลยังบอกข่าวการเกิดของผู้นำหน้าพระผู้ไถ่ และแจ้งข่าวการประสูติของพระเยซูเจ้าอีกด้วย


ลก 1:7  สามีภรรยาคู่นี้ไม่มีบุตร : ในโลกแห่งพันธสัญญาเดิมเชื่อกันว่า การไม่มีบุตรมักถูกมองว่าเป็นความอับอายและเป็นเครื่องหมายแห่งความไม่พอพระทัยของพระเจ้า เช่นเดียวกับสตรีคนสำคัญหลายคนในพันธสัญญาเดิม เอลีซาเบธจะได้รับพระพรโดยการมีบุตร อาศัยความช่วยเหลือของพระเจ้า โดยทางข่าวสารของทูตสวรรค์ แม้ว่าเธอเป็นหมันและชราแล้วก็ตาม พระศาสนจักรตระหนักดีว่าภาวะมีบุตรยากเป็นกางเขนสำหรับคู่สมรสหลายๆ คู่ แต่พึงระวังว่าคู่สมรสจะต้องใช้วิธีการที่ถูกต้องตามหลักศีลธรรมเท่านั้นสำหรับการตั้งครรภ์และ/หรือการรับเด็กเข้าสู่ครอบครัว 

บุตรเป็นของประทานจากพระเจ้า

CCC ข้อ 2374 เป็นความทุกข์ใหญ่หลวงของคู่สมรสที่พบว่าตนเป็นหมัน อับรามทูลพระเจ้าว่า “พระองค์จะประทานสิ่งใดแก่ข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้ายังคงไม่มีบุตร...” (ปฐก 15:2) นางราเคลร้องบอกยาโคบสามีว่า “ให้ดิฉันมีลูกบ้างเถิด มิฉะนั้นดิฉันจะตาย” (ปฐก 30:1)

CCC ข้อ 2375 การค้นคว้าที่ตั้งใจลดความเป็นหมันให้น้อยลงควรได้รับการส่งเสริมสนับสนุนถ้าทำไปเพื่อรับใช้ “บุคคลมนุษย์ เพื่อรับใช้สิทธิของมนุษย์ที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้ และเพื่อผลดีทั้งหมดของเขาตามแผนการและพระประสงค์ของพระเจ้า”

CCC ข้อ 2376 เทคนิคที่สนับสนุนการแตกแยกโดยยอมให้บุคคลที่ไม่ใช่คู่สมรสเข้ามาเกี่ยวข้อง (การบริจาคอสุจิหรือไข่ การอุ้มบุญ) เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เทคนิคเหล่านี้ (การผสมเทียม การใช้ไข่หรือสุจิของบุคคลภายนอก) เป็นการล่วงละเมิดสิทธิของบุตรที่จะเกิดมาจากบิดาและมารดาที่เขารู้จักและมีความสัมพันธ์กันด้วยการสมรส เป็นการล่วงละเมิดสิทธิ “ของคู่สมรสที่จะเป็นพ่อหรือแม่ได้เพียงโดยอีกคนหนึ่งเท่านั้น”

CCC ข้อ 2377 ถ้าใช้เทคนิคเหล่านี้ภายในขอบเขตของคู่สมรสเท่านั้น (การผสมเทียมภายนอก) อาจมีความผิดน้อยกว่า แต่ในด้านศีลธรรมก็ยังเป็นที่ยอมรับไม่ได้ เป็นการแยกกิจกรรมทางเพศออกจากการให้กำเนิด กิจกรรมที่ทำให้บุตรเกิดมาเช่นนี้ไม่ใช่กิจกรรมที่บุคคลสองคนมอบตนให้แก่กัน “แต่นำเอาชีวิตและเอกลักษณ์ของตัวอ่อนมนุษย์ให้มามอบไว้ในอำนาจของแพทย์หรือนักชีววิทยา และดังนี้กำหนดให้เทคโนโลยีมีอำนาจเหนือต้นกำเนิดและชะตากรรมของบุคคลมนุษย์ อำนาจเช่นนี้โดยธรรมชาติของตนขัดกับศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมกันที่บิดามารดาและบุตรต้องมีอยู่ร่วมกัน” “หากพิจารณาในด้านศีลธรรม การให้กำเนิดชีวิตเช่นนี้ขาดความสมบูรณ์ของตนเพราะไม่ได้ตั้งใจให้เป็นผลจากเพศสัมพันธ์หรือของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสัมพันธ์ของคู่สมรส […] นอกจากนั้น ความเคารพต่อพันธะที่แทรกอยู่ในความหมายของการมีเพศสัมพันธ์และความเคารพต่อเอกภาพของผู้มีชีวิตที่เป็นมนุษย์เท่านั้นทำให้มีการให้กำเนิดที่สอดคล้องกับศักดิ์ศรีของบุคคลมนุษย์”

CCC ข้อ 2378 บุตรไม่ใช่เป็นหนี้อะไรที่ต้องจ่าย แต่เป็นของประทาน “ของประทานประเสริฐสุดของการสมรส” ก็คือบุคคลมนุษย์ เราต้องไม่คิดว่าบุตรเป็นทรัพย์สินชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นความคิดที่ชวนให้อ้างถึง “สิทธิที่จะมีบุตร” ในเรื่องนี้ บุตรเท่านั้นมีสิทธิจริงๆ คือสิทธิ “ที่จะมีความเป็นอยู่ในฐานะผลที่มาจากกิจกรรมแสดงความรักแบบคู่สมรสของบิดามารดา และเขายังมีสิทธิที่จะได้รับความเคารพในฐานะที่เป็นบุคคลหนึ่งนับตั้งแต่เวลาที่เขาปฏิสนธิ”

CCC ข้อ 2379 พระวรสารแสดงให้เห็นว่าการเป็นหมันไม่มีบุตรไม่ใช่เป็นสิ่งเลวร้ายอย่างเด็ดขาด คู่สมรสที่แม้จะใช้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่ถูกต้องทุกอย่างแล้วก็ยังไม่มีบุตร ควรจะร่วมใจกับไม้กางเขนขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นบ่อเกิดของความอุดมสมบูรณ์ฝ่ายจิตทุกประการ เขาอาจแสดงความใจกว้างของตนโดยรับอุปถัมภ์บุตรที่ถูกทอดทิ้งและปฏิบัติหน้าที่ยากลำบากเพื่อให้บริการแก่ผู้อื่นก็ได้


ลก 1:10-13  ถวายกำยาน : บรรดาสมณะต้องเข้าไปถวายกำยานในพระวิหารและอธิษฐานภาวนาในเวลาถวายกำยานช่วงเช้าและช่วงเย็น หรือที่เรียกว่า “ชั่วโมงภาวนา” สำหรับสมณะหลายคนในสมัยนั้นถือว่า การได้เข้าไปถวายกำยานในพระวิหารเป็นเกียรติครั้งหนึ่งในชีวิต  ชื่อ ยอห์น : แปลว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า (YHWH) ทรงโปรดปราน” สะท้อนให้เห็นถึงความโปรดปรานที่พระเจ้าประทานแก่พ่อแม่ที่ยังไม่มีบุตร 

เอลียาห์ บรรดาประกาศก และการกลับใจ 

CCC ข้อ 2581 สำหรับประชากรของพระเจ้า พระวิหารน่าจะต้องเป็นสถานที่ให้การอบรมเพื่อการอธิษฐานภาวนา การแสวงบุญ งานฉลอง การถวายเครื่องบูชา พิธีถวายบูชาเวลาเย็น การถวายกำยาน ขนมปัง “ตั้งถวาย”  ทุกสิ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเครื่องหมายของความศักดิ์สิทธิ์และพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าผู้สูงสุด แต่ก็ประทับอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ด้วย ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการเชิญชวนและเป็นหนทางของการอธิษฐานภาวนา แต่จารีตพิธีต่างๆ หลายครั้งก็ดึงดูดประชากรให้สนใจประกอบเพียงพิธีกรรมภายนอกมากเกินไป การอบรมความเชื่อและการกลับใจจึงเป็นกิจกรรมที่จำเป็นด้วย การนี้เป็นพันธกิจของบรรดาประกาศกทั้งก่อนและหลังการถูกเนรเทศไปเป็นเชลยที่กรุงบาบิโลน


ลก 1:14-17  ทูตสวรรค์ทำนายล่วงหน้าถึงภารกิจของประกาศกที่ยอห์น บัปติสต์จะต้องกระทำ  รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม : ยอห์นได้รับการเตรียมสำหรับหน้าที่ประกาศกของท่านด้วยพระพรตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา แหล่งที่มาของพระพรของท่านคือองค์พระคริสตเจ้าเอง ผู้ทรงปฏิสนธิอาศัยพระจิตเจ้าองค์เดียวกันในครรภ์ของพระมารดาของพระองค์  เขาจะมีจิตใจและพลังของประกาศกเอลียาห์... เป็นการเตรียมประชากร : ในพันธสัญญาเดิม ประกาศกมาลาคีได้ทำนายไว้ว่า ประกาศกคนหนึ่งที่เหมือนเอลียาห์จะกลับมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อเทศน์สอนถึงการกลับใจ รวบรวมเผ่าพันธุ์ของอิสราเอล รักษาครอบครัวที่แตกแยกและเตรียมผู้คนต้อนรับการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ (เทียบ มลค 3: 1; 4:5-6) ยอห์น บัปติสต์ ไม่ได้เป็นประกาศกเอลียาห์กลับชาติมาเกิด แต่ท่านเป็นผู้ทำให้ภารกิจของประกาศกเอลียาห์บรรลุผลอย่างสมบูรณ์

การจัดเตรียมจากพระเจ้า

CCC ข้อ 523 พระเจ้าทรงส่งนักบุญยอห์นผู้ทำพิธีล้างเป็นผู้นำหน้าคนสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อเตรียมทางให้พระองค์ท่าน ท่านยอห์นในฐานะ “ประกาศกของพระผู้สูงสุด” (ลก 1:76) ยิ่งใหญ่กว่าบรรดาประกาศกทั้งหลาย และเป็นประกาศกคนสุดท้าย เป็นผู้เริ่มประกาศข่าวดี (หรือพระวรสาร) ตั้งแต่จากครรภ์มารดาแล้วท่านต้อนรับการเสด็จมาของพระคริสตเจ้า และมีความยินดีที่ได้เป็นเสมือน “เพื่อนเจ้าบ่าว” (ยน 3:29) ซึ่งได้รับนามว่า “ลูกแกะของพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก” (ยน 1:29) ท่าน “มีจิตใจและพลังของประกาศกเอลียาห์” (ลก 1:17) นำหน้าพระเยซูเจ้า เป็นพยานยืนยันถึงพระองค์โดยการเทศน์สอน โดยประกอบพิธีล้างให้ประชาชนกลับใจ และในที่สุดโดยการเป็นมรณสักขีของท่านด้วย

สัญลักษณ์ของพระจิตเจ้า

CCC ข้อ 696 “เพลิง” – ขณะที่น้ำหมายถึงการเกิดและความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตที่พระเจ้าประทานแก่เราในพระจิตเจ้า เพลิงหรือไฟก็เป็นสัญลักษณ์ของพลังเปลี่ยนแปลงของพระจิตเจ้า ประกาศกเอลียาห์ซึ่ง “เป็นเหมือนไฟ วาจาของเขาเผาผลาญเหมือนคบไฟ” (บสร 48:1) ได้อธิษฐานภาวนาวอนขอไฟจากสวรรค์ลงมาเผาเครื่องบูชาบนภูเขาคาร์แมล ซึ่งเป็นรูปแบบของพระจิตเจ้าที่ทรงเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่ทรงสัมผัส ยอห์นผู้ทำพิธีล้างซึ่ง “จะ ‘มีจิตใจ’ และพลังของประกาศกเอลียาห์มาเตรียมรับการเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (ลก 1:17) แจ้งข่าวถึงพระคริสตเจ้าว่าพระองค์คือผู้ที่ “จะทำพิธีล้างด้วยพระจิตเจ้าและด้วยไฟ” (ลก 3:16) คือด้วยพระจิตเจ้าที่พระคริสตเจ้าเคยตรัสถึงว่า “เรามาเพื่อจุดไฟในโลก เราปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้โลกนี้ลุกเป็นไฟ” (ลก 12:49) เช้าวันเปนเตกอสเต พระจิตเจ้าเสด็จลงมาประทับเหนือบรรดาศิษย์ใน “เปลวไฟ” ลักษณะเหมือนลิ้น และโปรดให้เขาได้รับพระองค์เต็มเปี่ยม ธรรมประเพณีด้านชีวิตจิตจะยังรักษา “เพลิง” ที่มีความหมายอย่างมากนี้เป็นสัญลักษณ์ของการกระทำของพระจิตเจ้าไว้ตลอดไป “อย่าดับไฟของพระจิตเจ้า” (1 ธส 5:19)

การรอคอยพระเมสสิยาห์และจิตของพระองค์

CCC ข้อ 716 ประชากร “ผู้ถ่อมตน” (หรือ “ยากจน”) ต่ำต้อยและอ่อนโยนที่วางใจต่อแผนการของพระเจ้าของตนอย่างเต็มเปี่ยม ผู้ที่รอคอยความยุติธรรมไม่ใช่จากมนุษย์ แต่จากพระเมสสิยาห์ ในที่สุดเป็นผลงานซ่อนเร้นยิ่งใหญ่ของพระจิตเจ้าตลอดเวลาแห่งพระสัญญาเพื่อเตรียมรับการเสด็จมาของพระคริสตเจ้า คุณค่าจิตใจของคนเหล่านี้ที่พระจิตเจ้าทรงชำระและส่องสว่างแล้วมีแสดงอยู่ในบทเพลงสดุดี ในคนยากจนเหล่านี้ พระจิตเจ้าทรงเตรียม “ประชากรให้พร้อมที่จะรับเสด็จองค์พระผู้เป็นเจ้า”

CCC ข้อ 717 อ่านเพิ่มเติมด้านบน (ลก 1:3)

CCC ข้อ 718 ยอห์นเป็น “(ประกาศก) เอลียาห์ที่จะต้องมา” ไฟของพระจิตเจ้าพำนักอยู่ในเขาและบันดาลให้เขา “นำหน้า” องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เสด็จมา ในยอห์นผู้นำหน้า (พระเมสสิยาห์) พระจิตเจ้าทรงบันดาลให้ “การเตรียมประชากรที่พร้อมจะรับเสด็จองค์พระผู้เป็นเจ้า” สำเร็จไป (ลก 1:17)

“วันทา ท่านผู้เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน”

CCC ข้อ 724 ในพระนางมารีย์ พระจิตเจ้าทรงสำแดงให้เห็นว่าพระบุตรของพระบิดาทรงบังเกิดจากหญิงพรหมจารีคนหนึ่ง พระนางทรงเป็นเหมือนพุ่มไม้ลุกเป็นไฟที่พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์ในยุคสุดท้าย พระนางทรงได้รับพระจิตเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม ทรงสำแดงพระวจนาตถ์ในความต่ำต้อยของธรรมชาติมนุษย์และทรงบันดาลให้คนยากจน และชนต่างชาติเป็นชนกลุ่มแรกที่มารับรู้เรื่องนี้

พยานห้อมล้อมอยู่จำนวนมาก

CCC ข้อ 2684 ในความสัมพันธ์กับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรได้มีการพัฒนา แนวชีวิตจิต (spiritualities) หลายแบบด้วยกัน พรพิเศษส่วนตัวของพยานคนหนึ่งถึงความรักของพระเจ้าต่อมวลมนุษย์อาจได้รับการถ่ายทอดมา เช่น “จิตตารมณ์” ของประกาศกเอลียาห์ถูกถ่ายทอดแก่เอลีชา และแก่ยอห์นผู้ทำพิธีล้าง เพื่อบรรดาศิษย์จะได้มีส่วนในจิตตารมณ์นี้ด้วย แนวชีวิตจิตแบบหนึ่งยังอาจเกิดขึ้นได้จากการรวมกันของขบวนการต่างๆ ด้านพิธีกรรมและเทววิทยา และเป็นพยานถึงการนำความเชื่อเข้าสู่วัฒนธรรมในสภาพแวดล้อมเฉพาะของสังคมและประวัติศาสตร์ของผู้คน แนวชีวิตจิตแบบต่างๆ ของคริสตชนมีส่วนในธรรมประเพณีการอธิษฐานภาวนาที่มีชีวิตชีวาและเป็นผู้นำที่จำเป็นสำหรับบรรดาผู้มีความเชื่อ แนวชีวิตจิตเหล่านี้ แม้จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างมาก ก็ล้วนเป็นแสงสว่างบริสุทธิ์เดียวกันของพระจิตเจ้า “พระจิตเจ้าเป็นที่อยู่ของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ และผู้ศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นที่ประทับเฉพาะของพระจิตเจ้าด้วย เพราะเขามอบตนเพื่ออยู่กับพระเจ้า จึงได้ชื่อว่าที่ประทับของพระองค์”


ลก 1:19  กาเบรียล : ในภาษาฮีบรูชื่อนี้แปลว่า “พระเจ้าทรงเป็นพละกำลังของข้าพเจ้า” ท่านคืออัครทูตสวรรค์ ผู้ซึ่งต่อมาได้ปรากฏแก่พระนางมารีย์เพื่อแจ้งข่าวว่าพระนางคือผู้ถูกเลือกสรรให้เป็นมารดาของพระเมสสิยาห์

บรรดาทูตสวรรค์ในชีวิตของพระศาสนจักร

CCC ข้อ 335 ในพิธีกรรม พระศาสนจักรร่วมใจกับบรรดาทูตสวรรค์เพื่อนมัสการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าผู้ทรงศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เชิญชวนบรรดาทูตสวรรค์ให้มาช่วยเหลือ (เช่น ในบทภาวนา In paradisum deducant te angeli…  [“ขอให้บรรดาทูตสวรรค์นำท่านเข้าสวรรค์...”] ในพิธีกรรมปลงศพ หรือใน “บทเพลงสรรเสริญของบรรดาเครูบ” ในพิธีกรรมจารีตไบเซนไตน์) และยังจัดให้มีการระลึกถึงทูตสวรรค์บางองค์เป็นพิเศษด้วย (เช่น นักบุญมีคาเอล นักบุญกาเบรียล นักบุญราฟาเอล และบรรดาทูตสวรรค์ผู้อารักขา)

พระเยซูเจ้า

CCC ข้อ 430 “เยซู” ในภาษาฮีบรูแปลว่า “พระเจ้าทรงช่วยให้รอดพ้น” เมื่อทูตสวรรค์กาเบรียลมาแจ้งข่าว ท่านถวายพระนามให้พระองค์ว่า “เยซู” ซึ่งในเวลาเดียวกันก็แสดงถึงพันธกิจของพระองค์ด้วย ในเมื่อไม่มีใคร “อภัยบาปได้ นอกจากพระเจ้าเท่านั้น” (มก 2:7) พระองค์จึง “จะทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอดพ้นจากบาป” (มธ 1:21) ในพระเยซูเจ้าพระบุตรนิรันดรของพระองค์ ผู้ทรงรับสภาพมนุษย์ ดังนี้ ในพระเยซูเจ้า พระเจ้าจึงทรงเริ่มประวัติศาสตร์ของพระองค์ที่จะทรงช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นขึ้นมาใหม่


ลก 1:25  ช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความอับอายที่ข้าพเจ้ามีต่อหน้าคนทั้งหลาย : การที่นางเอลิซาเบธเป็นหมันนั้น ถูกหลายคนมองว่า นั่นเป็นเครื่องหมายแสดงว่าพระเจ้าไม่พอพระทัย ดังนั้นการตั้งครรภ์ของนางจึงเป็นเครื่องหมายแห่งพระพรของพระเจ้า

CCC ข้อ 2374 อ่านเพิ่มเติมจากด้านบน (ลก 1:7)

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)    

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help