วันอาทิตย์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 2:1-11)
เวลานั้น มีงานสมรสที่หมู่บ้านคานาในแคว้นกาลิลี พระมารดาของพระเยซูเจ้าทรงอยู่ในงานนั้น พระเยซูเจ้าทรงได้รับเชิญพร้อมกับบรรดาศิษย์มาในงานนั้นด้วย เมื่อเหล้าองุ่นหมด พระมารดาของพระเยซูเจ้าจึงมาทูลพระองค์ว่า “เขาไม่มีเหล้าองุ่นแล้ว” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “หญิงเอ๋ย ท่านต้องการสิ่งใด เวลาของเรายังมาไม่ถึง” พระมารดาของพระเยซูเจ้าจึงกล่าวแก่บรรดาคนรับใช้ว่า “เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด” ที่นั่นมีโอ่งหินตั้งอยู่หกใบ เพื่อใช้ชำระตามธรรมเนียมของชาวยิว แต่ละใบจุน้ำได้ประมาณหนึ่งร้อยลิตร พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาคนรับใช้ว่า “จงตักน้ำใส่โอ่งให้เต็ม” เขาก็ตักน้ำใส่จนเต็มถึงขอบ แล้วพระองค์ทรงสั่งเขาอีกว่า “จงตักไปให้ผู้จัดงานเลี้ยงเถิด” เขาก็ตักไปให้ ผู้จัดงานเลี้ยงได้ชิมน้ำที่เปลี่ยนเป็นเหล้าองุ่นแล้ว ไม่รู้ว่าเหล้านี้มาจากไหน แต่คนรับใช้ที่ตักน้ำรู้ดี ผู้จัดงานเลี้ยงจึงเรียกเจ้าบ่าวมา พูดว่า “ใคร ๆ เขานำเหล้าองุ่นอย่างดีมาให้ก่อน เมื่อบรรดาแขกดื่มมากแล้ว จึงนำเหล้าองุ่นอย่างรองมาให้ แต่ท่านเก็บเหล้าอย่างดีไว้จนถึงบัดนี้” พระเยซูเจ้าทรงกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์ ครั้งแรกนี้ที่หมู่บ้านคานา แคว้นกาลิลี พระองค์ทรงแสดงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ และบรรดาศิษย์เชื่อในพระองค์
ยน 2:1-12 ด้วยคำขอร้องของพระมารดามารีย์ พระคริสตเจ้าจึงทรงทำอัศจรรย์ครั้งแรกของพระองค์ในงานสมรสที่หมู่บ้านคานา งานสมรสเป็นภาพลักษณ์ล่วงหน้าถึงงานเลี้ยงสมรสของลูกแกะในสวรรค์ ที่ซึ่งมีความเป็นหนึ่งเดียวอย่างครบครันและด้วยความปีติระหว่างพระคริสตเจ้าและสมาชิกทั้งหมดในพระวรกายของพระองค์ คือพระศาสนจักร การสมรสที่หมู่บ้านคานายังเป็นการยืนยันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของการสมรสคริสตชน ซึ่งพระคริสตเจ้าได้ยกขึ้นสู่ระดับศีลศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากไม่มีการกล่าวถึงนักบุญโยเซฟ บิดาเลี้ยงของพระคริสตเจ้าและพระภัสดาของพระนางมารีย์อีกเลยทั้งในที่นี้และในตอนอื่นของพระวรสาร จึงคาดการณ์ได้ว่านักบุญโยเซฟคงสิ้นชีวิตก่อนที่พระคริสตเจ้าจะทรงเริ่มพันธกิจสาธารณะของพระองค์
พระนางทรงเป็นพระมารดาของเราในเรื่องพระหรรษทาน
CCC ข้อ 967 จากความชิดสนิทกับพระประสงค์ของพระบิดา กับงานกอบกู้ของพระบุตรของพระนาง และกับการดลใจทุกประการของพระจิตเจ้า พระนางพรหมจารีมารีย์ทรงเป็นแบบอย่างของความเชื่อและความรักสำหรับพระศาสนจักร เพราะเหตุนี้ พระนางจึงทรงเป็น “ดังสมาชิกพิเศษที่โดดเด่นของพระศาสนจักร” และยังทรงเป็น “ตัวอย่างกำเนิดรูปแบบ” ของพระศาสนจักรอีกด้วย
CCC ข้อ 968 แต่ทว่าบทบาทที่พระนางมีต่อพระศาสนจักรและมวลมนุษยชาติยังแผ่กว้างยิ่งขึ้นอีก พระนาง “ได้ทรงร่วมงานของพระผู้ไถ่อย่างพิเศษสุดนี้ด้วยความเชื่อฟัง ความเชื่อ ความหวังและความรักที่ลุกโชติช่วง เพื่อนำวิญญาณกลับมารับชีวิตนิรันดรอีกครั้งหนึ่ง เพราะเหตุนี้พระนางจึงทรงเป็นพระมารดาของเราในด้านพระหรรษทาน”
CCC ข้อ 969 “การที่พระนางมารีย์ทรงเป็นพระมารดาของเราในแผนการพระหรรษทานนี้คงอยู่ตลอดไปไม่จบสิ้น นับตั้งแต่ที่พระนางทรงยอมรับแผนการของพระเจ้าด้วยความเชื่อเมื่อทูตสวรรค์มาแจ้งข่าว และยังคงยอมรับอย่างยึดมั่นต่อไปโดยไม่ลังเลพระทัยภายใต้ไม้กางเขน จวบจนถึงวาระที่ผู้รับเลือกสรรทุกคนจะได้รับชีวิตนิรันดร เมื่อพระนางทรงได้รับเกียรติยกสู่สวรรค์แล้วก็มิได้ทรงละบทบาทนี้ แต่ยังทรงวอนขอความต้องการพระหรรษทานต่างๆ สำหรับความรอดพ้นนิรันดรแทนเราต่อไป [...] เพราะเหตุนี้พระนางพรหมจารีจึงทรงได้รับเรียกขานให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในพระศาสนจักร เช่น ทนายผู้แก้ต่าง ผู้อุปถัมภ์ ผู้ช่วยเหลือคนกลาง”
CCC ข้อ 970 “บทบาทมารดาของพระนางมารีย์ต่อมนุษย์ไม่ทำให้การเป็นคนกลางเพียงคนเดียวของพระคริสตเจ้านี้เจือจางหรือลดน้อยลงเลย แต่ยิ่งแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะอิทธิพลของพระนางพรหมจารีต่อมนุษย์เกี่ยวกับความรอดพ้นนี้ [...] สืบเนื่องมาจากพระทัยดีของพระเจ้าและจากบุญกุศลล้นเหลือของพระคริสตเจ้า อิงอยู่กับการที่พระองค์ทรงเป็นคนกลางของมนุษย์กับพระเจ้าขึ้นอยู่กับการนี้โดยสิ้นเชิง และได้รับประสิทธิผลทั้งหมดมาจากการนี้ด้วย” “ไม่มีสิ่งสร้างใดจะเทียบเท่าพระวจนาตถ์และพระผู้ไถ่กู้ได้ แต่ทว่า เช่นเดียวกับที่บรรดาศาสนบริกรและประชากรผู้มีความเชื่อมีส่วนในสมณภาพของพระคริสตเจ้าได้ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน และเช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงหลั่งความดีของพระองค์ในบรรดาสิ่งสร้างอย่างแท้จริงด้วยวิธีการต่างๆฉันใด ความเป็นคนกลางแต่เพียงผู้เดียวของพระผู้ไถ่ก็ไม่ปฏิเสธ แต่กลับส่งเสริมให้บรรดาสิ่งสร้างได้ร่วมงานกันโดยมีส่วนร่วมด้วยวิธีการต่างๆ จากต้นธารหนึ่งเดียวกันนี้”
ความศรัทธาต่อพระนางพรหมจารี
CCC ข้อ 971 “ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข” (ลก 1:48) “ความเลื่อมใสศรัทธาของพระศาสนจักรต่อพระนางพรหมจารีมารีย์เกี่ยวข้องกับธรรมชาติเองของคารวกิจของคริสตชน” พระนางพรหมจารี “ได้รับความเคารพเป็นพิเศษจากพระศาสนจักร และนับตั้งแต่แรกเริ่มแล้วพระนางทรงได้รับความเคารพในตำแหน่ง ‘มารดาพระเจ้า’ และบรรดาผู้มีความเชื่อต่างพากันหลบมาขอความคุ้มครองของพระนางจากภยันตรายและในความต้องการต่างๆ [...] การแสดงคารวะเช่นนี้ [...] แม้จะเป็นการแสดงคารวะอย่างพิเศษ ก็ยังมีความแตกต่างในสาระสำคัญจากการแสดงคารวะต่อพระเจ้าที่พระศาสนจักรแสดงต่อพระวจนาตถ์ผู้ทรงรับสภาพมนุษย์ ต่อพระบิดา และต่อพระจิตเจ้า ที่การแสดงคารวะต่อพระนางมารีย์นี้ช่วยส่งเสริมอย่างมากด้วย” การแสดงคารวะเช่นนี้แสดงออกในการฉลองตามพิธีกรรมที่ถวายแด่พระมารดาของพระเจ้า และในบทภาวนาแด่พระนางมารีย์ เช่น การสวดสายประคำ ซึ่งเป็นเสมือน “การย่อความพระวรสารทั้งหมด”
พระนางมารีย์ – รูปภาพอันตกาลวิทยาของพระศาสนจักร
CCC ข้อ 972 หลังจากที่ได้กล่าวถึงต้นกำเนิด พันธกิจ และจุดหมายของพระศาสนจักรแล้ว เราคงไม่อาจกล่าวสรุปอย่างไรได้ดีกว่าหันมาหาพระนางมารีย์เพื่อพิจารณาในพระนางให้เห็นว่า พระศาสนจักรจะเป็นอย่างไรในสวรรค์บ้านแท้เมื่อเดินทางมาถึงสุดปลายแล้ว ที่นั่น พระนางที่พระศาสนจักรให้ความเคารพเป็นพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าและพระมารดาของตนกำลังรอคอยอยู่ “ในความสัมพันธ์ของผู้ศักดิ์สิทธิ์ทุกคน” “เพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระตรีเอกภาพศักดิ์สิทธิ์ยิ่งและแบ่งแยกไม่ได้” “ในระหว่างนั้น พระมารดาของพระเยซูเจ้าผู้ทรงรับพระสิริรุ่งโรจน์ในสวรรค์แล้วทั้งกายและวิญญาณทรงเป็นภาพลักษณ์และจุดเริ่มที่พระศาสนจักรจะบรรลุถึงความสมบูรณ์ในโลกหน้าแล้วฉันใด ในโลกนี้พระนางก็ทรงฉายแสงเจิดจ้าเป็นเสมือนเครื่องหมายถึงความหวังแน่นอนและความบรรเทาซึ่งประชากรของพระเจ้าที่กำลังเดินทางในโลกนี้มีอยู่จนกว่าวันขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะมาถึงด้วยฉันนั้น”
สรุป - พระนางมารีย์
CCC ข้อ 973 เมื่อพระนางมารีย์กล่าวตอบทูตสวรรค์ที่มาแจ้งข่าวแก่พระนางว่า “ขอให้เป็นไปเถิด” และเห็นด้วยกับพระธรรมล้ำลึกการรับสภาพมนุษย์ของพระวจนาตถ์นั้น พระนางก็ร่วมงานทั้งหมดกับพันธกิจที่ พระบุตรจะต้องปฏิบัติให้สำเร็จ พระนางทรงเป็นพระมารดาในทุกแห่งที่องค์พระผู้ไถ่และศีรษะของพระวรกายประทับอยู่
CCC ข้อ 974 เมื่อพระนางพรหมจารีมารีย์ทรงผ่านช่วงเวลาพระชนมชีพในโลกนี้แล้วทรงได้รับพระเกียรติยกขึ้นสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ ที่นั่นพระนางทรงร่วมพระสิริรุ่งโรจน์ของการกลับคืนพระชนมชีพของพระบุตรของพระนาง และเป็นประกันล่วงหน้าถึงการกลับคืนชีพของเราทุกคนที่เป็นส่วนประกอบพระกายทิพย์ของพระองค์
CCC ข้อ 975 “ข้าพเจ้าทั้งหลายเชื่อว่าพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเจ้า นางเอวาคนใหม่ มารดาของพระศาสนจักร บัดนี้ยังคงปฏิบัติภารกิจเยี่ยงมารดาเพื่อส่วนต่างๆ ของพระวรกายของพระคริสตเจ้าต่อไปในสวรรค์”
การสมรสในองค์พระผู้เป็นเจ้า
CCC ข้อ 1613 เมื่อพระเยซูเจ้ากำลังจะทรงเริ่มเทศนาสั่งสอนประชาชน ได้ทรงกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์ครั้งแรกของพระองค์ – ตามการวอนขอของพระมารดา – ในงานเลี้ยงฉลองงานสมรสครั้งหนึ่ง พระศาสนจักรให้ความสำคัญมากแก่การที่พระเยซูเจ้าประทับอยู่ในงานวิวาหมงคลที่หมู่บ้านคานา พระศาสนจักรเห็นว่าเหตุการณ์ที่นั่นเป็นการยืนยันถึงความดีของการสมรสและงานสมรสที่นั่นยังจะเป็นเครื่องหมายทรงประสิทธิภาพถึงการประทับอยู่ของพระคริสตเจ้าอีกด้วย
การอธิษฐานภาวนาของพระนางพรหมจารีมารีย์
CCC ข้อ 2618 พระวรสารเปิดเผยให้เราทราบว่าพระนางมารีย์ทรงอธิษฐานภาวนาและวอนขอแทนเราอย่างไร ที่หมู่บ้านคานา พระนางมารีย์วอนขอพระบุตรเพื่อความจำเป็นของการเลี้ยงงานแต่งงาน ซึ่งเป็นเครื่องหมายของอีกงานเลี้ยงหนึ่ง คือการเลี้ยงงานวิวาห์ของ “ลูกแกะ” ผู้ประทานพระกายและพระโลหิตของพระองค์เมื่อพระศาสนจักร เจ้าสาวของพระองค์ร้องขอ ในเวลาของพันธสัญญาใหม่ที่เชิงไม้กางเขน พระเจ้าทรงรับฟังพระนางมารีย์ในฐานะสตรี นางเอวาคนใหม่ “มารดาที่แท้จริงของผู้มีชีวิต”
ยน 2:3 เขาไม่มีเหล้าองุ่นแล้ว : พระนางมารีย์ได้แสดงถึงการเอาใจใส่และความเห็นใจต่อความสุขของงานเลี้ยงฉลอง ความใส่ใจเยี่ยงมารดาของพระนางยังคงมีต่อไปสำหรับทุกคนผ่านทางการเสนอวิงวอนอันทรงอำนาจของพระนาง ดังที่บทภาวนา โปรดระลึกเถิด ได้แสดงความศรัทธาต่อพระนางมารีย์ไว้ว่า “โปรดระลึกเถิด พระแม่มารีย์พรหมจารีผู้โอบอ้อมอารี แต่ไหนแต่ไรมายังไม่เคยได้ยินเลยว่า ผู้ที่มาพึ่งพา ขอความช่วยเหลือและความคุ้มครองจากพระแม่ จะถูกพระแม่ทอดทิ้ง ลูกมั่นใจดังนี้ จึงรีบมาเฝ้าพระมารดา พรหมจารีแห่งพรหมจารีทั้งหลาย ลูกเป็นคนบาปมาคร่ำครวญอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระแม่ ข้าแต่พระมารดาแห่งพระวจนาตถ์ โปรดอย่าเมินเฉยต่อวาจาของลูก แต่โปรดฟังและประทานตามที่ลูกวอนขอด้วยเทอญ อาแมน”
CCC ข้อ 2618 อ่านเพิ่มเติมที่ด้านบน (ยน 2:1-12)
ในความสัมพันธ์กับพระมารดาของพระเจ้า
CCC ข้อ 2677 “สันตะมารีย์ พระมารดาพระเจ้า โปรดภาวนาเพื่อลูกทั้งหลาย...” เรารู้สึกแปลกใจเหมือนนางเอลีซาเบธ “ทำไมพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า” (ลก 1:43) เพราะเหตุที่พระนางมารีย์ทรงให้พระเยซูพระบุตรของพระนางแก่เรา พระนางจึงเป็นพระมารดาพระเจ้าและพระมารดาของเรา เราจึงอาจฝากตัวเรา ความกังวลและความต้องการทุกอย่างของเราไว้กับพระนางและวอนขอได้ พระนางทรงวอนขอเพื่อเราเช่นเดียวกับเพื่อพระนางเอง “ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” (ลก 1:38) เราฝากตัวไว้กับคำวอนขอของพระนาง เรามอบตัวเราพร้อมกับพระนางไว้กับพระประสงค์ของพระเจ้า “พระประสงค์จงสำเร็จไปเถิด” “โปรดภาวนาเพื่อลูกทั้งหลายผู้เป็นคนบาป บัดนี้และเมื่อจะตายเทอญ” เมื่อวอนขอให้พระนางมารีย์ภาวนาเพื่อเรา เรายอมรับว่าเป็นคนบาปน่าสงสารและหันมาหา “พระมารดาผู้ทรงเมตตากรุณา” มาหาพระนางผู้ศักดิ์สิทธิ์อย่างสมบูรณ์ เราฝากตัวเราไว้กับพระนาง “บัดนี้” ในวันนี้ชีวิตของเรา ความวางใจของเรายังขยายออกไปอีกเพื่อมอบ “เวลาที่เราจะสิ้นใจ” แก่พระนาง ณ บัดนี้ด้วย ขอให้พระนางอยู่กับเราในเวลานั้น เหมือนกับที่ได้ทรงอยู่กับพระบุตรเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และขอให้พระนางทรงรับเราเหมือนกับเป็นมารดาของเรา และนำเราไปพบพระบุตรของพระนางในสวรรค์ด้วย
ยน 2:4 พระคริสตเจ้าตรัสตอบคำถามเชิงโวหารของพระมารดาว่า “ท่านต้องการสิ่งใด” การอ้างอิงถึง “เวลา” ของพระองค์ อันเป็นเวลาที่กำหนดสำหรับการทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์นั้นบ่งชี้ว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยพระองค์เองด้วยการทำอัศจรรย์ในงานสมรสนั้น อย่างไรก็ตาม “เวลา” ของพระองค์ก็มาถึงด้วยคำขอร้องของพระมารดาของพระองค์ การเริ่มต้นพันธกิจสาธารณะของพระองค์หมายถึงว่าการถูกปฏิเสธ ความทุกข์ทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ รวมทั้งความทุกข์ของพระนางมารีย์เองในการเป็นประจักษ์พยานถึงเหตุการณ์เหล่านี้กำลังใกล้เข้ามาแล้ว โดยการเรียกพระมารดาของพระองค์ว่า “หญิงเอ๋ย” พระคริสตเจ้าทรงต้องการอ้างอิงถึงบทบาทของพระนางในฐานะเอวาคนใหม่ (เทียบ ปฐก 3:15) ซึ่งการนอบน้อมต่อพระเจ้าของพระนางนั้นตรงกันข้ามกับความไม่เชื่อฟังของเอวา หลังจากนั้นขณะที่พระนางมารีย์ประทับยืนอยู่แทบเชิงกางเขน พระคริสตเจ้าตรัสกับพระนางอีกครั้งหนึ่งว่า “แม่”
พระนางทรงเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์กับพระบุตรของพระนาง
CCC ข้อ 964 บทบาทของพระนางมารีย์ต่อพระศาสนจักรนั้นแยกไม่ออกจากความสัมพันธ์ของพระนางกับพระคริสตเจ้า และยังสืบเนื่องมาจากความสัมพันธ์นี้ด้วย “ความสัมพันธ์นี้ของพระนางมารีย์กับพระบุตรในงานไถ่กู้เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่เวลาที่พระคริสตเจ้าทรงปฏิสนธิจากพระนางพรหมจารีจนถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์” ความสัมพันธ์นี้เห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษในเวลาที่ทรงรับทรมาน “พระนางพรหมจารียังทรงก้าวหน้าอยู่เสมอในวิถีทางแห่งความเชื่อ และทรงรักษาความสัมพันธ์ของพระนางกับพระบุตรไว้อย่างมั่นคงจนถึงไม้กางเขนที่ซึ่งพระนางทรงยืนอยู่ด้วยตามแผนการที่พระเจ้าทรงจัดไว้ (เทียบ ยน 19:25) ทรงร่วมทุกข์อย่างแสนสาหัสกับพระบุตรแต่องค์เดียวของพระนางและร่วมถวายตนด้วยจิตใจเยี่ยงมารดาเป็นบูชาร่วมกับพระบุตร เต็มพระทัยยอมถวายพระบุตรที่ทรงบังเกิดจากพระนางเป็นเครื่องบูชาด้วยความรัก และในที่สุดพระนางยังทรงรับเป็นมารดาของศิษย์ที่พระเยซูเจ้าซึ่งกำลังจะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนทรงมอบให้ด้วยพระวาจาที่ตรัสว่า “แม่ นี่คือลูกของแม่” (เทียบ ยน 19:26-27)”
CCC ข้อ 2618 อ่านเพิ่มเติมที่ด้านบน (ยน 2:1-12)
ยน 2:5 เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด : ในพระคัมภีร์มีการอ้างอิงถึงพระนางมารีย์ไม่มากนัก แต่ทุกพระวาจาของพระนางล้วนเต็มไปด้วยความหมายที่ยั่งยืนสำหรับคริสตชนทุกคน บทสอนของพระนางในการจัดสรรเหล้าองุ่นให้นี้เป็นหลักพื้นฐานสำหรับทุกคนที่ปรารถนาติดตามพระคริสตเจ้า
พระแม่มารีย์ – “ผู้เป็นสุขที่เชื่อ”
CCC ข้อ 148 พระนางพรหมจารีมารีย์ทรงทำให้การยอมรับความเชื่อเป็นจริงอย่างสมบูรณ์ที่สุด พระนางมารีย์ทรงรับข่าวสารและพระสัญญาที่ทูตสวรรค์กาเบรียลนำมาแจ้งให้ทราบด้วยความเชื่อ เพราะทรงเชื่อว่า “ไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้” (ลก 1:37) และทรงน้อมรับพระประสงค์ “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” (ลก 1:38) นางเอลีซาเบธก็ทักทายพระนางด้วยถ้อยคำว่า “เธอเป็นสุขที่เชื่อว่าพระวาจาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่เธอไว้จะเป็นจริง” (ลก 1:45) เพราะความเชื่อนี้เองชนทุกสมัยจะกล่าวว่าพระนางเป็นสุข
ในความสัมพันธ์กับพระมารดาของพระเจ้า
CCC ข้อ 2674 พระนางทรงตอบรับการแจ้งสารจากทูตสวรรค์ด้วยความเชื่อและยังทรงยึดมั่นโดยไม่ลังเลพระทัยที่เชิงไม้กางเขน การเป็นมารดาของพระนางมารีย์จึงแผ่ไปถึงบรรดาพี่น้องของพระบุตรที่ยังเดินทางโดยเสี่ยงอันตรายและประสบความยากลำบากอยู่ในโลกนี้ พระเยซูเจ้า คนกลาง (ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์) แต่ผู้เดียว ทรงเป็นหนทางการอธิษฐานภาวนาของเรา พระนางมารีย์ พระมารดาของพระองค์และของเรา ทรงทำให้เราเห็นภาพของพระองค์อย่างชัดเจน พระนาง “ทรงแสดงหนทาง” (hodigitria) ทรงเป็น “ป้ายชี้ทาง” ของพระองค์ตามธรรมประเพณีภาพวาดของพระศาสนจักรทั้งตะวันออกและตะวันตก
ยน 2:10 เหล้าองุ่นอย่างดี : การเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล่าองุ่นนี้มีความหมายหลากหลาย ในแง่หนึ่ง บทสอนที่ได้จากอัศจรรย์นี้บ่งบอกถึงความสำคัญของการมอบสิ่งดีที่สุดเพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า ดังที่เห็นได้จากคุณภาพอันดีเลิศของเหล้าองุ่น ซึ่งในความหมายหนึ่งยังเป็นภาพลักษณ์ล่วงหน้าถึงพิธีบูชาขอบพระคุณ ที่ซึ่งเหล้าองุ่นกลายเป็นพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า ซึ่งเป็น “เหล้าองุ่นใหม่” ของงานวิวาห์แห่งสวรรค์ นอกนั้นยังเป็นการประกาศว่าในอีกไม่ช้าพระคริสตเจ้าจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์และจะทรงเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาใหม่ ซึ่งจะสำเร็จไปและจะอยู่เหนือพันธสัญญาเดิมระหว่างพระเจ้าและชาวอิสราเอล
เครื่องหมายขนมปังและเหล้าองุ่น
CCC ข้อ 1335 อัศจรรย์การทวีขนมปัง เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงถวายพระพร บิขนมปังและทรงให้บรรดาศิษย์นำไปแจกเพื่อเลี้ยงประชาชนนั้น เป็นภาพล่วงหน้าของความอุดมสมบูรณ์ของขนมปังศีลมหาสนิทหนึ่งเดียวของพระองค์นี้ เครื่องหมายอัศจรรย์ที่ทรงเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่นที่หมู่บ้านคานาก็ประกาศถึงการรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเยซูเจ้าแล้ว เครื่องหมายอัศจรรย์นี้แสดงถึงความสำเร็จเป็นจริงอย่างสมบูรณ์ของงานเลี้ยงวิวาห์มงคลในพระอาณาจักรของพระบิดา ในงานเลี้ยงนี้บรรดาผู้มีความเชื่อจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่ที่เปลี่ยนเป็นพระโลหิตของพระคริสตเจ้าแล้ว
(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel
Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......
Who We AreWhat We EelieveWhat We Do
2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.