Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

รำพึงพระวาจาประจำวัน จันทร์ สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา

บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 3:1-8)            

เวลานั้น ชายคนหนึ่งจากกลุ่มชาวฟาริสีชื่อนิโคเดมัส เป็นหัวหน้าคนหนึ่งของชาวยิว เขามาเฝ้าพระเยซูเจ้าตอนกลางคืน ทูลว่า “รับบี พวกเรารู้ว่า ท่านเป็นอาจารย์ที่มาจากพระเจ้า เพราะไม่มีใครทำเครื่องหมายอัศจรรย์อย่างที่ท่านทำได้ นอกจากพระเจ้าจะสถิตกับเขา” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่าไม่มีใครเห็นพระอาณาจักรของพระเจ้า ถ้าเขาไม่ได้เกิดใหม่” นิโคเดมัสทูลถามว่า “คนชราแล้วจะเกิดใหม่ได้อย่างไรกัน เขาจะเข้าไปในครรภ์มารดาอีกครั้งหนึ่ง แล้วเกิดใหม่ได้หรือ” พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่าไม่มีใครเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าถ้าเขาไม่เกิดจากน้ำและพระจิตเจ้า สิ่งใดที่เกิดจากเนื้อหนังย่อมเป็นเนื้อหนังสิ่งใดที่เกิดจากพระจิตเจ้า ย่อมเป็นจิต อย่าประหลาดใจถ้าเราบอกท่านว่า ท่านทั้งหลายจำเป็นต้องเกิดใหม่จากเบื้องบน ลมย่อมพัดไปในที่ที่ลมต้องการ ท่านได้ยินเสียงลมพัดแต่ไม่รู้ว่า ลมพัดมาจากไหน และจะพัดไปไหน ทุกคนที่เกิดจากพระจิตเจ้าก็เป็นเช่นนี้” 


ยน 3:1-21 นิโคเดมัสได้ศึกษาเรื่องกฎหมายของโมเสสและเป็นสมาชิกของสภาซันเฮดริน ซึ่งเป็นสภาสูงของชาวยิว เขาไปพบพระคริสตเจ้าในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ผู้นำชาวยิวรับรู้ เนื่องจากพวกเขามีความสงสัยในพระคริสตเจ้าแล้ว เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องสังเกตว่านิโคเดมัสซึ่งเป็นผู้สอนศาสนาเรียกพระคริสตเจ้าด้วยคำว่า “ รับบี” ซึ่งคำนี้หมายถึง อาจารย์

พระเยซูเจ้าและธรรมบัญญัติ

CCC ข้อ 581 ประชาชนชาวยิวและผู้นำทางจิตใจของเขาเห็นว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นเพียง “อาจารย์” (รับบี) คนหนึ่ง หลายครั้งพระเยซูเจ้าเองก็ทรงใช้เหตุผลในกรอบการอธิบายธรรมบัญญัติในรูปแบบของบรรดาธรรมาจารย์ด้วย แต่ในขณะเดียวกันพระเยซูเจ้าก็จำเป็นต้องขัดแย้งกับบรรดานักกฎหมายเหล่านี้ เพราะพระองค์ไม่ทรงจำกัดวิธีที่ทรงอธิบายพระคัมภีร์อยู่ในขอบเขตการอธิบายของพวกเขา “เพราะพระองค์ทรงสอนเขาอย่างผู้มีอำนาจ ไม่ใช่สอนเหมือนบรรดาธรรมาจารย์ของเขา” (มธ 7:29) ในพระองค์  พระวาจาเดียวกันที่ดังก้องบนภูเขาซีนายเพื่อประทานธรรมบัญญัติให้โมเสสบันทึกไว้ แสดงตัวอีกครั้งหนึ่งให้ประชาชนได้ยินบนภูเขาที่ทรงเทศน์สอนเรื่องความสุขแท้ พระวาจานี้ไม่ได้ลบล้างธรรมบัญญัติ แต่ปรับปรุงให้สมบูรณ์โดยใช้พระวาจาของพระเจ้าให้คำอธิบายขั้นสุดท้าย “ท่านได้ยินคำกล่าวแก่คนโบราณว่า […] แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่า...” (มธ 5:33-34) พระองค์ยังทรงใช้อำนาจของพระเจ้าเช่นเดียวกันเพื่อลบล้าง “ธรรมเนียมของมนุษย์” ซึ่งทำให้พระวาจาของพระเจ้าเป็นโมฆะ


ยน 3:3  เกิดใหม่ : ในภาษากรีก คำว่า Anothen แปลว่า “อีกครั้งหนึ่ง” ซึ่งอาจแปลได้สองความหมายคือ “อีกครั้ง” และ “จากเบื้องบน” พระคริสตเจ้าทรงแนะนำนิโคเดมัสเกี่ยวกับการเกิดใหม่ฝ่ายจิตในชีวิตเดิมของเขา ชีวิตใหม่นี้ทำให้เราเป็นบุตรของพระเจ้าโดยทางพระหรรษทานศักดิ์สิทธิกร

พระธรรมล้ำลึกการสมภพ

CCC ข้อ 526 “การกลับเป็นเด็ก” ในความสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นเงื่อนไขเพื่อจะเข้าพระอาณาจักรได้ เพื่อจะทำเช่นนี้ได้ จึงจำเป็นต้องถ่อมตน กลายเป็นคนไม่มีความสำคัญ ยิ่งกว่านั้นยังจำเป็นต้อง “เกิดใหม่” (ยน 3:7) คือเกิดจากพระเจ้า เพื่อใครคนหนึ่งจะเป็นบุตรของพระเจ้าได้ พระธรรมล้ำลึกการสมภพของพระคริสตเจ้าจะสำเร็จสมบูรณ์ก็เมื่อพระคริสตเจ้า “จะปรากฏอยู่ในเราอย่างชัดเจน” การสมภพของพระเยซูเจ้าจึงเป็นพระธรรมล้ำลึกแห่ง “การแลกเปลี่ยนน่าพิศวง” นี้ “การแลกเปลี่ยนเช่นนี้น่าพิศวงจริง พระผู้เนรมิตสร้างมนุษยชาติทรงรับร่างกายที่มีชีวิตมาบังเกิดจากพระนางพรหมจารี และเมื่อทรงถ่อมพระองค์สมภพเป็นมนุษย์ พระองค์ก็ประทานพระเทวภาพของพระองค์ให้แก่เรา”

พระเยซูเจ้าและความเชื่อของอิสราเอลในพระเจ้าและพระผู้ไถ่กู้หนึ่งเดียว

CCC ข้อ 591 พระเยซูเจ้าทรงขอให้ผู้นำศาสนาที่กรุงเยรูซาเล็มเชื่อในพระองค์เพราะกิจการของพระบิดาที่พระองค์ทรงกระทำ แต่การแสดงความเชื่อเช่นนี้จำเป็นต้องผ่านการตายอย่างลึกลับต่อตนเองข้ามไปรับ “การเกิดใหม่จากเบื้องบน” โดยการชักนำของพระหรรษทานจากพระเจ้า การที่ทรงเรียกร้องเช่นนี้ให้กลับใจเมื่อเห็นว่าพระสัญญาสำเร็จเป็นจริงแล้วอย่างน่าพิศวงช่วยให้เราเข้าใจว่าสภาซันเฮดรินเข้าใจผิดที่คิดว่าพระเยซูเจ้าทรงดูหมิ่นพระเจ้า จึงสมควรต้องตาย สมาชิกของสภานี้จึงทำไปทั้งด้วยความไม่รู้ และด้วยความไม่เชื่อที่ทำให้ตาบอด


ยน 3:5 เกิดจากน้ำและพระจิตเจ้า : พระคริสตเจ้าทรงยืนยันถึงความจำเป็นของการรับพิธีล้างบาปแบบใหม่ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้สถาปนาขึ้น ซึ่งไม่ใช่พิธีล้างของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง ซึ่งเป็นดังสัญลักษณ์ของการกลับใจเท่านั้น แต่เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทำให้ผู้รับได้เกิดในชีวิตใหม่และได้รับการอภัยบาป รวมทั้งได้รับพระหรรษทานศักดิ์สิทธิกรด้วย ไม่มีใครเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า : ศีลล้างบาปเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับความรอดพ้น ด้วยเหตุนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงมอบหมายภารกิจให้บรรดาผู้ติดตามของพระองค์ไปเทศน์สอนและโปรดศีลล้างบาปให้กับชนทุกชาติ ถึงแม้ว่าพระศาสนจักรทราบดีว่าไม่มีหนทางอื่นใดที่จะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์ได้ แต่ก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้ศีลล้างบาปสามารถรอดพ้นได้ด้วย พระศาสนจักรยอมรับเรื่อง “การรับศีลล้างบาปด้วยความปรารถนา” สำหรับผู้ที่มีความเชื่อและกลับใจก่อนที่จะได้รับศีลล้างบาป และการ “รับศีลล้างบาปด้วยเลือด” สำหรับผู้ที่ยอมสละชีวิตเพื่อยืนยันความเชื่อในพระคริสตเจ้า นอกจากนี้พระศาสนจักรยังตระหนักถึงความเป็นไปได้ของความรอดพ้นสำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสได้รับข่าวสารของพระคริสตเจ้า แต่ได้ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างจริงใจตามความเข้าใจของพวกเขา

พระนามเฉพาะของพระจิตเจ้า

CCC ข้อ 691 “พระจิตเจ้า” (แปลตามตัวอักษรว่า “จิตศักดิ์สิทธิ์”) เป็นพระนามเฉพาะของพระผู้ที่เรานมัสการและถวายสักการะร่วมกับพระบิดาและพระบุตร พระศาสนจักรได้รับพระนามนี้มาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าและประกาศพระนามนี้ในพิธีศีลล้างบาปของสมาชิกซึ่งเป็นเสมือนบุตรของตนที่เกิดใหม่อาศัยศีลล้างบาป คำว่า “จิต” แปลคำภาษาฮีบรูว่า Ruah ซึ่งมีความหมายแรกว่า “ลม” “อากาศ” หรือ “ลมหายใจ” พระเยซูเจ้าทรงใช้ภาพของ “ลม” ที่เราสัมผัสได้นี้เพื่อสอนนีโคเดมัสถึงความใหม่เหนือธรรมชาติของพระองค์ผู้ทรงเป็นพระปราณของพระเจ้าโดยเฉพาะ เป็น “พระจิต” ของพระเจ้า ในอีกด้านหนึ่ง ทั้ง “จิต” และ “ศักดิ์สิทธิ์” ล้วนเป็นคุณลักษณะที่ทั้งสามพระบุคคลของพระเจ้าทรงมีร่วมกัน แต่เมื่อพระคัมภีร์ พิธีกรรม และบทความทางเทววิทยารวมสองคำนี้ไว้ด้วยกัน ก็หมายความถึงพระบุคคลของพระจิตเจ้า (ตามตัวอักษร “จิตศักดิ์สิทธิ์”) โดยไม่มีโอกาสจะสับสนกับการใช้คำว่า “จิต” และ “ศักดิ์สิทธิ์” กับการใช้ในสำนวนอื่นๆ เลย

ศีลนี้มีชื่อเรียกอย่างไร

CCC ข้อ 1215   ศีลนี้ยังมีชื่ออีกว่า “การชำระล้างที่ทำให้เราเกิดใหม่และได้รับการฟื้นฟูโดยพระจิตเจ้า” (ทต 3:5) เพราะยังหมายถึงและทำให้มีการบังเกิดจากน้ำและพระจิตเจ้า ถ้าไม่มีการบังเกิดใหม่นี้แล้วก็ไม่มีผู้ใด “อาจเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าได้” (ยน 3:5)

พิธีล้างของพระคริสตเจ้า

CCC ข้อ 1225 ในการฉลองปัสกาของพระองค์ พระคริสตเจ้าทรงเปิดธารแห่งศีลล้างบาปแก่มนุษย์ทุกคน อันที่จริง ก่อนที่จะทรงรับทรมานที่กรุงเยรูซาเล็มแล้ว พระองค์ทรงกล่าวถึงพระทรมานนี้ว่าเป็น “พิธีล้าง” ที่จะทรงรับในไม่ช้า พระโลหิตและน้ำที่ออกมาจากด้านข้างพระวรกายที่เปิดอยู่ของพระเยซูเจ้าผู้ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขนก็เป็นรูปแบบของศีลล้างบาปและศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์ที่ประทานชีวิตใหม่ให้เรา หลังจากนี้มนุษย์จึงอาจบังเกิด “จากน้ำและพระจิตเจ้า” เพื่อเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าได้ (ยน 3:5) “เมื่อท่านรับศีลล้างบาป จงดูเถิดว่าศีลล้างบาปนี้มาจากไหนถ้าไม่ใช่จากไม้กางเขนของพระคริสตเจ้า จากการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า พระธรรมล้ำลึกทั้งหมดอยู่ที่นั่น เพราะพระองค์ทรงรับทรมานเพื่อท่าน ท่านได้รับการไถ่กู้ในพระองค์ ท่านได้รับความรอดพ้นในพระองค์”

การอธิบายความหมายขั้นตอนต่างๆ ของพิธีกรรม

CCC ข้อ 1238 ต่อจากนั้นมีการเสกน้ำศีลล้างบาปด้วยบทภาวนาอัญเชิญพระจิตเจ้า (ในขณะนั้นเองหรือในพิธีตื่นเฝ้าปัสกา) พระศาสนจักรทูลวอนขอจากพระเจ้าให้พระอานุภาพของพระจิตเจ้าลงมาเหนือน้ำนี้เดชะพระบุตร เพื่อว่าผู้ที่จะรับศีลล้างบาปในน้ำนี้จะได้เกิด “จากน้ำและพระจิตเจ้า” (ยน 3:5)

ความจำเป็นของศีลล้างบาป

CCC ข้อ 1257 องค์พระผู้เป็นเจ้าเองทรงยืนยันว่าศีลล้างบาปจำเป็นสำหรับความรอดพ้น พระองค์ยังประทานพระบัญชาให้บรรดาศิษย์ไปประกาศข่าวดีและล้างบาปแก่ชนทุกชาติ ศีลล้างบาปจำเป็นสำหรับผู้ที่ได้รับฟังการประกาศพระวรสารแล้วและมีโอกาสที่จะขอรับศีลนี้ พระศาสนจักรไม่รู้จักวิธีการอื่นเพื่อจะเข้าไปรับความสุขนิรันดรได้อย่างมั่นใจนอกจากโดยศีลล้างบาป ดังนั้น พระศาสนจักรจึงระวังที่จะไม่ละเลยพันธกิจที่ได้รับมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อทำให้ทุกคนที่อาจรับศีลล้างบาปได้เกิดใหม่ “จากน้ำและพระจิตเจ้า” พระเจ้าทรงผูกมัดความรอดพ้นไว้กับศีลล้างบาป แต่พระองค์ไม่ทรงถูกผูกมัดโดยศีลศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์

CCC ข้อ 1258 นับตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว พระศาสนจักรมีความเชื่อมั่นว่าผู้ที่ถูกฆ่าตายเพราะความเชื่อโดยที่ยังไม่ได้รับศีลล้างบาป ก็ได้รับศีลล้างบาปด้วยความตายของตนเพื่อพระคริสตเจ้า การล้างบาปด้วยโลหิตเช่นนี้เป็นเสมือนความปรารถนาที่จะรับศีลล้างบาป ให้ผลของศีลล้างบาปทั้งๆ ที่ไม่ใช่ศีลล้างบาปจริงๆ

CCC ข้อ 1259 สำหรับคริสตชนสำรอง (ผู้เรียนคำสอนเตรียมตัวรับศีลล้างบาป) ที่สิ้นชีวิตก่อนจะรับศีลล้างบาป ความปรารถนาชัดเจนของเขาที่จะรับศีลนี้พร้อมกับการเป็นทุกข์กลับใจจากบาปของตน รวมทั้งความรัก นำความรอดพ้นที่เขาไม่อาจรับโดยศีลศักดิ์สิทธิ์มาให้เขา

CCC ข้อ 1260  “เนื่องจากว่าพระคริสตเจ้าทรงสิ้นพระชนม์เพื่อทุกคน และมนุษย์ทุกคนได้รับเรียกไปสู่จุดหมายสุดท้ายเดียวกัน นั่นคือไปพบพระเจ้า เราจึงต้องคิดว่าพระจิตเจ้าประทานโอกาสให้ทุกคนที่เพิ่งมารู้จักพระเจ้าได้เข้ามาร่วมมีส่วนพระธรรมล้ำลึกปัสกานี้ด้วย” มนุษย์คนใดไม่ว่าที่ไม่รู้จักข่าวดีของพระคริสตเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์ แต่ก็ยังแสวงหาความจริงและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าตามความรู้ของตนก็อาจรับความรอดพ้นได้ด้วย เราอาจกล่าวได้ว่าบุคคลเช่นนี้คงจะปรารถนารับศีลล้างบาปอย่างเปิดเผย ถ้าได้รู้ว่าจำเป็นต้องรับศีลนี้

ปัสกาสุดท้ายของคริสตชน

CCC ข้อ 1682 สำหรับคริสตชน วันตาย ในจุดจบชีวิตศีลศักดิ์สิทธิ์ของเขา เป็นการเริ่มต้นความสมบูรณ์ของการเกิดใหม่ของเขาที่เริ่มขึ้นในศีลล้างบาป เป็น “ความเหมือน” อย่างเด็ดขาดกับ “ภาพลักษณ์ของพระบุตร” ที่เขาได้รับอาศัยการเจิมของพระจิตเจ้าและเป็นการร่วมโต๊ะงานเลี้ยงแห่งพระอาณาจักร ซึ่งเคยถูกเกริ่นไว้แล้วในศีลมหาสนิท แม้ว่าเขายังต้องการการชำระครั้งสุดท้ายซึ่งจำเป็นเพื่อจะสวมเสื้องานวิวาห์มงคลอยู่อีกก็ตาม


ยน 3:6 เกิดจากเนื้อหนัง... ย่อมเป็นจิต : เนื้อหนังมาจากโลกนี้ ส่วนจิตนั้นอยู่ในระดับเหนือธรรมชาติ การเกิดครั้งแรกมาจากกระบวนการทางธรรมชาติ ในขณะที่การเกิดใหม่มาจากพระเจ้า การชำระให้บริสุทธิ์จากบาปและการได้รับชีวิตเหนือธรรมชาติเป็นผลหลักสองประการของศีลล้างบาป

CCC ข้อ 526 อ่านเพิ่มเติมด้านบน (ยน 3:3) 

พระหรรษทานของศีลล้างบาป

CCC ข้อ 1262 เราเข้าใจผลต่างๆ ของศีลล้างบาปได้จากองค์ประกอบต่างๆ ที่สัมผัสได้ของจารีตพิธีศีลล้างบาปการจุ่มตัวลงไปในน้ำเป็นสัญลักษณ์หมายถึงความตายและการชำระ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์หมายถึงการเกิดใหม่และการฟื้นฟูอีกด้วย ดังนั้น ผลสำคัญสองประการของศีลล้างบาปจึงได้แก่การชำระบาปและการเกิดใหม่ในพระจิตเจ้า


ยน 3:8 จิต เป็นเสมือนลมที่เราสามารถสัมผัสถึงผลที่มีอยู่ได้ และสามารถทราบว่ามีอยู่จริงได้โดยไม่ต้องมองเห็น ในภาษาฮียรู คำว่า “Ruah” หมายถึง จิต และตามตัวอักษรยังหมายถึง “ลม” อีกด้วย

พระเยซูคริสตเจ้า

CCC ข้อ 728 พระเยซูเจ้ามิได้ทรงเปิดเผยเรื่องพระจิตเจ้าเต็มที่จนกระทั่งพระองค์ทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์โดยการสิ้นพระชนม์และทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วเท่านั้น ถึงกระนั้นพระองค์ก็ทรงกล่าวพาดพิงถึงพระจิตเจ้าบ้างแล้วเมื่อตรัสสอนประชาชน เมื่อทรงเปิดเผยว่าพระกายของพระองค์เป็นอาหารเพื่อชีวิตในอนาคตของโลก พระองค์ยังตรัสพาดพิงถึงพระจิตเจ้าด้วยกับนิโคเดมัส กับหญิงชาวสะมาเรีย และกับประชาชนที่มาร่วมฉลองเทศกาลอยู่เพิงพร้อมกับพระองค์ พระองค์ตรัสอย่างเปิดเผยแก่บรรดาศิษย์เมื่อตรัสเกี่ยวกับการอธิษฐานภาวนา และการเป็นพยานที่พวกเขาจะต้องแสดงถึงพระองค์

ศีลกำลังในแผนการความรอดพ้น

CCC ข้อ 1287 ความสมบูรณ์ของพระจิตเจ้าเช่นนี้ต้องไม่คงอยู่เพียงกับพระเมสสิยาห์เท่านั้น แต่ต้องแบ่งปันกับประชากรทั้งหมดของพระเมสสิยาห์ด้วย พระคริสตเจ้าทรงสัญญาถึงการหลั่งของพระจิตเจ้านี้หลายครั้ง และทรงทำให้พระสัญญานี้สำเร็จเป็นครั้งแรกในวันปัสกา หลังจากนั้นในวันเปนเตกอสเตด้วยวิธีการที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น บรรดาอัครสาวกซึ่งได้รับพระจิตเจ้าอย่างเต็มเปี่ยมเริ่มประกาศ “กิจการยิ่งใหญ่ของพระเจ้า” (กจ 2:11) และเปโตรก็ประกาศว่าการหลั่งพระจิตเจ้าลงมานี้เป็นเครื่องหมายของเวลาของพระเมสสิยาห์ ผู้ที่ขณะนั้นมีความเชื่อต่อการประกาศเทศน์สอนของบรรดาอัครสาวกรับศีลล้างบาป ก็ได้รับพระพรของพระจิตเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน

อารมณ์และศีลธรรมในชีวิต

CCC ข้อ 1769 ในชีวิตคริสตชน พระจิตเจ้าทรงทำงานโดยทรงขับเคลื่อนบุคลิกของเขาทั้งหมด รวมทั้งความยากลำบาก ความกลัวและความโศกเศร้าของเขา เช่นเดียวกับที่เราเห็นเมื่อพระคริสตเจ้าทรงเป็นทุกข์โศกเศร้าในสวนเกทเสมนี ในพระคริสตเจ้า อารมณ์ความรู้สึกประสามนุษย์บรรลุความบริบูรณ์ได้ในความรักและความสุขของพระเจ้า

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)  

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help