ภาวนาเป็นหมู่คณะ – แบบนักบุญเบเนดิกต์

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

13. ภาวนาเป็นหมู่คณะ – แบบนักบุญเบเนดิกต์
    บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่าการภาวนาเป็นประสบการณ์อันสันโดษ เป็นสิ่งที่เราทำตามลำพังโดยไม่มีใครเห็น เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เป็นความจริงที่เราไม่เคยภาวนาตามลำพัง คนหลายล้านคนกำลังภาวนาในทุกนาที และการภาวนาของเราเป็นเพียงหยดหนึ่งของแม่น้ำแห่งการภาวนาอันกว้างใหญ่ ซึ่งไหลไปหาพระเจ้าตลอดเวลา แม้ในเวลาที่เราภาวนาเงียบ ๆ ในห้องส่วนตัว เราก็กำลังภาวนาร่วมกับคนอื่น ๆ จำนวนมากที่กำลังภาวนาอยู่ทั่วโลก

    และขณะที่เราพูดเรื่องนี้ ขอให้เรายกระดับเดิมพันของเราให้สูงขึ้นอีก เรากำลังรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับชาวสวรรค์ด้วย คนเหล่านี้มีความสุขกับการสรรเสริญพระเจ้า และชื่นชมการประทับอยู่ของพระองค์ตลอดเวลา ถ้าบางครั้ง เรารู้สึกว่าเราเป็นเพียงหนึ่งในผู้มีความเชื่อไม่กี่คนที่กำลังวิ่งแข่งในสนามประลองฝ่ายจิต ขอให้จำไว้เถิดว่า สนามกีฬานั้นแน่นขนัดไปด้วยนักบุญทั้งหลายจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังส่งเสียงเชียร์เรา การภาวนาเป็นกิจกรรมของหมู่คณะเสมอ และการภาวนาของเราก็เป็นเพียงเสียงเล็ก ๆ ในคณะนักขับร้องที่ประสานเสียงกันสรรเสริญ และเสนอวิงวอนดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์
    นี่คือหนึ่งในหลายสิ่งที่คณะนักบวชเตือนใจเราให้ระลึกถึง นักบวชชายหญิงร่วมกันภาวนาเพื่อโลก และแทนชาวโลก และทำให้เราทั้งหลายมีหมอนนุ่ม ๆ แห่งคำภาวนารองรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ นักบวชเหล่านี้มารวมตัวกันสวดภาวนาหก หรือเจ็ดครั้งในแต่ละวัน นักบวชเหล่านี้ทำงานอื่น ๆ ด้วยแน่นอน เช่น ให้ที่พักพิง เป็นที่หลบภัย และให้คำแนะนำฝ่ายจิต แต่งานหลักของพวกเขาคือการภาวนา นี่คืองานที่เขาทำ และเขาทำงานนี้ร่วมกัน
    และนี่คือบทเรียนเบื้องต้นของเรา คือ คริสตชนที่พยายามบินเดี่ยวมักเครื่องตก เขาออกเดินทางเพื่อโจมตีสวรรค์ด้วยตนเอง แต่มักควงสว่านลงมาเพราะถูกเผาจากแสงอาทิตย์ และความจองหองฝ่ายจิตของตนเอง ศาสนาคริสต์รู้มาโดยตลอดว่าเราต้องการกันและกันในการเดินทางที่อันตรายและอันยาวนานเช่นนี้นี้ และเราต้องรับผิดชอบกันและกัน ดังนั้น ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม คริสตชนจึงมารวมตัวกันเป็นชุมชน สถานที่แรกคือทะเลทรายของอัฟริกาเหนือ จากนั้น ก็ในอารามที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้แรงบันดาลใจของนักบุญเบเนดิกต์ และต่อมาในชุมชนอื่น ๆ ที่เกิดตามมา เช่น คณะฤาษี Cistercianฟ และคณะฟรังซิสกัน แม้แต่ในยุคปัจจุบันก็มีชุมชนใหม่ที่แสวงหาวิธีแสดงออกถึงชีวิตหมู่คณะร่วมสมัย เช่น ที่ไอโอนา (สก็อตแลนด์) และที่เทเซ่ (ฝรั่งเศส)
    และแน่นอน ชุมชนคริสตชนในรูปแบบที่แพร่หลายมากที่สุดซึ่งกระจายตัวอยู่ในทุกภาคของโลก คือ พระศาสนจักรท้องถิ่น ที่ซึ่งคุณค่าของพระอาณาจักรของพระเจ้าถูกทดสอบอยู่ทุกวัน พระศาสนจักรท้องถิ่นเป็นสถานที่ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ความสำคัญของการภาวนา และกฎข้อแรกของการเดินทางฝ่ายจิต นั่นคือ เราทุกคนต้องเดินทางด้วยกัน

คำถาม
    คุณมองว่าตัวคุณเป็นผู้มีความเชื่อคนหนึ่ง ที่บางครั้งก็เข้าร่วมกิจกรรมกับผู้มีความเชื่อคนอื่น หรือคุณเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวผู้มีความเชื่อ ที่บางครั้งก็ทำงานตามลำพัง

ลองทำดู
•    อาหารหลักฝ่ายจิตของชุมชนนักบวช คือการภาวนาเป็นหมู่คณะที่เรียกว่า “การทำวัตร” การภาวนาเวลาเช้า และค่ำของพระศาสนจักรแองกลิกัน เป็นรูปแบบที่เหลืออยู่ของการทำวัตรวันละเจ็ดครั้งของคณะนักพรตในอาราม ลองสวดบททำวัตรเป็นเวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ (กลับไปอ่านบทที่ 8 “จัดเวลาเป็นพิเศษสำหรับภาวนา” อีกครั้งหนึ่ง) ต้องใช้เวลาก่อนที่คุณจะเคยชินกับจังหวะของการสวดทำวัตร และเข้าใจจุดเด่นของการภาวนารูปแบบนี้ ซึ่งหนึ่งในข้อดีก็คือ คุณรู้ตัวว่าคุณกำลังภาวนาพร้อมกับคนอื่น ๆ นับจำนวนไม่ถ้วน โดยใช้บทอ่าน และบทภาวนาเดียวกันสำหรับวันนั้น
•    ถามตัวคุณเองด้วยคำถามต่อไปนี้เกี่ยวกับวัดของคุณ
1.    อะไรคือ “วัฒนธรรมการภาวนา” ของวัดนี้ – คนในชุมชน วัดแห่งนี้ภาวนากันอย่างไร
2.    หัวใจฝ่ายจิตของวัดอยู่ที่ไหน – การภาวนาอย่างจริงจังกระทำกันที่ใด
เมื่อทราบแล้ว ให้เข้าร่วมสวดภาวนาด้วย (อาจมีประโยชน์ที่จะถามพระสงฆ์ด้วยคำถามเหล่านี้)
•    ช่วยวัดของคุณให้เห็นความสำคัญของการภาวนาเป็นกลุ่มมากขึ้น เช่น สนับสนุนกิจกรรมต่อไปนี้ คุณทำเช่นนี้ไม่ได้ด้วยตัวคุณเองตามลำพัง แต่คุณสามารถถามไถ่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ สนับสนุนให้ผู้อื่นทำ และเสนอตัวช่วยเหลือ วัดของคุณสามารถทำกิจกรรมต่อไปนี้ได้
1.    ก่อตั้งกลุ่มภาวนา – โดยใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ใช้จินตนาการในการนำสวด และใช้วิธีการที่หลากหลาย
2.    เสนอวิงวอนเพื่อผู้อื่นระหว่างพิธีมิสซา และจัดอบรมเกี่ยวกับการเสนอวิงวอน
3.    จัดกลุ่มส่งเสริมการค้นหาพระคริสตเจ้าในการภาวนาเงียบ ๆ โดยทำเป็นกิจกรรมระยะสั้น หรือจัดกลุ่มสวดภาวนาเพื่อความยุติธรรมในสังคม หรือการภาวนาโดยใช้ศิลปะสร้างสรรค์ (ดูบทที่ 14)
4.    ก่อตั้ง “ห่วงโซ่ภาวนา” เมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์ที่ต้องการคำภาวนา ให้เริ่มกระบวนการห่วงโซ่ภาวนา โดยให้สมาชิกคนหนึ่งโทรศัพท์บอกสมาชิกที่อยู่ในรายชื่อในอันดับถัดไป จนกระทั่งคนทั้งกลุ่มเข้าร่วมในกระบวนการนี้
5.    จัดห้องภาวนาขึ้นในวัด ห้องโถง หรือที่อื่นเป็นเวลาสักหนึ่งสัปดาห์ หรือระหว่างเทศกาลมหาพรต ระหว่างนั้น ให้จัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการภาวนา เช่น สิ่งของสวยงาม รูปเคารพ เก้าอี้สำหรับนั่งภาวนา หนังสือ งานศิลปะ จัดให้สถานที่นี้เป็น “ศูนย์แวะเยือน” เพื่อภาวนา
6.    จัดกิจกรรมสวดภาวนาภาคเย็น โดยใช้การภาวนารูปแบบต่าง ๆ เช่น เทเซ่ ไอโอนา กลุ่มพระจิตเจ้า หรือ พิธีนมัสการแบบอื่น และกำหนดวันที่ไม่ซ้ำกันในสัปดาห์ คนทั่วไปอยากให้มีพิธีนมัสการพระเจ้าในรูปแบบที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการมากขึ้น และวันอาทิตย์ไม่ใช่คืนเดียวที่พวกเขาต้องการไปนมัสการพระเจ้า
7.    ลองสอบถามความต้องการของผู้ที่มาวัด โดยตั้งคำถามว่าเขาต้องการอะไรเพื่อช่วยให้เขาภาวนา วิธีง่ายที่สุดคือ แจกกระดาษแข็งให้คนละแผ่น ให้เขียนด้านหนึ่งว่าวัดช่วยอะไรเขาบ้างในการภาวนาในปัจจุบัน และอีกด้านหนึ่งให้เขียนว่าเขาอยากให้วัดเสนอความช่วยเหลืออะไรบ้าง เพื่อสนับสนุนการภาวนาของเขา

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help