Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

ปัสกา / ธรรมล้ำลึกปัสกา (Paschal Mystery)

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

ปัสกา / ธรรมล้ำลึกปัสกา (Paschal Mystery)

“ปัสกา” เป็นคำศัพท์มาจากภาษาฮีบรูคือ Pesach    ในประวัติศาสตร์ของชาวยิว (คือ บรรพบุรุษของคริสตชนทางความเชื่อในปัจจุบัน)  หมายถึง การผ่านเว้น คือพระเจ้าจะไม่ฆ่าบุตรหัวปีของบ้านที่มีเลือดของลูกแกะทาอยู่บนวงกบประตู รวมถึงจะไม่ให้มีภัยพิบัติบังเกิดแก่บ้านนั้นด้วย (เทียบ อพย. 12:13,26-27)
ตามหนังสืออพยพในภาคพันธสัญญาเดิม ปัสกาเป็นเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อของชาวยิว ทุกครอบครัวของชาวยิวจะเอาลูกแกะตัวหนึ่งมาฆ่าถวายบูชาเป็นตัวแทนที่จะต้องถูกพิพากษาแทนครอบครัวของตน  เสร็จแล้วเอาเลือดมาทาที่วงกบประตูเพื่อให้พระเจ้าเห็นและละเว้นการลงโทษบ้านนั้น พวกเขาจะต้องกินเนื้อปิ้งกับขนมปังไร้เชื้อและผักรสขม  ให้หมดไม่ให้เหลือเศษจนถึงเวลา ให้เผาเศษเหลือไปเสีย ผู้ร่วมงานเลี้ยงต้องเตรียมของและแต่งตัวพร้อมที่จะออกเดินทางในรุ่งเช้าเพื่อออกจากแผ่นดินอียิปต์ (เทียบ อพย. 12:1-14)   วันนี้กลายเป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งที่มีการรำลึกถึงทุกปี   โดยกำหนดเป็นวันที่ 14 เดือนนิชาน ตามปฏิทินยิว(ประมาณกลางเดือนมีนาคม-เมษายน)  แต่ปฏิทินนี้ใช้เดือนตามจันทรคติ ทำให้การกำหนดวันนี้ในแต่ละปีไม่แน่นอน

    สำหรับการฉลองของคริสตชน ปัสกา มีความหมายว่า เป็นการผ่านความทุกข์สู่ความยินดีโดยอาศัยการทนทุกข์ทรมาน  การสิ้นพระชนม์  และการกลับคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้า  ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือ การฉลองการได้รับชีวิตที่เป็นอิสระจากบาปและความตายนั้นเอง มีคนเปรียบเทียบว่าโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้าที่หลั่งออกมาในขณะถูกตรึงกางเขนก็เช่นเดียวกับเลือดของลูกแกะปัสกาที่ทำให้ทุกคนที่เชื่อในองค์พระคริสตเจ้า  ก็จะได้รับชีวิตใหม่ที่เป็นอิสระจากบาปทั้งปวงด้วย
    ตามที่กล่าวมา การฉลองปัสกาจึงมีส่วนประกอบอยู่ 3 เหตุการณ์ คือการทนทรมานของพระเยซูคริสตเจ้าตั้งแต่ทรงทราบว่า จะต้องถูกตรึงกางเขน จนกระทั่งพระองค์ถูกจับและถูกตรึงกางเขนให้สิ้นพระชนม์พร้อมกับนักโทษประหารอีก 2 คน   ส่วนที่สองคือ การสิ้นพระชนม์ของพระองค์  เพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงความรักที่ทรงมีต่อมนุษย์ทุกคนว่า  ทรงรักมนุษย์มากจนกระทั่งยอมสละพระชนมชีพเพื่อให้มนุษย์ได้รอดพ้นจากกิเลสบาปต่างๆ
    ส่วนที่สาม อันเป็นหัวใจของการฉลองและเป็นหัวใจของศาสนาคริสต์ด้วยคือ การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า(เทียบ ยน. 20:1-10)  ซึ่งคริสตชนถือว่า เป็นทั้งความจริงทางศาสนา (ข้อความเชื่อทางศาสนา)  และเป็นสัญลักษณ์แห่งการมีชัยชนะเหนือบาปและความตาย ซึ่งจะหมายถึง “ชีวิตใหม่” ที่คริสตชนได้รับโดยอาศัยความเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้า
    ดังนั้นวันฉลองปัสกา หรือบางครั้งในภาษาอังกฤษเรียกว่า วัน
อีสเตอร์(Easter) จึงเป็นวันที่มีความหมายและความสำคัญยิ่งกว่าวันคริสต์มาส จึงมีศาสนพิธีที่เกี่ยวข้องกับการฉลองปัสกานี้อยู่มากคือ
    เทศกาลมหาพรต เป็นช่วงเวลาของการเตรียมตัวของคริสตชน 40 วันก่อนวันฉลองปัสกา  วันเริ่มต้นของเทศกาลนี้จะเป็นวันพุธเสมอ เรียกวันนี้ว่า พุธรับเถ้า  คริสตชนจะมารับเถ้าที่ได้จากการเผาใบตาลและผ่านพิธีเสกจากพระสงฆ์แล้ว  ในวันนี้ คริสตชนจะรับประทานอาหารอิ่มได้เพียง 1 มื้อ และงดเนื้อด้วย เรียกว่า ถือศีลอดอาหาร
    ตลอดเทศกาลมหาพรตเป็นเวลา 40 วัน คริสตชนจะใช้ชีวิตภาวนาเพื่อสำรวจตัวเอง   งดความฟุ่มเฟือยต่างๆสำนึกถึงความผิดที่ตนได้กระทำและชดเชยด้วยการใช้โทษบาป  ในขณะเดียวกัน ก็จะมีการเสียสละทรัพย์สินและสิ่งของให้แก่พี่น้องที่ขาดแคลน  และเมื่อสิ้นสุดเทศกาลนี้ คริสตชนก็พร้อมที่จะเข้าสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์
    สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ เริ่มต้นที่ วันอาทิตย์ใบลาน ซึ่งเป็นการระลึกถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างกษัตริย์ และในวันนั้นชาวเยรูซาเล็มนำใบลานมาปูตามทางที่พระองค์เสด็จผ่านไป  พระองค์ประทับอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มจนถึงวันพฤหัสบดีซึ่งตลอดเวลาทรงทราบดีถึงมรณกรรมที่กำลังจะมาถึง
    พระเยซูเจ้าต้องการสอนสาวกให้ทราบถึงความหมายของการเป็น “ผู้นำ” ว่าเป็นการรับใช้คนอื่นๆด้วยการล้างเท้าให้แก่สาวก ดังนั้นใน วันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ จึงมีพิธีล้างเท้าขึ้น
    พระเยซูคริสตเจ้าทรงถูกจับกุมในคืนวันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันที่พระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิทเพื่อระลึกถึงพันธสัญญาใหม่ที่พระองค์ทรงไถ่กู้มนุษย์  และถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการตรึงกางเขน และสิ้นพระชนม์ในตอนบ่าย 3 โมงของวันศุกร์  คริสตชนจึงถืออดอาหารอีก 1 วันในวันนี้ และเรียกวันนี้ว่า วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (ชาวบ้านมักเรียกว่า วันพระ(เยซูเจ้า)ตาย)  วัดต่างๆจะจัดพิธีเดินรูป 14 ภาค  เพื่อเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับพระเยซูคริสตเจ้า  มรรคาศักดิ์สิทธิ์เป็นทางเดินที่พระเยซูเจ้าได้ทรงแบกกางเขนผ่านไป เริ่มจากสถานที่ตัดสินลงโทษของปอนทิอัส ปิลาต ข้าหลวงโรมัน จนถึงเนินเขากัลวารีโอ ที่พระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน

เหตุการณ์อันน่าเศร้านี้ คริสตชนระลึกโดยจัดลำดับเป็น 14 สถาน ซึ่ง 9 สถานมีกล่าวในพระวรสาร ส่วนอีก 5 สถานเป็นความเชื่อตามธรรมเนียมคริสตชน. 2 สถานแรกอยู่บริเวณป้อมอันโตเนีย อีก 7 สถานเรียงรายตามเส้นทางและ 5 สถานสุดท้ายอยู่ภายในวัดแห่งพระคูหาศักดิ์สิทธิ์ ทุกวันศุกร์เวลาบ่าย 3 โมง นักบวชฟรันซิสกันจะเดินแห่ตามมรรคาศักดิ์สิทธิ์
    พิธีฉลองปัสกา หรืออีสเตอร์  ในเวลาค่ำ วันเสาร์จะจัดศาสนพิธีอันประกอบด้วย การเสกน้ำ เสกไฟ การโปรดศีลล้างบาปแก่ผู้เตรียมเป็นคริสตชนและพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ
    การเสกน้ำ เสกไฟ เพื่อให้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์และนำมาใช้ในพิธีโปรดศีลล้างบาป  ส่วนไฟที่เสกนั้นใช้จุดเทียนปัสกาและเทียนสำหรับผู้ที่เตรียมเป็นคริสตชน  คือ ไฟปัสกานี้จะหมายถึงพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงชนะความตายแล้ว และจะเป็นแสงสว่างแห่งชีวิตของเขาตลอดไป 
    พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันนี้ จะมีภาครื้อฟื้นความเชื่อของคริสตชนด้วย  เพื่อให้เขาระลึกคำปฏิญาณของเขาในวันรับศีลล้างบาป  และเพิ่มความเชื่อความศรัทธาในคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าซึ่งจะเสริมสร้างชีวิตภายในของคริสตชนให้เติบโตควบคู่ไปกับความเจริญของโลกทางวัตถุ  เพื่อให้มีชีวิตที่สมดุลพร้อมๆกับการพยายามสร้างสรรค์โลกให้สมบูรณ์และมีสันติภาพมากขึ้น
    สาเหตุที่มีการโปรดศีลล้างบาปให้แก่ผู้เตรียมเป็นคริสตชนและการรื้อฟื้นความเชื่อของคริสตชนในวันนี้ ก็เพราะต้องการให้การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้าในวันนี้ได้จารึกไว้ในจิตใจของคริสตชนทุกคน  อันจะเป็นความหวังและกำลังใจในการดำเนินชีวิตตามความเชื่อของคริสตชนนั่นเอง
    และในวันฉลองปัสกา ตามวัดต่างๆอาจทำไข่ย้อมสีต่างๆ มาแจก ซึ่งเราเรียกกันว่า ไข่ปัสกา (หรือไข่อีสเตอร์) นั้น  ก็เพื่อเป็นเครื่องหมายของการเกิดใหม่ อันเป็นสัญลักษณ์ของการกลับคืนพระชนมชีพของ
พระเยซูคริสตเจ้า  และชีวิตใหม่ของทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์   

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help