Followers of Jesus Christ-Iamachristian.org

ที่มาของพระคัมภีร์แห่งคริสต์ศาสนา

เป้าหมายสำหรับชีวิตของฉันคืออะไร? ชีวิตของคุณจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้รู้เป้าหมายในชีวิตคุณ

ที่มาของพระคัมภีร์แห่งคริสต์ศาสนา


    เนื่องจากพระเป็นเจ้ามีธรรมชาติเป็น “ความดี” หรือภาษาชาวบ้านว่า “พระเป็นเจ้าทรงเป็นองค์ความดีครบครัน” ความดีย่อมไม่สามารถปิดบังเก็บงำเอาไว้แต่ผู้เดียว หรือ ณ สถานเดียว  แต่ความดีกระจายตัวเองดุจกลิ่นหอมฟุ้งกระจายทั่ว พระเป็นเจ้าก็ฉันนั้น ทรงแผ่ความดีความงามของพระองค์ออกมาให้เห็นเป็นรูปร่าง คือ จักรวาลของเรา สุดยอดแห่งจักรวาลที่พระสร้างเพื่อแผ่ความมดีงามนี้ก็คือ “คน” หรือ “มนุษย์”     พระองค์ทรงมีแผนการในทุกอย่างที่ทรงกระทำในโลกจักรวาลนี้ โดยเฉพาะมีแผนการสำหรับมนุษย์ที่พระองค์ทรงอุตส่าห์สร้างมาอย่างพิเศษกว่าหมด

เหตุว่าในมนุษย์มีส่วนที่ถอดแบบมาจากพระองค์ นั่นก็คือ วิญญาณ    ความดีของพระองค์จึงทรงแผ่เข้ามาเจาะจงเป็นพิเศษต่อวิญญาณจิตของมนุษย์ทุกคน    กิจการนี้หรือแผนนี้พระเป็นเจ้ามิได้ทรงกระทำไปเพราะเหตุผลอื่นใดนอกจากเหตุผลความรักแท้ที่มีต่อมนุษย์        พระองค์จึงทรงกระทำตามแผนนั้นแต่มนุษย์ได้แข็งขืนต่อพระเป็นเจ้าที่ทรงรักเขา        มนุษย์จึงรับโทษที่ตนก่อ พระเป็นเจ้าทรงกำหนดแผนการแก้ไขความผิดนี้เราเรียกแผนนี้ว่า “แผนการกอบกู้” หรือ “แผนการไถ่บาป” ณ เวลานี้เองที่พระคัมภีร์เริ่มต้นเป็นตัวเป็นตนขึ้น เราจึงอาจพูดได้อีกนัยหนึ่งว่าพระคัมภีร์บรรจุเรื่อง “ประวัติศาสตร์แห่งความรอด”หรือ “ประวัติศาสตร์แห่งการไถ่กู้” เอาไว้เป็นประวัติศาสตร์ที่บันทึกเหตุการณ์ที่พระเป็นเจ้าผู้ที่เราไม่อาจมองเห็นนี้ทรงเข้ามาในกาลเวลา ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์บนโลก เพื่อจะทรงช่วยเหลือมนุษย์ได้พบกับความรอดพ้นหรือ สันติสุขนิรันดร    พระองค์ทรงมาเกี่ยวข้องพัวพันและที่สุดทรงมาอยู่ปะปนกับมนุษย์ถึง 33 ปีใน
โลกของเรานี้
    ประวัติศาสตร์ความรอดดำเนินเรื่อยมานับจากยังไม่มีมนุษย์คู่แรกมาจนถึงวันนี้ที่เราทุกคนกำลังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ และจะเสร็จสิ้นในอนาคตซึ่งไม่มีใครทราบว่าเมื่อไหร่ แน่นอนพระคัมภีร์นี้เป็นผลงานจากฝีมือเขียนบันทึก เก็บรักษา คัดลอก สะสม แปล จัดพิมพ์ จำหน่าย จ่ายแจกของมนุษย์    แต่โดยแท้จริงนั้น พระเป็นเจ้าทรงอยู่เบื้องหลังกิจการทั้งหลายเหล่านี้ที่ทรงเกี่ยวข้องกับพระคัมภีร์ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้เร้าใจ ดลใจและกระตุ้นให้คนเขียนคนแล้วคนเล่า ปีแล้วปีเล่า นานเข้าก็รวบรวมเป็นเล่มเดียว ดังปรากฏแก่สายตาในปัจจุบัน พระคัมภีร์จึงมีคนเขียนหลายคน บางทีเราก็ไม่ทราบว่าใครกันแน่ที่พระทรงขอยืมมือและหัวใจของเขาเขียนตามที่พระองค์ทรงต้องการจะบอก ทรงต้องการจะเล่าให้มนุษย์รู้ถึงตัวพระองค์และกิจการของพระองค์ พระองค์ทรงอาศัยความถนัดของคนเหล่านั้นในรูปแบบต่างๆ มากมายและตามกาลสมัยนิยม ตามแต่สำนวนภาษาของเขาที่มีอยู่ในเวลานั้น เพียงเพื่อจะบอกข่าวเกี่ยวกับพระองค์ให้ได้ เมื่อผู้เขียนที่เป็นมนุษย์เหล่านี้ล้มหายตายจากไป หนังสือที่เขาเขียนยังคงอยู่หลายๆ เล่มจากหลายๆ คน นานปีเข้าก็รวมเป็นเล่มเดียวเรียกว่า “พระคัมภีร์”  พระศาสนจักรใช้เวลา ใช้วิจารณญาณ อาศัยพระจิตเจ้าและผู้มีความเชี่ยวชาญมากมายศึกษาค้นคว้าหนังสือเหล่านี้ทีละเล่ม คัดเอาเฉพาะฉบับที่มั่นใจว่าพระเป็นเจ้าทรงต้องอยู่เบื้องหลังผู้เขียนแน่นอนและประกาศเป็นทางการรับรองว่าหนังสือเหล่านี้ที่เอามารวมกันเป็นคำพูดของพระเป็นเจ้าอย่างแท้จริงและเรียกหนังสือนี้ว่า “พระคัมภีร์”     เราจึงพูดได้เป็นข้อสรุปว่า พระคัมภีร์มีที่มาคือพระเป็นเจ้า พระเป็นเจ้าเป็นผู้เขียนพระคัมภีร์มิใช่มนุษย์ เพียงแต่ขอยืมความสามารถของมนุษย์บางคนที่ทรงพอพระทัยเหล่านั้น เขียนเรื่องในพระทัยของพระองค์ออกมา    เปรียบได้กับเจ้านายสั่งเสมียนหรือ เลขาเขียนจดหมายโดยเจ้านายเป็นเจ้าของความคิด และเลขาเป็นผู้ลงมือเขียนให้ตรงกับใจเจ้านาย และที่สุดเจ้านายก็รับรองจดหมายนั้นว่าถูกต้องตามที่ตนต้องการ ฉันใดก็ฉันนั้น

ที่มา : หนังสือความเชื่ออันเป็นชีวิต

The Cross Pendant

He is a cross pendant.
He is engraved with a unique Number.
He will mail it out from Jerusalem.
He will be sent to your Side.
Emmanuel

Buy Now

bible verses about welcoming immigrants

Bible Verses About Welcoming ImmigrantsEmbracing the StrangerAs we journey through life, we often encounter individuals who are not of our nationality......

Blog
About Us
Message
Site Map

Who We AreWhat We EelieveWhat We Do

Terms of UsePrivacy Notice

2025 by iamachristian.org,Inc All rights reserved.

Home
Gospel
Question
Blog
Help